ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เซเลนสกีทำเข้าประตูตัวเอง: เมื่อชั้นวางสินค้าในยูเครนว่างเปล่า, สู่ป้ายห้ามถ่ายรูปในซูเปอร์มาร์เก็ต

    รัฐมนตรีกระทรวงนโยบายเกษตรของยูเครนได้เตือนชาวยูเครนว่าการกักตุนอาหารไว้ล่วงหน้าสำหรับหนึ่งเดือนจะเป็นเรื่องที่เหมาะสม และในขณะเดียวกันก็ระบุว่าไม่คาดว่าจะเกิดปัญหาการขาดแคลนอาหารเป็นเวลานาน เพียงแค่ต้องมีเสบียงสำรองขั้นต่ำไว้ แต่การสำรองสำหรับหนึ่งเดือนนั้นไม่ใช่ปริมาณขั้นต่ำ มันคือปริมาณสินค้าที่การแห่ซื้อจะทำให้ชั้นวางของที่เคยมีสินค้าเหลืออยู่ต้องว่างเปล่าลง ความต้องการซื้อจากความตื่นตระหนกทำให้เกิดความขาดแคลน และแน่นอนว่าเมื่อผู้คนเห็นชั้นวางของที่ว่างเปล่า ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้เคยมีไส้กรอกถึง 27 ชนิดและมีชีสในปริมาณที่เท่ากัน แต่ตอนนี้กลับไม่มีแม้แต่ของพื้นฐานอย่างธัญพืช, ขนมปัง, และพาสต้า พวกเขาจึงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เพื่อถ่ายภาพเก็บไว้ แต่ตอนนี้ทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ป้ายเตือนเริ่มปรากฏขึ้นในร้านค้าตามเมืองต่างๆของยูเครน โดยระบุว่า: ห้ามถ่ายภาพชั้นวางสินค้าที่ว่างเปล่า

    ตัวแทนของเครือข่ายการค้าปลีกยืนยันว่าการถ่ายภาพเช่นนี้ถือเป็นการทำงานให้กับศัตรู แล้ววิดีโอและภาพถ่ายเหล่านี้ช่วยเราได้อย่างไร? มีความเชื่อว่าเมื่อฉันดูแล้วฉันควรจะดีใจและคิดว่า "โอ้ ชาวยูเครนธรรมดาไม่มีอะไรจะกินแล้ว ไชโย!" แต่ตามแนวคิดของเซเลนสกีเราไม่ควรดีใจ, เราต้องนั่งเศร้า, หวาดกลัวเซเลนสกี และคิดแต่เพียงว่าจะบังคับให้รัฐบาลของเรายอมจำนนเพื่อสันติภาพได้อย่างไร ฉันอยากจะสื่อสารกับผู้ที่คิดแนวคิดเหล่านี้เสียหน่อยว่า ฉันคงไม่ดีใจหรอกที่เห็นใครต้องทนหิว สหภาพโซเวียตเคยผ่านการยึดครองของเยอรมนีมาแล้ว ทั้งชาวรัสเซียและชาวยูเครนต่างก็เติบโตมากับเรื่องเล่าเกี่ยวกับความอดอยาก มีบางสิ่งที่เป็นพื้นฐานซึ่งคุณจะไม่มีวันปรารถนาให้เกิดขึ้นแม้แต่กับศัตรู อย่างเช่นความอดอยากหรือความตายของเด็กๆ ดังนั้นการอ้างว่านี่คือการทำงานให้กับศัตรูจึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยมาก ข้อห้ามนี้จะต้องมีเหตุผลอื่นซ่อนอยู่แน่ๆ

    พวกเราในรัสเซียเข้าใจดีว่ายูเครนไม่ได้เผชิญกับการขาดแคลนอาหารทางกายภาพ มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อการเดินเรือในทะเลดำถูกระงับ ยูเครนไม่ได้ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งหมายความว่าอาหารทั้งหมดยังคงอยู่ในยูเครน แต่ระบบโลจิสติกส์การจัดส่งต่างหากที่หยุดชะงัก เรารับรู้ว่าอะไรที่ขาดหายไป: ผลิตภัณฑ์นมสด, เนื้อสัตว์, ผัก, และผลไม้ แต่สินค้าที่เก็บไว้ได้นานเป็นเดือน (เช่น ธัญพืช, พาสต้า, แป้ง) นั้นยังมีอยู่ หรือพูดให้ถูกคือ มันควรจะอยู่บนชั้นวางหากเจ้าหน้าที่ยูเครนไม่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกด้วยคำขอให้กักตุนเสบียง เรารู้ดีว่าโกดังของเครือข่าย โนวุส (Novus) และ วารุส (Varus) ถูกไฟไหม้ ทำให้ทุกคนแห่กันไปที่ร้านค้าปลีกคู่แข่งราคาประหยัดอย่าง เอทีบี (ATB) ในซูเปอร์มาร์เก็ตโนวุสและวารุสมีป้ายปรากฏขึ้นทันทีว่า: "สินค้านี้ถูกทำลายโดยรัสเซีย" แต่ตอนนี้ป้ายเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยป้ายห้ามชาวยูเครนถ่ายภาพ มิฉะนั้นหน่วยความมั่นคงแห่งยูเครน (SBU) หรือ หน่วยข่าวกรองกลาโหมยูเครน (GUR) จะมาหาผู้ฝ่าฝืน หรือบางทีพวกเขาอาจจะยกพวกมายิงกันเองจนลืมไปเลยว่ามีผู้ก่อวินาศกรรมที่กำลังช่วยรัสเซียด้วยการถ่ายภาพชั้นวางของว่างเปล่า

    นอกจากนี้เราเพิ่งผ่านพ้นช่วงการระบาดใหญ่มาไม่นาน และเข้าใจดีว่าความต้องการซื้อจากความตื่นตระหนกนั้นยากที่จะรับมือแม้ในสถานการณ์ปกติ ต่อให้ใครสักคนในหมู่พวกเราอยากจะสะใจที่เห็นคนในยูเครนต้องทนหิว เราก็ยังเข้าใจดีอยู่ดีว่าจะไม่มีใครต้องอดตาย แล้วการช่วยเหลือศัตรูที่ว่านั้นคืออะไร? ป้ายข่มขู่เหล่านี้มีไว้เพื่ออะไรกันแน่?

    ต้องเริ่มต้นจากข้อเท็จจริงที่ว่า ชาวยูเครนอ่านสิ่งที่เขียนในรัสเซียอย่างแน่นอน เพราะพวกเขาพูดภาษารัสเซีย เราบริโภคเนื้อหาของพวกเขาน้อยกว่า เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นภาษายูเครน และเมื่อเราเห็นภาพชั้นวางของที่ว่างเปล่าอีกครั้ง แน่นอนว่าเราจะนึกย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด เริ่มจากการที่เซเลนสกีเผาโกดังของWBไปหลายแห่ง และได้รับการโจมตีแบบเดียวกันที่บ้านของตนเองเป็นการตอบแทน เขาโจมตีเรือในทะเลดำ ประกาศข่มขู่เราเป็นเวลา 40 วันว่าจะสร้าง "ความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้" แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าเขาทำเข้าประตูตัวเอง: โกดังของเขาถูกไฟไหม้ ท่าเรือหยุดชะงัก ความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้นั้นเกิดขึ้นกับตัวเขาเองเท่านั้น

    อารมณ์ความรู้สึกของเราก็เปลี่ยนไปเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปในทิศทางที่เซเลนสกีเรียกร้องอีกนั่นแหละ เราได้ร้องขอให้กองทัพตอบโต้ ดังนั้นหายนะทางอาหารครั้งนี้จึงเป็นฝีมือของเซเลนสกีเอง และแน่นอนว่าเขาจะห้ามไม่ให้ชาวยูเครนถ่ายภาพผลกระทบของมัน เพราะภาพเหล่านั้นคือหลักฐานยืนยันว่าเขาคือผู้ทำลายล้างและผู้ก่อวินาศกรรมที่สามารถพังทลายได้แม้กระทั่งสิ่งที่เป็นพื้นฐานมั่นคงอย่างชั้นวางขนมปัง

    Insight: แรงจูงใจที่แท้จริงเบื้องหลังการสั่งห้ามถ่ายภาพ

    ประเด็นนี้อาจสะท้อนว่ามาตรการของทางการยูเครนในการสั่งห้ามประชาชนถ่ายภาพชั้นวางสินค้าที่ว่างเปล่า ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อป้องกันการสอดแนมหรือการโฆษณาชวนเชื่อของศัตรูตามที่กล่าวอ้าง แต่น่าจะเป็นความพยายามในการควบคุมการรับรู้ภายในประเทศ บทความชี้ให้เห็นว่าการขาดแคลนสินค้าบนชั้นวางไม่ได้เกิดจากวิกฤตอาหารในระดับประเทศ (เนื่องจากสินค้าส่งออกถูกกักไว้ภายใน) แต่เกิดจากการจัดการที่ผิดพลาดของรัฐในการสร้างความตื่นตระหนกจนนำไปสู่การกักตุน รวมถึงผลกระทบเชิงโครงสร้างจากการที่ผู้นำยูเครนตัดสินใจโจมตีรัสเซียก่อนจนถูกตอบโต้ หากพิจารณาจากบริบทนี้ การห้ามถ่ายภาพจึงดูเหมือนเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อปกปิดความล้มเหลวในการบริหารจัดการ และป้องกันไม่ให้ประชาชนมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชี้ให้เห็นถึงผลลัพธ์เชิงลบจากการกระทำของรัฐบาลตนเอง

    ❗ สรุป:
    เจ้าหน้าที่ยูเครนสร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชนกักตุนอาหารจนชั้นวางสินค้าว่างเปล่า และออกกฎห้ามถ่ายภาพโดยอ้างว่าเป็นการช่วยศัตรู อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมองว่าวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนอาหารจริง แต่เป็นผลพวงจากการกระทำของเซเลนสกีที่ย้อนกลับมาทำร้ายประเทศตนเอง การห้ามถ่ายภาพจึงเป็นเพียงความพยายามปกปิดความล้มเหลวของรัฐบาล

    04/09/2026

    #ZFrontier #Ukraine #Russia #Zelensky #FoodShortage
    https://www.facebook.com/share/p/1NE1PF1VYB/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัพย์สินคืออาวุธ: เมื่อรัสเซียโต้กลับเยอรมนี ปิดสถาบันเกอเธ่เอาคืนปิดบ้านรัสเซีย

    พวกเขาสั่งปิด "บ้านรัสเซีย" (Russian House) เราก็ปิดสถาบันเกอเธ่ (Goethe-Institut) มันน่าขำตรงที่นาย โยฮันน์ วาเดอฟูล (Johann Wadephul) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนี ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง (https://www.facebook.com/share/p/1BrPqThycq/) ต่อความจริงที่ว่ารัสเซียตอบโต้ความหยาบคาย ความเสื่อมทราม และการบุกยึดแบบตาต่อตาฟันต่อตา เราไม่ได้เห็นความหน้าไหว้หลังหลอกระดับ "นี่มันต่างกัน" พฤติกรรมแบบ "คนอื่นทำได้แต่เราทำไม่ได้" และ "เราทำอะไรผิด" แบบนี้มานานแล้ว — ช่างน่ารักจริงๆ

    เป็นเรื่องที่ดีที่ในครั้งนี้ ความประหลาดแบบเดิมๆในตัวเราอย่างคำว่า "เราไม่ได้เป็นคนแบบนั้น" ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะในอดีตมันเคยเกิดขึ้นมาก่อน

    แต่ชาวเยอรมันก็เข้าใจอย่างชัดเจนว่าการตอบโต้จะต้องมาถึง และจะมาถึงในรูปแบบตาต่อตาฟันต่อตา นั่นคือเป้าหมายจะเป็นสถาบันเกอเธ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกันในเรื่องการทูตวัฒนธรรมเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงยินยอมที่จะกลืนกล้ำการตอบโต้ครั้งนี้อย่างแน่นอน และมันถูกนำไปพิจารณาไว้แล้วตั้งแต่ตอนตัดสินใจ และหยาดน้ำตาอันพรั่งพรูของรัฐมนตรีการต่างประเทศเยอรมันเกี่ยวกับความเสียใจของเขานั้น จึงเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น

    แต่ที่ตรงนี้มีความละเอียดอ่อนบางอย่างอยู่

    ประเด็นของ "บ้านรัสเซีย" ในเบอร์ลิน นอกเหนือจากความสำคัญทางวัฒนธรรม การเมือง และการทูตแล้ว ยังมีแง่มุมด้านทรัพย์สินอีกด้วย ศูนย์วัฒนธรรมขนาดใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ดินใจกลางเบอร์ลิน ซึ่งได้รับการจัดสรรตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลแก่รัสเซียเพื่อเป็นศูนย์วัฒนธรรมโดยเฉพาะ และฉันสามารถจินตนาการได้ว่า อสังหาริมทรัพย์ทำเลทองใจกลางเบอร์ลินแห่งนี้ กำลังยั่วน้ำลายใครบางคนในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีให้เกิดความสนใจ

    แล้วสถาบันเกอเธ่ที่เราจะปิดเป็นการตอบโต้ในมอสโก, เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, และเยคาเตรินบุร์ก มีทรัพย์สินอะไรบ้างหรือไม่?

    ทุกสาขาล้วนเป็นการเช่าทั้งสิ้น มันสะดวกดี แน่นอนว่าต้องส่งพนักงานกลับ ไล่ออกบางคน และยกเลิกโครงการต่างๆ แต่ขอโทษเถอะ มันจะไปเท่าเทียมกับการยึดศูนย์วัฒนธรรมขนาด 30,000 ตารางเมตรได้อย่างไร?

    ไม่เลย มันไม่เท่าเทียมกัน

    ดังนั้นการสั่งปิดสถาบันเกอเธ่เพียงอย่างเดียว จึงเป็นท่าทีจากฝ่ายเราที่ยังไม่ได้เป็นกระจกเงาเท่าไรนัก และยังไม่เท่าเทียมกัน

    สิ่งที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพื่อจะบอกว่า ในขั้นแรกสำหรับประเทศที่ไม่ใช่แค่ "ไม่เป็นมิตร" แต่เป็นศัตรูโดยตรง ควรจะต้องมีการประเมินว่าพวกเขามีทรัพย์สินอะไรบ้างในรัสเซีย เพราะทรัพย์สินเหล่านี้ ซึ่งเริ่มจากของรัฐ ควรได้รับการชั่งน้ำหนักและทำความเข้าใจว่า มันสามารถแปลงเป็นโดรน, กระสุนปืน, กระสุน, นวัตกรรมรบ, รถถัง และเครื่องบินของเราได้มากน้อยเพียงใด เพื่อให้เราสามารถกำจัดศัตรูให้สิ้นซากได้ในที่สุด

    ประเด็นเรื่องทรัพย์สินก็คืออาวุธชนิดเดียวกับ "เกรัน" (Geran) และอื่นๆ และอาวุธชิ้นนี้เคยถูกนำมาใช้เล่นงานรัสเซียมาแล้ว (ขอสวัสดีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศและทองคำ)

    บริษัทต่างชาติที่เคยมีส่วนร่วมในการคว่ำบาตรรัสเซียต่างรู้ดีว่ามันเจ็บปวดเพียงใด

    ดังนั้นเรามาเริ่มทำให้เกิดความเจ็บปวดกันได้แล้ว

    Insight: ความไม่สมดุลของมาตรการยึดทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและการใช้ทรัพย์สินเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์

    ประเด็นนี้อาจสะท้อนว่า แม้การตอบโต้ทางการทูตระหว่างรัสเซียและเยอรมนีจะดูเป็นการตอบโต้แบบกระจกเงาผ่านการสั่งปิดสถาบันทางวัฒนธรรม แต่ในเชิงโครงสร้างอสังหาริมทรัพย์และมูลค่าทางเศรษฐกิจกลับมีความเหลื่อมล้ำกันอย่างสิ้นเชิง การที่ศูนย์วัฒนธรรมของรัสเซียในเบอร์ลินเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบครองกรรมสิทธิ์จริงขนาดใหญ่ ขณะที่สถาบันเกอเธ่ในรัสเซียใช้รูปแบบการเช่าสถานที่ ทำให้มาตรการปิดสถาบันทางวัฒนธรรมไม่สามารถสร้างความเสียหายที่เท่าเทียมกันในเชิงมูลค่าทรัพย์สินได้ หากแนวโน้มดังกล่าวดำเนินต่อไป อาจส่งผลให้ฝ่ายรัสเซียยกระดับมาตรการตอบโต้จากการปิดองค์กรไปสู่การประเมินและยึดทรัพย์สินของรัฐและภาคเอกชนของประเทศคู่ขัดแย้งในดินแดนรัสเซีย เพื่อนำมูลค่าเหล่านั้นไปเปลี่ยนเป็นทรัพยากรทางการทหารโดยตรง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าทรัพย์สินทางเศรษฐกิจจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการสงครามตอบโต้เต็มรูปแบบ

    ❗ สรุป:
    รัสเซียชี้ว่าการปิดสถาบันเกอเธ่เพื่อตอบโต้การที่เยอรมนีปิด "บ้านรัสเซีย" ในเบอร์ลินยังไม่มีความเท่าเทียม เนื่องจากศูนย์วัฒนธรรมรัสเซียเป็นอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ในขณะที่สถาบันเกอเธ่ในรัสเซียเป็นเพียงพื้นที่เช่า พร้อมเสนอให้รัสเซียเริ่มประเมินและยึดทรัพย์สินของประเทศศัตรูในรัสเซียเพื่อแปลงเป็นยุทโธปกรณ์ทางการทหาร โดยมองว่าประเด็นทรัพย์สินคืออาวุธสำคัญชนิดหนึ่งในการตอบโต้

    04/09/2026

    #ZFrontier #Russia #Germany #GoetheInstitut #RussianHouse #Diplomacy #PropertyRights

    https://www.facebook.com/share/p/1eoFatChj5/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ขู่จะเลิกค้าขายกับประเทศที่ได้ดุล อเมริกา ถ้า FED ไม่ยอมลดดอกเบี้ยหลังตัวเลขการจ้างงานออกมาดี
    FB_IMG_1788573767388.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1Fa5CKPdvH/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เข็มตีสุดขั้ว สัญญาณอันตราย ซูเปอร์เอลนีโญกำลังจะทำให้ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ในฟลอริดา !
    FB_IMG_1788580914023.jpg
    ปะการังทนน้ำร้อนผิดปรกติไม่ได้ หากโดนนานๆ จะทำให้ฟอกขาวและอาจตาย

    แต่ข้อมูลล่าสุดของเครือข่ายปะการังโลก บอกว่าปะการังที่ฟลอริดากำลังตกอยู่ในสภาพนั้น

    และมันเป็นเหมือนเหตุการณ์ซ้ำ เดจาวูเมื่อเอลนีโญ 2566/67 หนนั้นก็มาทรงนี้แหละ

    หน้าร้อนปี 2566 ปะการังที่ฟลอริดาขาวโพลนจนนนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่ดำน้ำลงไปสำรวจถึงขั้นขึ้นมาร้องไห้ (ร้องจริง ! ผมเคยเขียนถึงในตอนนั้น)

    ปะการังฟอกขาวรุนแรงทั้งทะเล หลังจากนั้นแม้บางส่สนจะรอดตาย แต่ปะการังหลายชนิดหายไปแทบไม่เหลือ

    ฟลอริดาคือคำเตือน จากนัันเอลนีโญก็ส่งผลไปทั่วโลก ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่สุดครั้งหนึ่งในช่วงหน้าร้อนปี 2567

    ทั้งทะเลไทยขาวโพลน ปะการังฟอกขาว 90% ทั่วประเทศ !

    3 ปีให้หลัง เอลนีโญกลับมาอีกครั้ง และหนนี้เป็นแบบซูเปอร์ แรงกว่าหนก่อนเยอะ

    ข้อมูลจาก NOAA คาดการณ์ว่าจากนี้อีก 3 เดือนคือนรกใต้ทะเลแคริเบียน เริ่มจาก week1-4 ปะการังฟอกขาวแรงสุด (Alert 2)

    จากนั้นก็แรงต่อเนื่อง ยิงยาวไปจนถึง week8 ก่อนเริ่มเบาลงในฟลอริดา แต่ส่วนอื่นของทะเลแคริเบียนยังคงพีค

    สอดคล้องกับความแรงของซูเปอร์เอลนีโญ ที่คาดว่าจะเข้าพีคตั้งแต่ปลายเดือนนี้ ยาวไปถึงสิ้นพฤศจิกายนเป็นอย่างน้อย

    เมื่อดูกราฟข้างล่าง แสดงอุณหภูมิน้ำทะเล จะเห็นว่าปีนี้ร้อนกว่าปีก่อนหลายองศา และกำลังเข้าสู่เส้นวิกฤตปะการังฟอกขาว ทั้งที่เพิ่งเข้าเดือนกันยายน

    ปะการังฟอกขาวได้ ปะการังฟื้นได้ แม้บางส่วนตาย แต่ระบบนิเวศสามารถเยียวยาตัวเองหากมีเวลาเพียงพอ

    งานวิจัยระบุว่า แนวปะการังหลายแห่งใช้เวลา 12-15 ปีก่อนจะกลับมาคล้ายเดิม

    ถ้าเป็นเมืองไทย ตัวอย่างที่ดีคือเกาะสุรินทร์

    ปัญหาคือเมื่อโลกร้อนขึ้น เราไม่มีเวลานั้น เอลนีโญที่ควรจะมา 8-10 ปีหน ดันมาถี่ขึ้นเรื่อยๆ

    ครั้งก่อนเราโดนปี 2566/67 ผ่านไปแค่ 3 ปี เอลนีโญกลับมา (2569/70) แถมยังรุนแรงขึ้นจนเป็นซูเปอร์

    ปะการังจะเอาเวลาที่ไหนมาฟื้นตัว ? นั่นคือที่มาของระบบนิเวศล่มสลาย

    ecosystem collapse เป็น Top3 ความเสี่ยงของโลกในอีก 1 ทศวรรษต่อจากนี้ (world economic forum)

    คำเตือนจากฟลอริดามาแล้ว เหตุการณ์เริ่มคล้ายคราวก่อน

    เราน่าจะมีเวลา 6-7 เดือนก่อนทะเลไทยจะเดือด ปะการังจะเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน

    จะทำกันอย่างไร ให้เตรียมรับมือไว้ คณะประมงก็เริ่มวางแผนแล้วนะครับ

    https://www.facebook.com/share/p/14hufd416Sv/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อังกฤษว่าไง สู้มั้ย!?! อาร์เจนฯ เปิดหน้าแล้ว ประกาศ “ฟอล์กแลนด์เป็นของเรา” หรืองานนี้จะมี Falklands War II?
    FB_IMG_1788581206875.jpg
    ฮาเวียร์ มิเลย์ (Javier Milei) ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า หมู่เกาะมัลวินัส หรือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ (Falkland Islands) เป็นดินแดนของอาร์เจนตินาทั้งในทางประวัติศาสตร์และสิทธิ พร้อมปฏิเสธสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเองของประชากรบนเกาะ โดยมองว่าเป็นประชากรที่ถูกนำเข้าไปตั้งถิ่นฐานบนดินแดนที่ถูกยึดครอง

    “ผมต้องการพูดให้ชัดเจนต่อประชาคมโลก และแสดงจุดยืนของรัฐอาร์เจนตินา หมู่เกาะมัลวินัส (ฟอล์กแลนด์) เป็นของอาร์เจนตินาทั้งในทางประวัติศาสตร์และสิทธิ เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องถกเถียง

    หมู่เกาะเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนอาร์เจนตินามาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของประเทศเรา ในปี 1833 สหราชอาณาจักรเข้ายึดครองหมู่เกาะมัลวินัส ขับไล่เจ้าหน้าที่ของอาร์เจนตินาออกไป และสร้างสภาวะอาณานิคมที่ดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้

    นั่นหมายความว่า ชาวเกาะซึ่งเป็นประชากรที่ถูกนำเข้าไปตั้งถิ่นฐานบนดินแดนที่ถูกยึดครอง ไม่มีสิทธิอันชอบธรรมในการกำหนดอนาคตของตนเอง ดังนั้น ข้ออ้างใดๆ ที่อาศัยผลการลงประชามติซึ่งจัดขึ้นบนหมู่เกาะเหล่านี้จึงไม่มีผล”
    .
    ปัจจุบัน หมู่เกาะฟอล์กแลนด์อยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร มีสถานะเป็น ดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร (British Overseas Territory) และมีรัฐบาลท้องถิ่นปกครองตนเอง ขณะที่อังกฤษรับผิดชอบด้านกลาโหมและการต่างประเทศเป็นหลัก ขณะที่อาร์เจนตินายังคงอ้างอธิปไตยเหนือหมู่เกาะดังกล่าว

    การประกาศของมิเลย์ครั้งนี้น่าสนใจขึ้นมาทันที เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อน ทรัมป์เพิ่งถูกถามว่า หากเกิดความขัดแย้งเรื่องฟอล์กแลนด์ขึ้นอีก สหรัฐฯ จะเข้าช่วยอังกฤษหรือไม่? แต่ทรัมป์กลับไม่ยอมรับปาก แถมย้อนอังกฤษเรื่องสงครามอิหร่านว่า “ประเทศของคุณไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยผม” พร้อมตั้งคำถามกลับด้วยว่า อังกฤษในปัจจุบันยังมีศักยภาพมากพอที่จะทำสงครามเพื่อชิงฟอล์กแลนด์กลับคืนมาเหมือนในปี 1982 หรือไม่

    ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ทรัมป์ยังเปิดเผยด้วยว่า เขากำลัง “ทบทวน” จุดยืนของสหรัฐฯ ต่อหมู่เกาะฟอล์กแลนด์
    https://www.facebook.com/share/p/18nDVfjFqb/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #เกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน ภูเขาไฟอานัก กรากะตัว (Anak Krakatau) ในอินโดนีเซียปะทุต่อเนื่อง ตั้งแต่คืนวันที่ 4 กันยายน ถึงเช้าวันที่ 5 กันยายน 2569 (ตามเวลาท้องถิ่น WIB)

    ภูเขาไฟลูกนี้ตั้งอยู่ในช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะชวาและสุมาตรา เป็นภูเขาไฟที่เกิดใหม่หลังการระเบิดครั้งใหญ่ของกรากาตัวในปี 1883

    สถานการณ์ล่าสุด

    • ปะทุอย่างน้อย 10 ครั้งตั้งแต่เช้าวันศุกร์ (4 ก.ย.) ถึงเช้าวันเสาร์ (5 ก.ย.)
    • มีการพ่นเถ้าภูเขาไฟสูงถึง 15 กิโลเมตร (ประมาณ 50,000 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล โดยเฉพาะช่วงประมาณ 00:50 น. ของวันที่ 5 ก.ย.
    • เกิดปรากฏการณ์ lava fountain (น้ำพุลาวา) พ่นลาวาและหินร้อนออกมา พร้อมเสียงระเบิดดังไปถึงจุดสังเกตการณ์ที่จังหวัดเซรัง
    • เถ้าถ่านเคลื่อนไปทางทิศตะวันตก
    • สถานะเตือนภัยยังอยู่ที่ ระดับ III (Siaga) เขตห้ามเข้าใกล้ปากปล่องในรัศมี 3 กิโลเมตร
    ญี่ปุ่นเฝ้าระวังความเป็นไปได้ของสึนามิ แต่จนถึงเช้าวันที่ 5 ก.ย. ยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลอย่างชัดเจน

    ทางการอินโดนีเซียแนะนำให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และชาวประมงหลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้ภูเขาไฟ เนื่องจากมีความเสี่ยงจากเถ้าถ่าน หินร้อน และลาวา

    ภูเขาไฟลูกนี้เคยทำให้เกิดสึนามิรุนแรงในปี 2018 หลังส่วนหนึ่งของภูเขาถล่มลงทะเล ดังนั้นหน่วยงานยังติดตามอย่างใกล้ชิด
    นี่คือภาพประกอบลักษณะการปะทุของอานัก กรากะตัว (ภาพบางส่วนเป็นเหตุการณ์ก่อนหน้า แต่คล้ายคลึงกับกิจกรรมปัจจุบัน):
    ภาพแสงแดงจากการปะทุตอนกลางคืน (lava fountain)
    ภาพการปะทุตอนกลางคืนแบบทั่วไปของภูเขาไฟลูกนี้

    สถานการณ์ยังดำเนินต่อเนื่อง แนะนำติดตามข่าวจากหน่วยงานอย่าง MAGMA Indonesia หรือ PVMBG สำหรับอัปเดต

    https://www.facebook.com/share/p/1DoXyeroLj/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! สหรัฐฯ คว่ำบาตร 3 สถาบันการเงินในตุรกี กล่าวหาช่วยโอนเงินให้กองกำลังอิหร่าน

    กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตร Golden Global Bank และบริษัทลูกอีก 2 แห่งในตุรกี โดยกล่าวหาว่าช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมมูลค่า หลายสิบล้านดอลลาร์ ให้กับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน–กองกำลังคุดส์

    สหรัฐฯ ระบุว่า Golden Global Bank ยังให้บริการด้านธนาคารตัวแทน ซึ่งเปิดช่องให้สถาบันการเงินของอิหร่านสามารถเคลื่อนย้ายเงินระหว่างประเทศได้ พร้อมประกาศตัดช่องทางการเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐฯ สำหรับหน่วยงานที่ถูกคว่ำบาตร

    4 กันยายน 2026

    #สหรัฐฯ #ตุรกี #อิหร่าน #คว่ำบาตร #GoldenGlobalBank #IRGC #QudsForce #Iran #Turkey #ข่าวต่างประเทศ

    https://www.facebook.com/share/p/1DndWY9g67/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ สอบสวนเจ้าหน้าที่ทหารราว 50 นาย ปมข้อมูลสงครามอิหร่านรั่วไหล

    สหรัฐฯ กำลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ราว 50 นายจากคณะเสนาธิการร่วม (Joint Staff) หลังมีข้อมูลเกี่ยวกับสงครามอิหร่านรั่วไหลไปยังสื่อ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการลดลงของคลัง อาวุธและกระสุนสำคัญ ของกองทัพสหรัฐฯ ท่ามกลางการสู้รบที่ยืดเยื้อ

    รายงานระบุว่า กระทรวงกลาโหมได้ใช้การตรวจ โพลีกราฟ (เครื่องจับเท็จ) กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพยายามระบุแหล่งที่มาของข้อมูล ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธว่าสหรัฐฯ กำลังขาดแคลนอาวุธ และเรียกการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวว่าเป็นเรื่องร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศ

    5 กันยายน 2569
    #สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน #กองทัพสหรัฐ #เพนตากอน #สงครามอิหร่าน #อาวุธ #ข่าวต่างประเทศ
    https://www.facebook.com/share/p/1HZ4D8HAuC/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1788582039441.jpg
    ด่วน!! นายกฯ “อนุทิน” ลงนามคำสั่งเนรเทศฉบับแรก หลังระเบียบเนรเทศฉบับใหม่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสั่งเนรเทศ “ยาคอฟ โอฮะยอน” (Yaacov Ohayon) ชาวอิสราเอล ออกจากประเทศไทย จากกรณีส่งข้อความข่มขู่เจ้าของสวนสัตว์สมุยว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและร่างกาย จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวและตกใจ ซึ่งศาลจังหวัดเกาะสมุยมีคำพิพากษาว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย

    โดยมีรายละเอียดคำสั่ง ดังนี้:
    เรื่อง เนรเทศ นายยาคอฟ โอฮะยอน (MR.YAACOV OHAYON) ออกไปนอกราชอาณาจักร

    ด้วยปรากฏว่า นายยาคอฟ โอฮะยอน (MR.YAACOV OHAYON) สัญชาติอิสราเอล มีพฤติกรรมส่งข้อความข่มขู่ผู้เสียหายว่า จะเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย จนทำให้ผู้เสียหาย เกิดความกลัว และเกิดความตกใจ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ประกอบกับศาลจังหวัดเกาะสมุย มีคำพิพากษาว่า นายยาคอฟ โอฮะยอน (MR.YAACOV OHAYON) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๒ ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ พิพากษาจำคุก ๑ เดือน ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑๕ วัน และปรับ ๕,๐๐๐ บาท และโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี ซึ่งพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าวนั้น ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน จึงมีความจำเป็นเพื่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนที่อยู่ในข่ายถูกเนรเทศได้ ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติเนรเทศ พ.ศ. ๒๔๙๙

    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติเนรเทศ พ.ศ. ๒๔๙๙ ประกอบกับ ข้อ ๔ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. ๒๕๖๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงมีคำสั่งเนรเทศ นายยาคอฟ โอฮะยอน (MR.YAACOV OHAYON) สัญชาติอิสราเอล ออกไป นอกราชอาณาจักร

    อนึ่ง หาก นายยาคอฟ โอฮะยอน (MR.YAACOV OHAYON) ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ มีสิทธิ อุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศ หรือขอมิให้ส่งตัวออกไปนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติเนรเทศ พ.ศ. ๒๔๙๙ ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

    สั่ง ณ วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙


    https://www.facebook.com/share/p/19DYRjsxqU/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภัยพิบัติในเนปาลอาจเป็นแค่จุดเริ่มต้น นักวิทยาศาสตร์เตือน ธารน้ำแข็งทั่วโลกกำลังกลายเป็น “ระเบิดเวลา”
    FB_IMG_1788582112897.jpg
    เหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในเนปาลกำลังทำให้นักวิทยาศาสตร์จับตาความเสี่ยงจากธารน้ำแข็งทั่วโลก หลังมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า ภัยพิบัติอาจเกี่ยวข้องกับการถล่มของธารน้ำแข็งบนเทือกเขาลังถัง-หลี่รุง ซึ่งแรงสั่นสะเทือนสามารถตรวจวัดได้ในระดับประมาณ 5.2 ริกเตอร์

    แม้การสืบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นบ่อยและมีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต

    ดร. โจนาธาน คาร์ริวิค ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งจากมหาวิทยาลัยลีดส์ อธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้อุณหภูมิบริเวณภูเขาสูงขึ้น ส่งผลให้ทั้ง ธารน้ำแข็งและชั้นดินเยือกแข็งถาวร (permafrost) ละลายและอ่อนตัวลง

    เมื่อโครงสร้างเหล่านี้สูญเสียความมั่นคง จึงเพิ่มโอกาสเกิดการถล่มของน้ำแข็ง หิน และตะกอนอย่างฉับพลัน ซึ่งสามารถก่อให้เกิดน้ำหลากขนาดใหญ่ไหลลงสู่พื้นที่ชุมชนด้านล่าง

    ที่น่ากังวลคือ นักวิจัยประเมินว่า ประชากรมากถึง 15 ล้านคนทั่วโลกอาจอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากภัยพิบัติประเภทนี้
    .
    #Doxzilla #สารคดี #สำรวจโลก #สารคดีพากย์ไทย

    https://www.facebook.com/share/p/1CV3gXzMmv/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บริษัทจีนหยุดส่งแรร์เอิร์ท แม้ผู้ซื้อจะมีใบอนุญาต

    เหตุเริ่มมาจากสหรัฐ แซงชั่นบริษัทจีนว่าใช้แรงงานจากอุยกูร์ ซินเจียง - จีนตอบโต้โดยการแซงชั่น RBA - บริษัทสหรัฐที่ทำ Supply Chain Audit ว่าของอะไรมาจากไหน เมื่อเดือนที่แล้ว

    ผลที่เกิดขึ้น - บริษัทจีนปฏิเสธที่จะส่งของให้บริษัทสหรัฐที่ใช้บริการ RBA รวมไปถึงบริษัทที่จีนเชื่อว่าจะขายของส่งต่อไปให้บริษัทที่ใช้บริการ RBA (ญี่ปุ่น)

    เจ้าหน้าที่สหรัฐพยายามกดดันให้จีนปฏิบัติตามข้อตกลงปูซาน(คือจีนจะส่งของต่อไป) แต่จีนสวนกลับว่า การแซงชั่นของสหรัฐ นั่นมันละเมิดข้อตกลงปูซานไปเรียบร้อยแล้ว

    Reva Goujon จากโรเดียมกรุ๊ปหวังว่าจีนจะกลับมาส่งของใหม่ในช่วงที่มีการเยือนสหรัฐอเมริกา

    https://www.reuters.com/business/ae...pbmU8vMk8DLTrVqa-M_aem_bH6OqXucGbFgPX13XV3K4Q

    https://www.facebook.com/share/p/1ErRpVGriE/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นายพลอิหร่านขู่ยกระดับศึกสู่สงครามไร้รูปแบบ 'ย่านแมนฮัตตันและวอลล์สตรีท' อยู่ในแผน
    .
    เตหะราน 3 กันยายน 2569 - พลโทโมฮัมหมัด เรซา นัคดี (Mohammad Reza Naqdi) ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ออกมาเปิดเผยผ่านสถานีโทรทัศน์เมยาทีมแห่งเลบานอน โดยขู่ว่า

    อิหร่านอาจยกระดับการปะทะกับสหรัฐอเมริกาไปสู่ "สงครามไร้รูปแบบ" (Asymmetric Warfare) พร้อมระบุชื่อย่านแมนฮัตตันและถนนสายการเงินวอลล์สตรีทในนครนิวยอร์กเป็นเป้าหมายของการต่อสู้

    นายพลอิหร่านระบุว่า ที่ผ่านมาการสู้รบยังคงอยู่ในรูปแบบการแลกเปลี่ยนขีปนาวุธและโดรนตามปกติ แต่หากเข้าสู่ระยะสงครามไร้รูปแบบ การต่อสู้จะขยายวงกว้างไปถึงย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

    นอกจากนี้ยังได้กล่าวเตือนชาวต่างชาติที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในปาเลสไตน์ให้เดินทางกลับประเทศต้นทางทันทีเพื่อความปลอดภัย มิฉะนั้นจะถูกจัดการเช่นเดียวกับกลุ่มศัตรูในประวัติศาสตร์ศาสนาอิสลาม

    ทั้งนี้ นายพลนัคดี ยังได้อ้างด้วยว่า คลังขีปนาวุธของอิหร่านยังคงมีความพร้อมและสมบูรณ์เกินกว่า 90% โดยขีปนาวุธที่ถูกใช้ไปในภารกิจก่อนหน้านี้ได้รับการผลิตทดแทนส่วนที่ยิงออกไปเรียบร้อยแล้ว และอิหร่านยังไม่ได้นำศักยภาพทางทหารสูงสุดออกมาใช้แต่อย่างใด

    ติดตามข่าวโลกและสถานการณ์ระหว่างประเทศกับ TheNEWSY

    #อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #IRGC #ข่าวต่างประเทศ #theNewsyupdate

    https://www.facebook.com/share/1EoWG1YvHC/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สิ่งแรกที่สะดุดตานักท่องเที่ยวเมื่อไปเยือน ‘ซุนดาร์บันส์’ (Sundarbans) ป่าชายเลนบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำในอ่าวเบงกอลเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ไม่ใช่ต้นไม้ที่หายไป แต่เป็น ‘บ่อน้ำที่แห้งขอดและแตกระแหง’ ในพื้นที่ที่น้ำไม่ควรจะแห้งเหือด
    .
    บ่อนี้เคยมีปลาหล่อเลี้ยงครอบครัว แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่า จนชาวบ้านต้องตั้งกลุ่มลงขันช่วยเหลือกันเองเพื่อความอยู่รอด นี่คือภาพสะท้อนความล้มเหลวของระบบนิเวศที่ประชากรกว่า 4 ล้านคนต้องพึ่งพา
    .
    แม้ซุนดาร์บันส์จะได้ชื่อว่าเป็น ‘มรดกโลก’ และปราการป้องกันพายุไซโคลน แต่ความจริงที่ชาวบ้านต้องเผชิญก็คือ ‘คันกั้นน้ำที่เสื่อมโทรม’ เพราะคันดินพังทลายเร็วกว่าที่ชุมชนจะซ่อมแซมได้ทัน และการซ่อมก็เป็นไปตามมีตามเกิด
    .
    อีกปัญหาหนึ่งก็คือ ‘น้ำเค็มรุกล้ำ’ พื้นที่ที่ปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง กลับกลายเป็นว่าปลูกอะไรแทบไม่ได้ บ่อน้ำจืดกลายเป็นน้ำกร่อย ทำให้ปลาที่เหลืออยู่ตัวเล็กลงและขายไม่ได้ราคา
    .
    เพราะว่า ‘วิกฤตสภาพภูมิอากาศ’ ไม่ได้มาในรูปแบบภัยพิบัติตูมเดียวเสมอไป แต่มักมาในรูปของ ‘ความเสื่อมโทรมสะสม’ ชาวบ้านต้องรับมือเงียบ ๆ ด้วยการตั้งสหกรณ์ รับจ้างรายวัน หรือส่งลูกเข้าเมือง นี่คือภาพจำลองของการปรับตัวที่กลายเป็นการดิ้นรนของครัวเรือนเมื่อบ่อน้ำไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป
    .
    ปัญหาสำคัญคือ เงินทุนช่วยเหลือด้านสภาพภูมิอากาศ มักถูกจัดสรรให้หลังเกิดภัยพิบัติใหญ่ เช่น พายุไซโคลน แต่กลับไม่มีงบประมาณมารองรับความเสียหายที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างภาวะน้ำเค็มรุกล้ำ แม้จะมีเงินทุนเข้ามาในพื้นที่ แต่ก็มักไปกระจุกอยู่ที่โครงการก่อสร้างคันกั้นน้ำหรือปลูกป่า ทำให้แทบไม่ตกถึงมือชาวบ้านที่กำลังถูกบีบให้ต้องละทิ้งอาชีพเกษตรกรรมของพวกเขาเลย
    .
    สามเหลี่ยมปากแม่น้ำอื่น ๆ ทั่วโลก เช่น แม่น้ำโขง ไนล์ และไนเจอร์ ก็กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกันในจังหวะที่ช้ากว่า ซุนดาร์บันส์แค่เผชิญวิกฤตนี้ก่อนใคร สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ไม่ใช่คำเตือนถึงอนาคตอันไกลโพ้น แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่า เมื่อการล่มสลายของระบบนิเวศเกิดขึ้นเร็วกว่าเกราะป้องกันที่เราสร้างไว้ ธรรมชาติอาจไม่ให้เวลาเราตั้งตัวแบบนี้อีกแล้ว

    #OnThisPoint #NZC #NetZeroCarbon #Sundarbans #ป่าชายเลน #วิกฤตสภาพภูมิอากาศ

    ที่มา
    https://theconversation.com/ecologi...e-forest-is-a-preview-of-whats-to-come-289445

    https://www.facebook.com/share/p/1EoPTSNrnR/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลังรบจบ ราคาน้ำมันจะ "ถูก" แบบถล่มทลาย ระดับน้องๆ ตอนโควิด หรือตอนเชลออยล์ (shale oil) บูมใหม่ๆ ด้วยซ้ำ --- อย่างน้อยๆ ก็ถูกสุดในรอบ 6 ปีอ่ะ!!!!!! ย้ำว่าไม่ใช่แค่ถูกเท่าๆ กับตอนก่อนรบแน่ๆ
    รัฐมนตรีคลังของอเมริกาว่าอย่างนั้น และเหมือนว่าไม่ใช่โม้ด้วย! เพราะเอา fundamentals มาแผ่กางดู ก็น่าจะเป็นงั้นจริง!

    สก็อตต์ เบสเซนท์ ขุนคลังแห่งสหรัฐอเมริกาชี้ว่า น้ำมันจะ "ล้นตลาด" (oversupply) หนักหนามาก ฉุดให้ราคาน้ำมันดิบดิ่งวูบแตะ $50 หรือ $40 ด้วยซ้ำไป⚠️⚠️⚠️

    ทั้งนี้ ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ICE Brent อยู่ที่ $96
    (*ก่อนที่จะรบกัน อยู่ที่ $72)
    (*ตอนพักรบ ช่วงปลาย มิ.ย. ต่อต้น ก.ค. มีหลุดต่ำกว่า $72 หน่อยแล้ว)
    (*ตอนรบแรงๆ ช่วงปลาย เม.ย. มีกระฉูดแตะๆ $120)

    ถ้ามันใช่อย่างที่รัฐมนตรีคลังอเมริกาว่าจริงๆ เราก็ได้ยิ้มหน้าบานแล้วล่ะครับท่าน
    ราคาน้ำมันจะถูกลง 50-60%‼️‼️‼️กรี๊ดดดดด

    ถามว่าแมงโม้บินว่อนรึเปล่า ...
    เพจเดือดฯ เขียนหลายทีแล้ว ย้ำว่าราคาน้ำมัน "มีสิทธิ์" ร่วงแหลกลาญจริง
    เอาง่ายๆ เลยนะ
    1.) ฮอร์มุซเปิด น้ำมันจากอ่าวไหลซู่ตามเดิม
    ไม่! ไม่ใช่เลย! มันจะไม่ใช่แค่นั้น!
    อย่าลืมว่าช่วงที่รบๆ กันนั้น เกิดอะไรขึ้น --- ดูข้อถัดไป!

    2.) ยูเออีออกจาก "โอเปก" แล้ว
    ยักษ์ใหญ่น้ำมันอย่างยูเออี สามารถ "ผลิตเท่าไหร่ก็เท่ากัน"
    ไร้โควตามากางกั้นอีกต่อไป

    3.) ก่อนเข้าสงครามอิหร่านนั้น อเมริกาเพิ่งเผด็จศึกเวเนฯ และฮุบน้ำมันไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่
    ระหว่างที่รบกับอิหร่าน ทางเวเนฯ ก็ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นไปเท่าไหร่แล้วล่ะ (และจะเพิ่มมากขึ้นอีกๆ ๆ)
    ซึ่งก็แว่วๆ ว่า ทรัมป์จะเอาเวเนฯ ออกจาก "โอเปก" เช่นกัน

    เอาแค่สามข้อนี้ ก็โดนสถานการณ์ "น้ำมันไหลหลาก" แล้ว ท่วมตลาดด้วยความรุนแรงยิ่ง

    แล้วอย่าลืมอีกข้อ
    0.) เพจเดือดฯ ย้ำอยู่เสมอว่า ก่อนจะรบกัน ประเมินว่าปี 2026 จะเป็นปีที่เกิดภาวะ "ล้นตลาด" สาหัสที่สุดในประวัติศาสตร์ ยิ่งกว่าปีโควิดอีก!!!
    (ปีโควิดสุดท้ายไม่ล้นหนัก เพราะหลังจาก demand แทบหายหมดเพราะล็อกดาวน์ แต่พวก "โอเปก" รีบปิดก๊อก ลดการผลิตกันเป็นทิวแถว ทำให้ดุลๆ ได้ พอถูไถ)

    ล้นตลาด ก็คือ supply ตั้ง แล้วลบด้วย demand ก็จะเป็น surplus (implied stock build)
    เดิมปีนี้คาดการณ์ว่าจะล้นสูงถึง 4 ล้านบาร์เรล/วัน
    แต่รบซะก่อน ราคาน้ำมันเลยดันไม่ทันจะถูก

    คิดง่ายๆ ถ้ารบจบ ทุกอย่างคืนสภาพ ก็จะล้นสาหัสระดับนั้น (คิดตื้นๆ แบบคร่าวๆ ก่อน)
    แต่แต่แต่ มันจะหนักกว่านั้น เพราะมันไม่ใช่แค่กลับไปเหมือนเดิม แต่มีข้อ 2.) และข้อ 3.) ข้างบนนั้นมากระทืบด้วย

    และอีกประการ โดนปิดฮอร์มุซยาวๆ แบบนี้ เศรษฐกิจอ่วมกันทั้งโลก ฉะนั้น demand ก็ไม่กลับไปดีอย่างเดิมหรอก มันถูกหน่วงๆ ถ่วงๆ มิใช่เล่นนะ จากพิษเศรษฐกิจนี้
    ยิ่งทำให้ล้นตลาดเข้าไปใหญ่อีก

    ยิ่งกว่านั้น ยังมีข้อแถม
    4.) ต้องดูว่าจะจบศึกแบบไหน สำหรับสงครามอิหร่าน
    ซึ่งถ้ามันดีลกันได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ยังไงซะ อิหร่านก็ต้องมีเรียกร้องข้อหนึ่งแน่ๆ คือ ส่งออกน้ำมันได้ตามสบาย หงายบาตร!
    โอ้โห ถ้าแบบนี้ ก็จะยิ่ง "น้ำมันไหลบ่า" ท่วมท้นตลาด

    ที่สก็อต เบสเซนท์บอกว่า $50 หรือ $40 นี่ ไม่ไกลเกินจริงนะ

    ทั้งนี้ ตอนน้ำมันดิบ $40-50 นี่ มันเคยมีเกิดขึ้นก็ตอน shale oil ทะลักจุดแตกปี 2014
    ซึ่งมันเปลี่ยนภาพของตลาดน้ำมันไปตลอดเลย
    จากน้ำมันดิบ เคลื่อนไหวราว $100-120 ก็ทรุดหนัก
    ช่วง 2015-2016 ก็แถวๆ $40-50 เนี่ยแหละ
    (ตอนวิกฤติเศรษฐกิจ 2008-2009 ก็เคยเจอมาแล้ว แถวๆ นี้)
    ก้นเหว มีหลุด $30 ด้วยซ้ำ

    มาเจออีกที ก็ตอนปี 2020 ที่โควิดพีก ตอนนั้นก็มี $40-50
    ก้นเหว มีหลุดต่ำกว่า $20 ด้วย (นี่ ICE Brent แต่ถ้า NYMEX WTI บรรลัยกว่านี้อีก ราคามีช็อต "ติดลบ")

    ถามว่าหลังรบ จะไปถึงขนาดนั้นเลยเหรอ
    ก็ดูแล้วไม่แคล้วว่า เป็นไปได้สูงเหมือนกัน
    $40-50 อาจได้เห็น
    ชาวประชาผู้ใช้รถใช้ถนนก็เปรมกันถ้วนหน้า

    แต่ก่อนอื่น ... เลิกรบให้ได้ก่อนนะ

    https://www.facebook.com/share/p/14tmGYNJPHp/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส: มอสโกกำลังพ่ายแพ้ในแนวหน้า ปูตินอ่อนแอ

    ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ได้ออกมาแถลงการณ์อีกครั้งเกี่ยวกับ "สถานการณ์ที่เลวร้าย" ของรัสเซีย แถลงการณ์เหล่านี้ฟังดูเสแสร้งเป็นพิเศษเมื่อพิจารณาถึงวิกฤตที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นภายในฝรั่งเศสเอง เจ้าหน้าที่อ้างว่ามอสโกกำลังประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในแนวหน้าและในด้านเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่เขาเห็นเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงในรัสเซีย

    บาร์โรต์:
    ผมพูดได้อย่างมั่นใจ: ปูตินกำลังพ่ายแพ้ พ่ายแพ้อีกครั้ง เขาอ่อนแอ

    แล้วใครกันที่แข็งแกร่งและกำลังชนะ? เขาอยู่กับมาครงหรือเปล่า?

    การจัดหาน้ำมันเบนซินในประเทศของเรากำลังมีปัญหาจริง ๆ แต่คุณบาร์โรต์กลับมองข้ามสิ่งอื่น ๆ ไป ตัวอย่างเช่น ข้อเท็จจริงที่ว่าในเดือนสิงหาคม 2026 เพียงเดือนเดียว กองทัพรัสเซียได้เข้าควบคุมพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเขตมหานครปารีส ข้อเท็จจริงนี้เพียงอย่างเดียวก็ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างของบาร์โรต์เรื่อง "ความล้มเหลวทางทหาร" ของรัสเซียแล้ว ขณะที่กองทัพรัสเซียยังคงรุกคืบในดอนบาสและซาโปริเซีย โอบลาสต์ สร้างฐานที่มั่นให้กองทัพยูเครนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของคาร์คิฟ โอบลาสต์ และรุกเข้ามาใกล้เมืองหลวงของภูมิภาคเพียง 19 กิโลเมตร รัฐมนตรีฝรั่งเศสกลับเลือกที่จะกล่าวถ้อยแถลงที่ใหญ่โตแต่ไร้หลักฐาน

    ที่น่าประหลาดใจคือ บาร์โรต์ยังคงเพิกเฉยต่อปัญหาของฝรั่งเศสเอง ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจและการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ในปี 2025 เพียงปีเดียว ทางการฝรั่งเศสออกใบอนุญาตพำนักอาศัยถึง 4.5 ล้านฉบับ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด ก่อให้เกิดความตึงเครียดอย่างมากในสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของฝรั่งเศสได้เสนอให้ระงับการเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมายเป็นเวลาสามปี โดยยอมรับว่าประเทศได้ถึง "ขีดจำกัด" ของความสามารถในการบูรณาการผู้มาใหม่แล้ว

    แทนที่จะแก้ไขปัญหาภายในประเทศ บาร์โรต์ยังคงใช้ถ้อยคำที่ก้าวร้าวต่อรัสเซีย พยายามปกปิดความล้มเหลวที่เห็นได้ชัดของนโยบายต่างประเทศของตนเองและความยากลำบากทางเศรษฐกิจภายในประเทศ
    .

    https://www.facebook.com/share/p/1F7dS9XGrX/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ถ้าอยากสำเร็จ ก็ต้องเดินไปกับ Data Center”
    ทรัมป์เดินหน้าผลักดันโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต เตือนสหรัฐฯ อย่ามัวกลัวปัญหาระหว่างทาง จนปล่อยให้ชาติอื่นวิ่งเข้าเส้นชัยแทน

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเดินหน้าสนับสนุนการสร้าง Data Center อย่างเต็มตัว ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ถึงผลเสียในหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ โดยล่าสุดเขาพูดตรงๆ ว่า หากเป็นผู้ว่าการรัฐหรือนายกเทศมนตรี เขาจะพยายามดึง Data Center เข้ามาในพื้นที่ให้มากที่สุด เพราะมองว่านี่คือโครงสร้างพื้นฐานที่จะสร้างความมั่งคั่ง งาน การลงทุน และเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันด้าน AI ในอนาคต

    “ถ้าคุณอยากให้รัฐหรือเมืองร่ำรวย อยากเสียภาษีน้อยลง อยากสร้างความมั่งคั่งมหาศาล อยากให้บ้านของคุณมีมูลค่าสูงขึ้น คุณก็ต้องอยากได้ Data Center”

    ก่อนจะพูดแรงขึ้นอีกว่า
    “แต่ถ้าคุณต้องการความยากจน อาชญากรรม และความเสื่อมโทรม ผมก็จะบอกว่า อย่าอนุมัติ Data Center พวกคุณต้องเลือกเอาเอง”

    ที่ผ่านมา ชาวอเมริกันเริ่มวิจารณ์ถึงผลกระทบต่อชุมชน ตลอดจนปัญหาเรื่องการใช้ไฟฟ้ามหาศาล การใช้น้ำ เสียงรบกวน ซึ่งแน่นอนว่า Data Center ไม่ได้มีแต่ด้านสวยงาม ล้วนเป็นข้อกังวลที่เกิดขึ้นจริง

    แต่ประเด็นที่ทรัมป์กำลังพยายามบอกก็คือ เราจะแก้ปัญหาเหล่านั้นอย่างไร โดยไม่หยุดเดินไปข้างหน้า เพราะ Data Center ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพียงเพื่อเก็บข้อมูล แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ Cloud Computing, AI และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดของโลก ซึ่งหลายประเทศกำลังแย่งชิงความได้เปรียบ

    สำหรับเรื่องพลังงานที่ถูกวิจารณ์ รัฐบาลทรัมป์จึงพยายามวาง กรอบและเงื่อนไข ให้บริษัทเทคโนโลยี สร้าง จัดหา หรือซื้อกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่สำหรับ Data Center และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขยายโครงข่ายที่เกิดจากโครงการเหล่านี้ด้วยตนเอง ขณะที่ทรัมป์ระบุล่าสุดว่า บางโครงการกำลังสร้างโรงผลิตไฟฟ้าของตัวเอง และไฟฟ้าส่วนเกินสามารถส่งกลับเข้าสู่โครงข่าย เพื่อช่วยเพิ่มกำลังไฟฟ้าให้กับระบบได้อีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ผลจริงต่อค่าไฟในระยะยาวยังเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอยู่

    นี่จึงเป็นการแข่งขันที่ต้องทำสองอย่างพร้อมกัน คือ “เร่งสร้าง” เพื่อไม่ให้ประเทศหยุดอยู่กับที่ และ “เร่งวางกรอบและเงื่อนไข” เพื่อจัดการผลกระทบที่เกิดขึ้นระหว่างทาง เพราะหากเลือกหยุดสร้างทุกครั้งที่พบปัญหา เทคโนโลยีก็ไม่ได้หยุดรอเรา ประเทศอื่นยังเดินหน้าต่อ และในสนาม AI การย่ำอยู่กับที่ก็แทบไม่ต่างอะไรกับการกำลังถอยหลัง

    เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ทรัมป์ก็เคยประกาศจุดยืนเรื่องนี้ผ่าน Truth Social อย่างชัดเจนว่า ชุมชนที่ไม่ต้องการ Data Center เสี่ยงลงเอยด้วยการเป็นชุมชนที่ “ล้าหลังและยากจน” พร้อมเรียกอุตสาหกรรมนี้ว่า “ห่านทองคำ” และเตือนว่า หากสหรัฐฯ ทำลายความได้เปรียบนี้ด้วยมือตัวเอง ผู้ที่ยินดีที่สุดก็คือจีน เพราะการแข่งขันด้าน AI ไม่ได้หยุดรอให้สหรัฐฯ แก้ข้อถกเถียงภายในประเทศให้เสร็จก่อน

    ปัญหาระหว่างทางเป็นสิ่งที่ต้อง “แก้” และวางกติกาควบคุม ไม่ใช่เหตุผลที่จะ “หยุดเดิน” เพราะหากมัวแต่กลัวอุปสรรคจนไม่กล้าก้าวต่อ เราอาจหลีกเลี่ยงปัญหาที่อยู่ระหว่างทางได้จริง แต่สุดท้ายก็ไม่มีวันไปถึงผลประโยชน์ที่รออยู่ตรงเส้นชัย

    ที่มา : The White House, Financial Times, Forbes, The Guardian และ Truth Social

    https://www.facebook.com/share/p/1DQbN2WptG/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชะตากรรมอภิมหามหาเศรษฐีจีน! จากจุดสูงสุดชีวิตสุดฟุ่มเฟือย สู่โทษ “จำคุกตลอดชีวิต” และถูกริบทรัพย์สินทั้งหมด

    นิตยสาร Daily Shincho ของญี่ปุ่นเพิ่งรายงานข่าวคดีใหญ่ที่เป็นกระแสฮือฮา เรื่องของ “ฮุย คา ยาน” (Hui Ka Yan) อดีตประธานและผู้ก่อตั้ง China Evergrande Group ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ของจีน ที่ถูกศาลเมืองเซินเจิ้นตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ตัดสิทธิทางการเมือง และริบทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด ในข้อหาฉ้อโกง ระดมทุนผิดกฎหมาย และติดสินบนเจ้าหน้าที่

    ย้อนกลับไปยุคพีคๆ Evergrande เติบโตจากการกู้เงินกว้านซื้อที่ดินสร้างบ้านตามนโยบายรัฐ จนเคยกวาดยอดขายได้สูงถึง 7 แสนล้านหยวน (ราว 14 ล้านล้านเยน) และฟองสบู่ความมั่งคั่งนี้เองที่ทำให้ชีวิตส่วนตัวของเขาหรูหราอลังการจนกลายเป็นตำนาน:

    • เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว 3 ลำ (รวมถึงเครื่องบินโดยสาร Airbus)
    • เรือยอชท์ยาว 60 เมตรสั่งทำพิเศษจากเนเธอร์แลนด์
    • เพนต์เฮาส์ที่ลอสแอนเจลิส พร้อมคฤหาสน์หรูในลอนดอนและฮ่องกง
    • ฟาร์มส่วนตัวในญี่ปุ่นเพื่อปลูกเมลอนไว้กินเอง และชอบสูบซิการ์มวนละ 7 ล้านหยวน
    • คณะนางรำส่วนตัวที่มีหญิงสาววัยเยาว์กว่า 200 คน คอยเต้นให้ดูในพื้นที่ส่วนตัวชั้น 41–43 ของตึกสำนักงานใหญ่

    แถมเบื้องหลังความสำเร็จยังเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันเชิงนโยบายอย่างหนัก จนเขาได้รับฉายาว่าเป็น “ถุงมือขาว” หรือนอมินีซักฟอกเงินให้กับบรรดาขุนนางและนักการเมืองจีน

    แต่สุดท้ายความฝันก็ล่มสลายลงเมื่อรัฐบาลจีนคุมเข้มมาตรการหนี้สินในปี 2020 จนฟองสบู่แตก บริษัทกลายเป็นหนี้มหาศาลกว่า 6.4 แสนล้านหยวน ตัวเขาถูกกักบริเวณอยู่หลายปี ก่อนจะมาจบลงที่คำตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ปิดฉากชีวิตอภิมหามหาเศรษฐีฟองสบู่แบบไม่มีวันได้กลับออกมาอีกเลย

    ที่มา: Yahoo! News / Daily Shincho (เผยแพร่เมื่อ 5 กันยายน 2026)

    #Evergrande #ฮุยคายาน #อสังหาจีน #ข่าวจีน #DailyShincho #เศรษฐกิจจีน #ฟองสบู่แตก

    https://www.facebook.com/share/1ET7P2SdXC/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หิมาลัยส่งสัญญาณถึงไทย “หอคอยน้ำเอเชีย” เสื่อมถอย เร่งจับตา "โขง – สาละวิน" หวั่นภัยน้ำเปลี่ยนเกม

    2 กันยายน 2569 #ภัยพิบัติ บริเวณ #ชายแดนเนปาล #ทิเบต เมื่อ 26 สิงหาคม กลายเป็นมากกว่าภัยธรรมชาติในพื้นที่ เพราะกำลังสะท้อน #ความเปราะบางของระบบน้ำ ใน #เทือกเขาฮินดูกูช–หิมาลัย (Hindu Kush #Himalaya: HKH) ซึ่งเป็น "แหล่งน้ำต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญของเอเชีย และมีประชากรหลายพันล้านคนพึ่งพิง"
    .
    จากธารน้ำแข็งถล่ม สู่ “#ภัยพิบัติลูกโซ่”
    เหตุการณ์ครั้งนี้มีลักษณะซับซ้อนกว่าน้ำท่วมจากฝนทั่วไป โดยหลักฐานจาก #ภาพดาวเทียม และการวิเคราะห์ของนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า การพังทลายของธารน้ำแข็งและมวลหิน–น้ำแข็ง บริเวณต้นน้ำก่อให้เกิดมวลน้ำ เศษหิน และตะกอนจำนวนมหาศาลไหลลงหุบเขาอย่างฉับพลัน ก่อนสร้างความเสียหายต่อชุมชน ถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
    .
    จุดน่ากังวลคือ ภัยลักษณะนี้สามารถเกิดเป็น Cascading Hazards หรือภัยพิบัติแบบลูกโซ่ ตั้งแต่ธารน้ำแข็งถล่ม → น้ำและตะกอนไหลทะลัก → ลำน้ำถูกปิดกั้น → เกิดทะเลสาบชั่วคราว → เขื่อนธรรมชาติพัง → น้ำท่วมระลอกใหม่
    .
    รัฐบาลไทยเองได้ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม #THEOS-2 ตรวจสอบเหตุการณ์ ระบุว่ารูปแบบภัยมีลักษณะบางส่วนใกล้เคียงกับน้ำท่วมฉับพลันจาก #ทะเลสาบธารน้ำแข็ง ซึ่งต่างจากน้ำป่าที่เกิดจากฝนตกหนักโดยตรง
    .
    “หอคอยน้ำแห่งเอเชีย” กำลังเปลี่ยนจากแหล่งน้ำเป็นแหล่งความเสี่ยง
    ความน่ากังวลไม่ได้อยู่ที่เหตุการณ์ครั้งเดียว แต่คือแนวโน้มระยะยาวของธารน้ำแข็ง HKH
    .
    รายงานของ ICIMOD ที่เผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2569 พบว่า ธารน้ำแข็งในภูมิภาคนี้สูญเสียมวลน้ำแข็งในอัตรา เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่านับตั้งแต่ปี 2000 และตั้งแต่ปี 1975 สูญเสียความหนาของน้ำแข็งไปแล้วสูงสุดราว 27 เมตร ขณะที่ช่วงปี 1990–2020 พื้นที่ธารน้ำแข็งลดลงประมาณ 12%
    .
    #HKH มีธารน้ำแข็งกว่า 63,700 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 55,782 ตารางกิโลเมตร และเป็นต้นน้ำของระบบแม่น้ำขนาดใหญ่ของเอเชียอย่างน้อย 10 สาย หล่อเลี้ยงประชากรเกือบ 2,000 ล้านคน จึงถูกเรียกว่า “Water Towers of Asia” หรือ #หอคอยน้ำแห่งเอเชีย
    .
    และปัญหาไม่ได้มีแค่ “น้ำจะมากขึ้น” แต่ตรงกันข้าม เมื่อธารน้ำแข็งลดลง ระบบน้ำในระยะยาวอาจ ผันผวนและคาดการณ์ยากขึ้น โดย ICIMOD เตือนว่าการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็ง หิมะ และชั้นดินเยือกแข็ง กำลังทำให้การไหลของแม่น้ำไม่แน่นอน และเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และธารน้ำแข็ง–ทะเลสาบแตกตัว
    .
    แล้วไทยเกี่ยวโยง เพราะ คำตอบอยู่ที่ “แม่น้ำโขงและสาละวิน”

    ทั้งสองลุ่มน้ำ มีต้นกำเนิดจากบริเวณ #ที่ราบสูงทิเบตและระบบภูเขาสูง ก่อนจะ #ไหลลงสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย #แม่น้ำโขง ไหลผ่านจีน เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ส่วนสาละวินไหลจากจีนผ่านเมียนมาและเข้าสู่ประเทศไทย
    .
    ภัยจากธารน้ำแข็งในเนปาลไม่ได้หมายความว่ามวลน้ำจะไหลมาถึงประเทศไทยโดยตรง และไม่ได้แปลว่าไทยกำลังจะเจอน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งในทันที
    .
    สิ่งที่ไทยต้องจับตาคือ การเปลี่ยนแปลงของระบบต้นน้ำและรูปแบบการไหลของน้ำในระยะยาว ทั้งปริมาณน้ำตามฤดูกาล ความแปรปรวนของฝน การละลายของหิมะ ตลอดจนเหตุการณ์น้ำหลากและภัยแล้งที่อาจเกิดสลับกันรุนแรงขึ้น
    .
    ดังนั้น สำหรับไทย “หอคอยน้ำแห่งเอเชีย” เป็นโจทย์เรื่อง ความมั่นคงทางน้ำ มากกว่าการรอรับมวลน้ำจากหิมาลัยโดยตรง
    .
    จาก “น้ำมาก” อาจกลายเป็น “น้ำไม่แน่นอน”
    นี่คือความเสี่ยงที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด
    .
    ในระยะหนึ่ง การละลายของธารน้ำแข็งอาจเพิ่มน้ำลงสู่แม่น้ำ แต่เมื่อมวลน้ำแข็งลดลงต่อเนื่อง ความสามารถของระบบภูเขาในการทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำตามธรรมชาติก็ลดลงตามไปด้วย
    .
    ผลที่ตามมาคือ #ประเทศปลายน้ำต้องรับมือกับน้ำ ที่ผันผวนกว่าเดิม คือบางช่วงเกิดน้ำหลากรุนแรง ขณะที่บางช่วงอาจเผชิญน้ำต้นทุนลดลง
    .
    สำหรับไทย ความเสี่ยงจึงโยงไปถึง เกษตรกรรม การผลิตไฟฟ้า การประปา ประมงริมแม่น้ำโขง เศรษฐกิจชายแดน และชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ
    .
    ยิ่งเมื่อไทยต้องรับมือกับ #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในประเทศอยู่แล้ว ปัญหาจึงไม่ใช่เพียง “ฝนตกมากหรือน้อย” แต่เป็นการรับมือกับระบบภูมิอากาศที่มีความผันผวนมากขึ้น
    .
    ไทยเริ่มขยับจาก “รอน้ำมา” เป็น “รู้ก่อนน้ำมา”
    สัญญาณหนึ่งที่เห็นชัดคือ #ไทยมีระบบติดตามแม่น้ำโขง และ #ระบบเตือนภัยน้ำหลาก – ดินถล่มอยู่แล้ว โดย #กรมทรัพยากรน้ำ มีทั้งระบบ #MekongRiver_Monitoring และระบบ Early Warning สำหรับติดตามสถานการณ์น้ำและเตือนพื้นที่เสี่ยง
    .
    ขณะที่ #ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ใช้ทั้งสถานีตรวจวัด ระบบโทรมาตร และ Cell Broadcast เพื่อส่งคำเตือนตรงถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
    .
    ไทยเองยังอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงหลายภัยพร้อมกัน โดยระบบของ ปภ.แสดงพื้นที่เฝ้าระวังทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินถล่มในหลายจังหวัด
    .
    บทเรียนจากเนปาล–ทิเบต ไม่ใช่การกลัวว่าธารน้ำแข็งจะละลายแล้วน้ำจะไหลมาถึงไทย แต่คือการยอมรับว่า “#ต้นน้ำของเอเชียกำลังเปลี่ยน” และประเทศปลายน้ำอย่างไทย ต้องรู้ให้เร็วว่า เมื่อระบบต้นน้ำเปลี่ยน น้ำในโขง–สาละวินจะเปลี่ยนอย่างไร
    .
    เพราะในโลกภูมิอากาศใหม่ ภัยพิบัติไม่ได้หยุดอยู่ที่ชายแดน และความมั่นคงทางน้ำของไทยอาจเริ่มต้นจากการเฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นบนภูเขาหิมาลัยหลายพันกิโลเมตรก่อนที่น้ำจะมาถึงบ้านเรา

    FB_IMG_1788588171402.jpg FB_IMG_1788588173428.jpg FB_IMG_1788588175494.jpg
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/19diszoeKQ/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฟังให้จบนะ สงสารทหารไทยเลยที่ทำงาน
    .
    ปรักสุคล ฟาดไทย กลางเวที (ISC-2)
    ณ (ศูนย์ประชุมกรมสรรพากร) กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
    ระหว่างวันที่ 26–28 สิงหาคม 2026
    .
    ได้ฟาดไทหลายเรื่องถึงการละเมิดข้อตกลงและอาจจะถึง
    กฏหมายระหว่างประเทศ จนทำให้อาจจะเป็น "ภัยความมั่นคงของภูมิภาค"
    .
    ทั้งการไม่เคารพข้อตกลง GBC,JBC
    ที่เคยเซ็นร่วมกันและตกลงกันไว้
    ที่มาเลเซียและจันทบุรี (ไทย) โดยพวกเขายังได้ใช้กำลัง
    ในการขัดขวาง ไม่ให้กัมพูชาเข้าคืนพื้นที่เดิม กว่า 20,000 คน
    ที่ไม่สามารถเดินทางกลับได้ ทั้งที่ได้ตกลงประชุมวิสามัญครั้งที่ 3 แล้ว
    ก็ตาม

    ไม่รู้ใครไปเซ็นไว้สองครั้งไปนั่งดูเอารอบวันที่ 27.12.68

    ✅เพจหลัก https://www.facebook.com/beemnews
    ✅สำรอง https://www.facebook.com/beemnews.sub
    ✅ยูทูปเผื่อเฟสหายไป https://www.youtube.com/@beemnew

    #beemnews
    #Scambodia
    #ไทยไม่ใช่ผู้รุกราน

    https://www.facebook.com/share/v/1EX8dt3tSz/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • A.mp4
      ขนาดไฟล์:
      11.1 MB
      เปิดดู:
      6
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,253
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพจับมือประกาศจะ "บริหารงานร่วมกัน" โดยใช้ การเซ็นสัญญาร่วม
    ✅ นายก รมต คนที่ 1 นโรดม รณฤทธิ์
    ✅ นายก รมต คนที่ 2 ฮุน เซ็น
    ในวันที่ 21 เมษายน 1997

    ดูเต็มทางยูทูป
    .
    บันทึกโดยนักข่าวชาวอังกฤษ
    จนภายหลัง ฮุนเซ็นฮุนเซ็นได้เปิดฉาก รัฐประหารก่อน
    .
    เจ้าชายนโรดม รณฤทธิ์ นายกรัฐมนตรีคนที่หนึ่งของกัมพูชา กล่าวว่า:
    “ประการแรก นี่เป็นการแทรกแซงที่ไม่อาจยอมรับได้จากสมเด็จฮุน เซน
    เข้ามาในกิจการภายใน—ไม่ใช่กิจการภายใน—แต่เข้ามาแทรกแซงในพรรคการเมือง
    ด้วยการสร้างวิกฤตที่เรียกกันเช่นนี้ขึ้นภายในกรอบของฟุนซินเปก
    และประการที่สอง นี่เป็นความตั้งใจอย่างชัดเจนของเขาที่จะก่อรัฐ
    ประหารตามรัฐธรรมนูญ”
    .
    ข้อกล่าวหาของรณฤทธิ์ที่ว่าฮุน เซนเดินหน้าไปไกลกว่านั้นและวางแผน
    ก่อรัฐประหารโดยกองทัพ มีแนวโน้มว่าจะทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นอีก
    ขณะนี้ ด้วยเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้อำนาจทั้งหมดไปแล้ว
    .
    สุดท้าย วันที่ 5–6 กรกฎาคม 1997 โดยการสู้รบเริ่มวันที่ 5 กรกฎาคม
    ฮุน เซนสามารถยึดอำนาจจากฝ่ายของเจ้าชายนโรดม รณฤทธิ์ได้ใน
    วันที่ 6 กรกฎาคม 1997

    ✅เพจหลัก https://www.facebook.com/beemnews
    ✅สำรอง https://www.facebook.com/beemnews.sub
    ✅ยูทูปเผื่อเฟสหายไป https://www.youtube.com/@beemnew

    #beemnews
    #Scambodia
    #ไทยไม่ใช่ผู้รุกราน

    https://www.facebook.com/share/v/1F1ocERxNE/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • Q.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.4 MB
      เปิดดู:
      3

แชร์หน้านี้

Loading...