ให้บูชาวัตถุมงคลประจำปี ๒๕๖๙

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย phumiput, 3 มกราคม 2026.

  1. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,870
    ค่าพลัง:
    +8,120
    ขอจองครับ
     
  2. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รับทราบการจองรายการที่ ๘๑ พระสมเด็จแหวกม่าน หลวงพ่อใจ (องค์ที่สอง) ขอบพระคุณมากครับ
     
  3. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รายการที่ ๘๓
    รายการฝาก
    ให้บูชาสี่หูห้าตา(พระอินทร์แปลง )ของพระอาจารย์ บ๊ะ วัดโพธิลังการ์ ขนาดบูชาความสูงประมาณ 10 เซนติเมตรโดยประมาณ จารมือที่ฐาน จารตัวปิ มีคนถามท่านความหมายของตัวปิคืออะไร ท่านบอกว่าย่อมาจาก ปิยเทวมนุสสานังคือเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดา ที่สำคัญท่านเสกตลอดไตรมาส ท่านตั้งใจทำรุ่นนี้มาก พระอาจารย์บ๊ะได้อธิษฐานขอเรื่องโชคลาภ ความคล่องตัวโดยตรง ท่านบอกว่า "รุ่นนี้กูแก้แบบให้สี่หูห้าตาหลังตรงจะได้ขี้คล่อง ลาภจะได้ไหลสะดวก"
    วิธีบูชาสี่หูห้าตา
    บูชาไปแล้วนำท่านหันหน้าออกทางหน้าบ้าน แล้วก็ถวายถ่าน(ฟืน) ให้สี่หูห้าตา ยิ่งเผาแดง ๆ ยิ่งดี หรือจะใช้ถ่านดิบถวายและเปลี่ยนทุกวันพระก็ได้ นำไปเผาถวายท่าน และหมั่นอุทิศบุญกุศลที่เราได้ทำให้ท่านเสมอ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่าสี่หูห้าตาที่ท่านได้รับไป คือ พระอินทร์ที่ท่านจำแลงกายมา เหตุที่ต้องถวายท่านด้วยถ่านเพราะ ท่านกินถ่านแล้วถ่ายออกมาเป็นทองคำ ท่านจะช่วยให้มีความคล่องตัวในชีวิตความเป็นอยู่ ลาภสักการะมีความคล่องตัวขึ้น การปฏิบัติสมาธิเจริญกรรมฐานก็ขอให้ท่านช่วยสงเคราห์ได้ สุดแต่ท่านจะอธิษฐานขอพรตามใจปรารถนา(ถ้าอฐิษฐานขอเรื่องเฉพาะให้ตอนอฐิษฐานเอามือลูบที่ก้อนอึทองคำ ถ้าสำเร็จให้เผาถ่านแดงๆบูชาท่านเยอะๆ)
    ที่ท่านสร้างรุ่นนี้ขึ้นมากเนื่องจากทนรบเร้าไม่ไหว มีเรื่องเล่าว่า มีพระมาจากที่อื่นมาขอบูชาสี่หูห้าตาที่ท่านเคยเสกไว้(มีคนบูชามาจากที่อื่นแล้วท่านเสกให้) เนื่องจากเพื่อนพระด้วยกันเคยมาบูชาจากท่านไป แล้วมีอยู่มาวันหนึ่งท่านไม่อยู่ที่กุฏิ มีคนมาหาแล้วเจอลิงยักษ์อยู่หน้ากุฏิเหมือนเฝ้ากุฏิให้ครับ ก็เลยเป็นที่ต้องการของพระรุปนั้น จึงได้มาขอบูชา ตอนหลังลูกศิษย์รบเร้าให้ท่านสร้าง ท่านก็เลยจัดสร้าง ถือว่าเป็นรุ่นที่ท่านอนุญาตจัดสร้างอย่างเป็นทางการครับ
    รายการนี้ฝากมา ให้บูชาที่ 1500
    (ปิดรายการ) ค่าจัดส่ง 50
    20260809_012556.jpg 20260809_012621.jpg 20260809_012651.jpg 20260809_012803.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 กันยายน 2026 at 13:20
  4. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รายการที่ ๘๔
    ให้บูชาพระผงพิมพ์หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ รุ่นปลอดหนี้ รวย รวย รวย จ.ปัตตานี ปี 2539 สำหรับรุ่นนี้จะมีสองพิมพ์คือด้านหลังเรียบกับด้านหลังเป็นรูปลายนิ้วมือ
    มวลสารสำคัญประกอบด้วยดินกากยายักษ์ ว่าน 108 และผงเก่าหลวงปู่ทวดปี 2497 ผสมอยู่
    ปลุกเสกพิธีใหญ่มีหลวงปู่นอง วัดทรายขาว พ่อท่านฉิ้น วัดเมืองยะลา และอีกหลายองค์
    รุ่นนี้มีประสบการณ์ลงหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อปี 51 ว่า ตำรวจห้อยพระรุ่นนี้แล้วจับโจร โจรยิงใส่ 6 นัดไม่ออกครับ
    สำหรัลองค์ได้ทำบุญกับพระอาจารย์เอ บ้านสุมโนมาครับ เมื่อห้าหกปีที่แล้ว
    ให้บูชา 280 จัดส่ง 50 จองได้สามวันครับ
    20260821_220530.jpg 20260821_220552.jpg 20260821_220605.jpg
     
  5. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รายการที่ ๘๕
    ให้บูชาเป็นชุด
    ชุดเหรียญพระแก้วมรกตทรงเครื่องทั้งสามฤดู ครบชุด เนื้อทองแดง รุ่นนี้สร้างเนื่องในพิธีเปิดสำนักงานใหญ่ ธนาคารกรุงไทย วันที่ 26 พฤศจิกายน 2525 พระดี พิธีใหญ่
    ข้อมูลสำหรับรุ่นนี้มีดังนี้
    พิธีการสร้าง ส่งแผ่นเงินและแผ่นทอง ถวายสมเด้จพระสังฆราชและสมเด็จพระราชาคณะ ลงอักขระมงคลร้อยแปดและบริกรรมแผ่เมตตา
    บารมี ส่งแผ่นทองแดง ให้กับสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อนำไปให้พระภิกษุสงฆ์ที่ทรงคุณวุฒิ มีพุทธคุณสูงเป็นที่เคารพสักการะของ
    พุทธศาสนิกชนทั่วไป ลงอักขระมงคลร้อยแปดและปลุเสกแผ่นวัตถุมงคล พระเกจิอาจารย์ที่ลงแผ่นวัตถุมงคลทั่วประเทศรวม 359 รูป
    จำนวนแผ่นวัตถุมงคลรวม 456 แผ่น

    พิธีมหาพุทธาภิเษก ประกอบขึ้นเมื่อ 2 พ.ย. 2525 ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร โดยสมเด็จพระญาณสังวร เป็นประธาน
    โดยมีรายนามพระคณาจารย์เข้าร่วมพิธีปลุกเสก ดังนี้ สมเด็จพระญาณสังวร พระราชญาณดิลก วัดเขาเต่า หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาลวัน
    หลวงพ่ออุตตมะ พระปัญญาภิมณฑ์มุนี กรุงเทพ หลวงพ่อเข็ม วัดสุทัศน์ หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โกร่งธนู หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง
    หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี หลวงพ่อเปลื้อง วัดใหญ่ชัยมงคล หลวงพ่อปกาศิตบุญเย็น ฐานธมฺโม หลวงพ่อสมชาย วัดเขาสุกิม
    หลวงปู่สิม สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ พระเทพกวี หลวงพ่อฑูรย์ วัดโพธิ์นิมิตร หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ พระครูประสาทธรรมจักร พิษณุโลก
    หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส พระครูประดิษฐ-นวการ(หลวงพ่อบุญ) ราชบุรี หลวงพ่อเพิ่ม วัดสรรเพชญ์ หลวงพ่อสุด วัดกาหลง
    หลวงพ่อนารถ วัดศรีโลหะ พระมหาศิริพงศ์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ และคณะผู้สร้างยังได้นำวัตถุมงคลทั้งหมดไปให้
    หลวงปู่ดู่ วัดสะแก อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวให้ด้วย
    ให้บูชาชุดนี้ 600 จัดส่ง 50 จองได้สามวันครับ มีเพียงชุดเดียวครับ
    ปล.ปกติให้บูชาเหรียญละ 300 ครับ
    20260821_221409.jpg 20260821_221426.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 สิงหาคม 2026
  6. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รายการที่ ๘๖
    รายการฝาก (บูชาเป็นคู่)
    รายการแรก ตะกรุดกันชง หลวงปู่โต๊ะ วัดยางงาม อายุ 102 ปี ท่านมรณภาพหลังหลวงปู่ม่วง วัดยางงาม ตะกรุดรุ่นนี้ท่านเสกแน่นอนครับ เป็นวัตถุมงคลที่สร้างชื่อเสียงให้กับหลวงปู่โต๊ะ วัดยางงามมากครับ ตรงตัวเลยครับ ว่ากันชงต่าง ๆ กันสิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ ดวงไม่ดี ดวงตกปีชง พกพาได้สบายเลยครับ ท่านใดบอกปีชงไปงานศพไม่ได้ ท่านบอกว่าถ้าพกตะกรุดแล้วไม่ต้องกลัวไปได้เลยครับ ท่านจารด้วยตัวท่านเองครับ เป็นยันต์ปัญจพุทธา สร้างหลักพันเองครับ ท่านใช้เวลาว่างในการจารครับ เป็นตะกรุดที่สร้างชื่อให้กับท่านมาก อีกอย่างหลวงปู่โต๊ะกับหลวงปู่ม่วงมักจะเสกด้วยกันครับ
    หลวงปู่โต๊ะบอกเป็นวิชาโบราณ ที่ได้จากคำภีร์ ใบราณเก่าและปู่โต๊ะ ได้เพิ่ม อักขระวิชา ตะกรุดโลกธาตุ ปัญจพุทธา (กันชง ) ลงไปในตะกรุดนี้ เพิ่อเพิ่มความขลังความ ศักดิ์สิทธิ์ ให้กับตะกรุดนี้ใช้ได้จริง ครอบจักรวาล หลวงปู่โต๊ะ ยังบอกว่ายามดวงไม่ดี ให้เอาตะกรุดนี้ ทำน้ำมนต์ อาบ จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ ให้ติดตัวไว้ตลอด หลวงปู่โต๊ะท่านได้บอกกับลูกศิษย์ของท่านไว้
    ข้อมูลเกี่ยวกับตะกรุดกันชงผมนำมาจากเพจพระเครื่องเรืองสุรัตน์
    ตะกรุดกันชง หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า ตะกรุด “ปัญจพุทธา ( กันชง )”ซึ่งตามความจริงนั้น เป็นการบรรจุข้อหลักธรรมของพระพุทธเจ้าลงไปในวัตถุ เช่น โลหะต่างๆ หรือใบลานและแผ่นเปลือกไม้มงคล การเขียนตัวอักษรที่เรียกว่า “ การจารอักขระตัวภาษาธรรม ” เป็นอักษรขอมบาลี ลงไปในวัตถุต่างๆเป็นการบันทึกข้อธรรมมะหรือแก่นพระธรรมจากพระไตรปิฎก แบบฉบับย่อส่วน เหมาะสำหรับพกพาติดตัวไปทุกๆที่และใช้เป็นเครื่องเตือนสติระลึกรู้ อ ยู่ถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ แก่ผู้ศรัทธาเลื่อมใส การมีสติระลึกไว้เสมอ ถึงพระรัตนตรัย ย่อมส่งผลถึงผู้ที่เคารพนับถือให้เจริญด้วย “ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ” แคล้วคลาดปลอดภัยไร้โรค มีโชคลาภแก่ผู้ปฏิบัติจริง เมื่อสิ่งที่บันจุคือ พระวินัย พระสูตร พระอภิธรรม จากพระไตรปิฎก ส่วนพระอภิธรรมถูกเขียน ( จาร ) บันทึกไว้เป็นหัวข้อย่อๆ ลงในวัสดุต่างๆแล้วม้วนเป็นท่อนกลมยาวกลวง
    หลวงปู่โต๊ะท่านมีอายุถึง ๑๐๒ ปี สุขภาพร่างกายยังแข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน จริยวัตรงดงาม มีจิตเมตตาสูง หลวงปู่โต๊ะท่านกล่าวว่า ท่านไม่ใช่เกจิที่รับจ้างปลุกเสก หลวงปู่โต๊ะไม่รับปัจจัยใดๆก็ตาม ตลอดทั้งไม่เคยออกกิจนิมนต์นอกวัดแต่อย่างใดเลย(ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้ว)
    วิธีใช้ตะกรุด “ปัญจพุทธา ( กันชง )” เพื่อให้เกิดผลดีแก่ผู้ที่มีตะกรุดนี้
    ให้ว่านะโม ๓ จบ แล้วภาวะนาคาถา นะโมพุทธทายะ มะอะอุ อิสวาสุ นะมะพะทะ ภะคะวาติ ๓-๕-๙ จบก็ได้ แล้วอธิฐานตามความประสงค์ เช่นให้เป็นด้านเมตตาหรือแคล้วคลาด
    ส่วนจะใช้ในการเจริญสมาธิ มองที่ตะกรุด แล้วกำหนดจิต เพื่อให้เกิดสมาธิสัก ๑-๓ นาทีอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งก็ได้แล้วก็ภาวนาคาถา ภะคะวาๆๆๆ ไปเรื่อยๆ
    ให้พกตะกรุดติดตัว จะคล้องข้อมือ หรือคล้องคอ ตามสะดวก หรือใสในกระเป๋าเงินก็ได้
    ตะกรุดนี้จะไม่เสื่อม ไม่ว่าจะรอดราวตากผ้าบันได เป็นต้นหรือห้ามกินอะไรก็ตามเพราะเป็นตะกรุดที่สร้างด้วยความบริสุทธิ์ใจ และด้วยอำนาจบารมี ของพุทธานุภาพ ธรรมมานุภาพ สังฆานุภาพ คนที่พกตะกรุดนี้ก็ต้องปฏิบัติดีด้วย

    รายการที่สอง ท้าวแสนโกฏิ เนื้อเคลือบเขียว ของพระอาจารย์บ๊ะ วัดโพธิ์ลังกา อินทร์บุรี
    เนื้อดินขาวเคลือบเขียวอุดผง
    - ผงหลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว
    - ผงมหาราช หลวงพ่อวิบูลย์ วชิรธรรม กำแพงเพชร (ท่านปลุกเสกวัตถุมงคล จนตัวท่านลอยจากพื้นได้)
    - ผงอิธิเจ หลวงพ่อพระครูเมธี วรศาตร์
    - ผงอิทธิเจอาจารย์เทพสาริกบุตร
    - ผงฤาษีถ้ำนารายณ์
    - เกศา หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม
    พระอาจารย์บ๊ะบอกที่ใส่เกศาหลวงพ่อจวนลงไปเพราะท่านจะได้ไปช่วยสงเคราะห์คุ้มครองรักษาช่วยเหลือคนที่บูชาไป
    พระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน กล่าวว่า "ถามท่านอาจารย์บ๊ะว่าท้าวแสนโกฏิดีตรงไหน ? ท่านบอกว่าเน้น ๆ เลยนะครับ ใครพกเอาไว้ก็เป็นโรคน้อยหน่อย สรุปแล้วท่านคงเบื่อที่จะรักษาพวกเราแล้ว เอาท้าวแสนโกฏิไปก็แล้วกัน
    พระอาจารย์เอ แห่งบ้านสุมโน พกรุ่นแรกที่เป็นเนื้อตะกั่วไป ท่านบอกว่า ตอนไปโรงพยาบาลเห็นเชื้อโรคแหวกเป็นทางเลย
    พระอาจารย์บ๊ะเสกตลอดพรรษา
    ท้าวแสนโกฏิเป็นองค์เดียวกันกับท้าวเวสสุวรรณ ดังนั้นนอกจากจะเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ยังกันเรื่องภูตผีปีศาจด้วยครับ
    พิเศษองค์นี้เห็นเกศาหลวงพ่อจวน ชัดเจนมาก จำนวน 2 เส้น
    มีอยู่ชุดเดียว บูชา1700 จัดส่ง 50 จองได้สามวันครับ
    ปล.ปกติถ้าแยกบูชาคู่นี้ต้องมี 2000 ครับ
    20260821_223518.jpg 20260821_223529.jpg 1787380480408.jpg
     
  7. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รายการที่ ๘๗
    ให้บูชาสมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิต เนื้อทองแดง ของวัดท่าขนุน หลวงพ่อเล็กสร้างโดยตรงครับ ปลุกเสกเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๓ พิธีพลิกชีวิต ที่ วัดสี่แยกเจริญพร รุ่นนี้เป็นรุ่นที่เทียนหยดลงไปในบาตรแล้วปะทุเป็นเพนียงไฟเลยครับ
    ผมขอรวบรวมข้อมูลหรือประสบการณ์เกี่ยวกับสมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิตจากเก็บตกบ้านเติมบุญมาให้อ่านครับ
    "พลิกชีวิตจริง ๆ นะครับหลวงพ่อ" "พลิกอย่างไรวะ ?" "เพื่อนผมเปิดกิจการใหม่ มาเจอ covid-๑๙ เข้า กำลังจะม้วนเสื่ออยู่แล้ว ได้สมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิตของหลวงพ่อไปพอดี ลูกค้าสั่งของเข้ามารายเดียวห้าแสนกว่าบาท..! รอดตายไปที"
    "ตอนนี้หนูแขวนเดี่ยวเลยค่ะ เป็นวัตถุมงคลที่ Full Power สุด ๆ
    ก่อนหน้านี้ใช้สมเด็จองค์ปฐมเนื้อเขียวเหล็กไหลติดตัว ติดใจตรงพลังงานแผ่คลุมกว้างที่สุดเท่าที่เคยเจอมาแต่องค์ท่านใหญ่และหนักเกินไปสำหรับผู้หญิงพอมาเจอสมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิต ถูกใจมากค่ะ พลังงานไม่ได้แพ้กันเลย แขวนเดี่ยวแล้วนิมนต์องค์อื่นและตะกรุดมหาสะท้อนลงกระเป๋าถือ องค์เดียวเที่ยวทั่วโลก หนูพกไปฝรั่งเศสมาด้วยนะคะ ไวรัสทำอะไรไม่ได้เลย" "คนที่สัมผัสพลังงานได้ ถึงเวลาติดใจวัตถุมงคลชิ้นนั้นชิ้นนี้ ต่อไปก็จะรักพี่เสียดายน้อง" "สำหรับหนูแล้วไม่อย่างแน่นอนค่ะ องค์เล็กพลังสูงแบบนี้ ขอรักเดียวใจเดียวเลยค่ะ"
    "ผมก็อาศัยเกาะแข้งเกาะขาหลวงพ่อสุดชีวิตเลยครับ ไม่อย่างนั้นเป็นหนี้หัวโตแน่ ผมประมาทไปหน่อยครับปกติแล้วรายได้จากการจำหน่ายวัตถุมงคลรอบโบสถ์ เดือนละ ๔ - ๕ แสนบาท รายได้จากสังฆทานแต่ละเดือนก็ไม่น้อยกว่ากัน ผมคิดว่างานอะไรก็สู้ได้
    เจอไวรัส covid-๑๙ เข้าไปตูมเดียว ไม่มีใครมาวัดเลย เป็นหนี้ค่าก่อสร้างอยู่หลายล้าน ถ้าไม่ได้หลวงพ่อผมตายแน่ครับ" "ข้าก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพิธีพลิกชีวิตต้องมาทำที่วัดสี่แยกฯ นี้ ปกติก็ต้องทำที่วัดครูบาอาจารย์หรือวัดตัวเองอยู่แล้ว ใครจะไปคิดว่าต้องมาทำถึงวัดของเอ็งนี่" "มีพิธีแบบนี้อีกเมื่อไรนิมนต์เลยครับ ผมเต็มใจอย่างยิ่งที่จะทำถวาย ถ้าไม่ได้หลวงพ่อผมตายจริง ๆ เจ้าหนี้ผมก็พลอยตายไปด้วย อยู่ ๆ ก็ไม่มีใครเข้าวัดสักคน รายรับระดับล้านเหลือแค่ระดับร้อย..! พอได้พิธีพลิกชีวิตเข้าไป เมื่อวานเขาโอนเงินมาบูชา ๓ แสนกว่าบาท วันนี้โอนมา ๕ แสนบาท เจ้าหนี้รายย่อยผมก็จ่ายหมดเลย เจ้าหนี้รายใหญ่ผมใช้วิธีผ่อนเขาไป เดี๋ยวผมจะออกไปส่งวัตถุมงคลทางไปรษณีย์แบบมีประกันไปให้เขาครับ"
    ตอนนี้ไม่ว่าจะไปทางไหน ก็มีแต่คนพูดถึงสมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิต
    บางท่านอยากจะพลิกชีวิตแต่ก็อุตส่าห์มีข้อต่อรอง อย่างเช่นว่าการสวดอิติปิ โสฯ ๓ ห้อง ๑๐๘ จบ มีการขอผ่อนอีกด้วย
    ถ้าขนาดนี้ยังขี้เกียจก็อย่าไปพลิกชีวิตเลย..!
    ถาม : หากต้องการบูชาสมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิตเพื่อที่จะให้กลับร้ายกลายเป็นดี เราสามารถที่จะภาวนา อิติปิ โสฯ สวากขาโตฯ สุปฏิปันโนฯ ๑๐๘ จบ โดยการแบ่งการภาวนาเป็นหลาย ๆ วันสะสมกันได้หรือไม่ครับ ?
    ตอบ : ของที่ต้องการกำลังคน ๑๐๘ คนถึงจะพลิกไหว ถ้าน้อยกว่านั้นจะพลิกไหวหรือไม่ ?

    ข้อมูลสมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิต ในเก็บตกบ้านเติมบุญ เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ แก้ไข--เครดิต คุณกนกพร มีดังนี้
    ช่วงเวลาท้ายๆ ของเมื่อวาน (๘ มีนา) ก่อนทุกคนจะเดินทางกลับ ได้ต่อแถวถวายสังฆทานกันอยู่
    หลวงพ่อท่านเห็นเด็กคล้องสมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิต อยู่ในเหตุการณ์ค่ะ ท่านบอกว่าเอาไว้สำหรับคนที่อับจนหนทางหาทางไม่ออกจริงๆแล้วค่อยใช้ เด็กมีจิตใจที่บริสุทธิ์ชีวิตไม่ได้ทุกข์ยากลำบากอะไรขนาดนั้นก็จิตเขาใสๆให้เด็กคลองแล้วถ้าเด็กไม่ได้อาราธนาก็เท่านั้นแหละแล้วอีกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ของจิตใจเด็กน่ะมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้วคำว่าพลิกชีวิตคือพลิกจากย่ำแย่จนทรุดโทรมทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่ดีให้กลับดี และอันนี้คิดเองนะคะ คือถ้าชีวิตดีอยู่แล้วไม่ได้ลำบากอะไรมากมายหรือบางคนมีฐานะอยู่แล้ว เวลาอาราธนาต้องรอบคอบนะคะ เพราะเหรียญพลิกชีวิตนะคะ อาจจะกลับตาลปัตรได้ค่ะต้องรู้จักอธิษฐานแล้วขอเอาเป็นเรื่องเรื่องนะคะ ยกเว้นคนที่อับจนหนทางจริงๆตามที่หลวงพ่อบอก ก็คือขอให้พลิกชีวิตจากร้ายกลายเป็นดี


    บูชา 1400 จัดส่ง 50 จองได้สามวันครับ
    20260802_012958.jpg 20260802_013028.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 สิงหาคม 2026
  8. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รายการที่ ๘๘
    ให้บูชาเหรียญรุ่นแรก เจ้าแม่จามเทวี รุ่นสร้างอนุสาวรีย์ ปี 2525 ประกอบพิธีที่วัดจามเทวี จ.ลำพูน ซึ่งถือว่าเป็นเหรียญรุ่นแรกในการจัดสร้างอนุสาวรีย์ มีพระมหาเถระเกจิอาจารย์สายเหนือหลายรูปในยุคนั้นร่วมพิธี อาทิเช่น
    • หลวงปู่ครูบาพรหมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า
    • หลวงปู่ครูบาวงศ์ วัดพระบาทห้วยต้ม
    • หลวงปู่ครูบาธรรมชัย วัดทุ่งหลวง
    • หลวงปู่ครูบาหล้า ตาทิพย์ วัดป่าตึง
    • หลวงปู่ครูบาอินตา วัดห้วยไซ
    • หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง
    • ท่านเจ้าคุณธรรมโมลี วัดพระธาตุหริภุญชัย เป็นต้น
    มีพิธีธรรมสวดพุทธาภิเษกเจริญพระพุทธมนต์ รวมถึงพิธีพราหมณ์บวงสรวงตามประเพณีอย่างถูกต้อง ในวันงานบริเวณพิธีมีแสงประหลาดปรากฎขึ้นในพิธี มีผู้คนพบเห็นและถ่ายรูปติดอย่างน่าอัศจรรย์เป็นเครื่องการันตีความศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญรุ่นนี้
    ให้บูชา 400 จัดส่ง 50 จองได้สามวันครับ
    20260726_002608.jpg 20260726_002620.jpg
     
  9. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รายการที่ ๘๙
    ให้บูชารูปหล่อท่านแม่จามเทวี เนื้อทองเหลือง ของ หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา
    วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม จ.ลำพูนอธิษฐานจิต 1 ไตรมาส ปี พ.ศ 2542 รุ่นนี้ออกที่วัดพระธาตุห้าดวง จ.ลำพูน ออกพร้อมเหรียญสมเด็จองค์ปฐมด้านหลังครูบาชัยยะวงศาพัฒนา และรูปหล่อสมเด็จองค์ปฐม
    ที่สำคัญมีชนวนมวลสารจากสมเด็จองค์ปฐม วัดท่าซุง ผสมอยู่ด้วยครับ

    ให้บูชา 700 จัดส่ง 50 จองได้สามวันครับ
    20260821_223110.jpg 20260821_223123.jpg 20260821_223129.jpg
     
  10. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รายการที่ ๙๐
    ให้บูชาเหรียญเนื้องทองแดงเล็กพิมพ์สมเด็จโตครึ่งองค์ ขนาด ๒.๔ ซม. รุ่น อนุสรณ์ 151 ปี มรณกาล เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม เสกเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566
    ข้อมูลมีดังนี้
    วัตถุมงคลรุ่น อนุสรณ์ 151 ปี มรณกาล เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) มีรายการจัดสร้าง ได้แก่ 1) พระประธานยิ้มรับฟ้าองค์จำลอง 2) รูปเหมือนเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) 3) พระสมเด็จหล่อโบราณ และ 4) พระสมเด็จเนื้อผง โดยได้รับเมตตาจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อนำฤกษ์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2566 และมีพระมหาเถระ พระเถระ ได้แก่ เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทราวาส เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธพจนวชิรมุนี วัดเครือวัลย์ วรวิหาร อธิษฐานจิต พระราชพัฒนากร วัดปริวาสราชสงคราม พระราชพัฒนสุนทร วัดทรงธรรม วรวิหาร พระมงคลวโรปการ วัดชินวราราม วรวิหาร พระครูธรรมธรดิเรก อนุตฺตโร วัดหนองทราย นั่งปรกประจำทิศ" พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต กล่าว
    พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต กล่าวต่ออีกว่า วัดระฆังโฆสิตาราม ได้มีหนังสือเจริญพรถึง นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคล รุ่นอนุสรณ์ 151 ปี โดยทางวัดระฆังโฆสิตาราม ได้รับหนังสือจากปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งว่า ราชเลขานุการในพระองค์ ได้นำความกราบบังคมทูลทรงทราบฝ่าละอองพระบาทแล้ว ทรงรับเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปในการดังกล่าวในวันที่ 3 สิงหาคม 2566 เวลา 17.30 น. นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของวัดระฆังโฆสิตาราม ตลอดจนพุทธบริษัท ญาติโยม พุทธศาสนิกชนทุกคน นอกจากนี้ ในวันดังกล่าว จะมีพระคณาจารย์ ทั่วประเทศ นั่งปรก 151 รูป
    (รุ่นนี้หลวงพ่อเล็กได้ร่วมพิธีเสกวัจถุมงคลรุ่นนี้ด้วยครับ ข้อมูลจากเสียงธรรมแห่งวัดท่าขนุน ดังนี้)
    วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ กระผม/อาตมภาพเพิ่งจะมีเวลาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เนื่องเพราะว่าไปร่วมพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลรุ่นอนุสรณ์ ๑๕๑ ปีมรณกาล สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ที่วัดระฆังโฆสิตารามมา กว่าที่จะฝ่ารถติดกลับมาได้ ก็เพิ่งจะถึงที่พักในขณะนี้เอง
    องค์นี้หมายเลข ๒๘๒
    (สามารถทำน้ำมนต์ได้)
    บูชา 500 จัดส่ง 50 จองได้สามวันครับ
    20260823_154612.jpg 20260823_154632.jpg 20260823_154702.jpg
     
  11. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,870
    ค่าพลัง:
    +8,120
    ขอจองครับ
     
  12. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รับทราบการจองรายการที่ ๘๖ บูชาเป็นคู่ ท้าวแสนโกฎิและตะกรุดกันชงครับ ขอบพระคุณมากครับ
     
  13. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รายการที่ ๙๑
    ให้บูชาเหรียญพญาเต่ามังกรเงินล้านเนื้อทองแดงผิวรุ้งพิมพ์ซุ้มเศรษฐี วัดท่าขนุน รุ่นเปิดโลกพลิกชีวิต พระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน เข้ากรรมฐาน ๓ วัน
    องค์นี้หมายเลข ๑๒๑๗ ครับ
    สำหรับข้อมูลของรุ่นนี้ ผมได้รวบรวมมาจากเก็บตกบ้านเติมบุญครับ
    พระอาจารย์กล่าวว่า "ไม่รู้ว่าอีกกี่ชาติถึงจะได้รับการสงเคราะห์จากพระท่านแบบนี้อีก อาตมาก็เลยขนวัตถุมงคลทุกอย่างที่มีเข้าพิธีใหม่หมดเลย เพราะฉะนั้น...จะใหม่จะเก่าก็มี อานุภาพเท่ากัน ยกเว้นเนื้อพิเศษอย่างทองคำ นาก หรือว่าเงิน ที่พระท่านทำให้เป็นมหาสะท้อนด้วย หมายถึงว่าวัสดุเต็มชิ้น ไม่ใช่ประเภทแค่ส่วนเดียว ถ้าอย่างเหรียญพญาเต่ามังกรเงินล้านฯ หน้ากากเงินอย่างนี้ หน้ากากเงินมีอยู่แค่นิดเดียว จะให้เป็นมหาสะท้อน ก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว"
    ถ้าเป็นวัตถุมงคลทั้งหมด ที่เข้าพิธีช่วงกรรมฐาน ๓ วัน ก่อนหล่อพระ ปรกติอราธนาด้วยถาคา อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่ มะอะอุ นี้เถิด หรือถ้าต้องการความคล่องตัว ในหน้าที่การงาน ในเรื่องการเงิน ก็ให้ภาวนาพระคาถาเงินล้าน วันละ ๑๐๘ จบ
    วัตถุมงคลทั้งหมด ที่เข้าพิธีช่วงกรรมฐาน ๓ วัน ๓ คืน
    ๑.อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่ มะอะอุ นี้เถิด
    ๒.ภาวนาพระคาถาเงินล้าน วันละ ๑๐๘ จบ
    พระอาจารย์เล่าว่า “ช่วงเข้ากรรมฐานสามวัน ก่อนที่จะออกมารับบาตรเทโวและรับกฐิน นอกจากครูบาอาจารย์ที่ท่านมาสงเคราะห์แล้ว วันสุดท้ายขณะที่ส่งกำลังใจตามการทำวัตรเย็นของพระวัดท่าขนุน พระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ท่านก็เสด็จมาสงเคราะห์

    เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พบท่านพร้อมกัน ๒๘ พระองค์ ตอนแรกที่พระองค์ท่านเสด็จมา ก็ยังคิดว่าใจตัวเราเอง "เฝือ" หรือเปล่า ? เพราะว่าพระองค์ท่านเสด็จมาถึง ก็ประทับนั่งบนเตียงที่วางวัตถุมงคลเอาไว้เสกตลอดสามวัน แถวแรก ๑, ๒ ,๓, ๔ พระองค์ แถวสองก็ ๑, ๒ ,๓, ๔ พระองค์ คราวนี้ด้วยความที่อดข้าวมาสามวันแล้ว ร่างกายเพลียมาก สมองคิดไม่ทัน ได้แต่รอดูว่าแถวสุดท้ายมีเศษเหลือกี่องค์ ? ปรากฏว่าเต็มพอดี ก็เลยมานึกได้ว่าพระองค์ท่านประทับนั่งทีละ ๔ พระองค์ ทั้งหมด ๗ แถว ๔ X ๗ = ๒๘ ครบ ๒๘ พระองค์พอดี ต้องบอกว่าพอร่างกายแย่มาก ๆ สมองก็ไม่อยากทำงาน”

    “คราวนี้พระองค์ท่านเสด็จมาสงเคราะห์ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่พิเศษมาก โดยเฉพาะวัตถุมงคลที่เอาเข้าพิธี ต้องบอกว่ายังไม่เคยเจอในสภาพนี้มาก่อนเลย ตั้งแต่ก่อนบวชและบวชมาแล้ว

    คราวนี้ด้วยความที่อาตมาสั่งสร้างเหรียญพญาเต่ามังกรเงินล้านเปิดโลกพลิกชีวิตให้กับทางวัดสี่แยกเจริญพร ก็เลยกราบขอบารมีทุก ๆ พระองค์ช่วยสงเคราะห์ตอนพุทธาภิเษกด้วย พระองค์ท่านตรัสว่า ถ้าจะเอาอย่างนั้นก็เข้ากรรมฐานอีกสามวัน..! เจอไปสามวันแรกน้ำหนักหายไป ๔ กิโลกรัมแล้ว เจออีกสามวันไม่รู้เหมือนกันว่าน้ำหนักจะหายไปอีกกี่กิโลกรัม ? แต่ด้วยความที่ดีใจมากที่พระองค์ท่านรับปากว่าจะมาสงเคราะห์ ก็เลยพร้อมที่จะอดข้าวอีกสามวัน

    ตอนแรกก็หาวันเวลาไม่ได้ เพราะว่ามีงานปลุกเสกวัตถุมงคลของวัดบางปลาหมอที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาคั่นอยู่ ท้ายสุดก็เลยตัดสินใจเลื่อนงานบวชพระวันลอยกระทงออกไป เพื่อที่จะให้มีเวลาเข้ากรรมฐานครบสามวันตามที่พระองค์ต้องการ
    ปล.มีประสบการณ์ลูกศิษย์หลวงพ่อเล็กติดตัว เกิดอุบัติเหตุแล้วแคล้วคลาดครับ

    ให้บูชาเหรียญละ 600 ค่าจัดส่ง 50
    20260821_223020.jpg 20260821_222906.jpg 20260821_222917.jpg Screenshot_2024-12-14_105633.jpg Screenshot_2024-12-14_10563.jpg Screenshot_2024-12-14_105641.jpg
     
  14. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รายการที่ ๙๒
    ให้บูชาเหรียญ ๑๐๐ ปีชาตกาลหลวงปู่สาย วัดท่าขนุน เหรียญครึ่งองค์พิมพ์เล็ก เนื้อทองแดง เสกเมื่อวันเสาร์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๗ เนื้อเงินพิมพ์เล็กครึ่งองค์สร้างจำนวน ๙๙๙ เหรียญ
    พระอาจารย์เล่าว่า "มีพระวัดท่าขนุนท่านถามว่า พุทธาภิเษกงวดนี้ วัตถุมงคลมีหลายอย่าง ถ้าเป็นอาตมาจะเอาอย่างไหน ? อาตมาบอกว่าเอาหลวงปู่สายเป็นหลัก ท่านถามว่าทำไม ? ก็หลวงปู่สาย ๑๐๐ ปีมีครั้งเดียว แต่รุ่นอื่นอาจจะมี ๑, ๒ ,๓, ๔ ไล่ไปจนไม่รู้จบได้ แต่ ๑๐๐ ปีมีรุ่นที่ ๒ ไม่ได้ เพราะรุ่นถัดไปก็ต้องเป็น ๑๐๑ ปี"
    อีกอย่างหลวงปู่สายท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่เดิม วัดหนองโพธิ์ นครสวรรค์ หลวงปู่สายท่านมรณภาพแล้วศพไม่เน่าเปื่อย ไปกราบขอพรที่วัดท่าขนุนได้ครับ
    ที่สำคัญรุ่นนี้นอกจากหลวงปู่สายจะมาเสกให้แล้ว สมเด็จองค์ปฐมทรงมาเสกให้ด้วยท่านเสด็จสวมหลวงปู่สายอีกทีครับ ดังข้อความดังนี้ครับ
    ๓๐ สิงหาคม ๕๗
    วันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีมะเมีย แต่เป็นวันขึ้น ๖ ค่ำของปฏิทินทั่วไป จึงได้แค่ทำพิธีพุทธาภิเษก เพราะขี้เกียจตอบคำถามของคนฉลาด...
    ญาติโยมแห่กันมาตลอดคืน มาร่วมเจริญกรรมฐานและทำวัตรเช้าด้วย หลังจากนั้นก็รอเวลากินอาหารเช้าที่เป็นข้าวต้มกุ้ง ซึ่งไม่ต้องรอพระ สามารถลุยก่อนได้เลย...
    ฉันเช้าแล้วพักจน ๐๗.๑๕ น. จึงลุกมาแต่งตัวเข้าโบสถ์ ฝนเลิกตกทำให้ญาติโยมนั่งล้อมรอบโบสถ์กันได้ ส่วนพระยัดกันเข้าไปแน่นเลย..
    ๐๗.๓๐ น. กราบอาราธนาบารมีพระทำบวงสรวง แล้วเข้าไปนั่งภาวนาในโบสถ์ ให้พระท่านช่วยกันสวด อิติปิ โส ฯ ๑๐ จบ พอนึกถึงครูบาอาจารย์ หลวงพ่อวัดท่าซุงบอกว่า...
    “รูปหล่อหลวงพ่อสาย แกก็อาราธนาหลวงพ่อสายซีวะ” จึงต้องกราบอาราธนาหลวงปู่สาย ซึ่งท่านดำดินมาหรือไรก็ไม่รู้ ? ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมากลางกองวัตถุมงคล...
    แล้วหลวงพ่อสมเด็จองค์ปฐมก็สวมทับลงบนหลวงปู่สาย แล้วขยายขึ้นโตเต็มโบสถ์ จากนั้นค่อย ๆ ล้นโบสถ์ออกไปยังญาติโยมทั้งหลายด้านนอก...
    ปล.ล่าสุดแอดมินของวัดท่ามะขาม ไปปฏิบัติธรรมที่วัดท่าขนุนเมื่อกลาง ปี 69 ที่ผ่านมา ก็เลยนำมาโพสต์ ครับ

    ให้บูชา 350 จัดส่ง 50 จองได้สามวันครับ
    20260825_210326.jpg 20260825_210336.jpg Screenshot_2026-08-25_232932.597.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 สิงหาคม 2026
  15. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รายการที่ ๙๓
    ให้บูชาพระผงยาวาสนาจินดามณี พิมพ์พระลีลาหนังตะลุง ของ วัดอุทยาน ปี 66
    สำหรับข้อมูลของรุ่นนี้มีดังนี้
    ขอนำข้อความบางช่วงบางตอนมาให้อ่านกันครับ
    ที่ทางพระครูวิโรจน์กาญจนเขต เจ้าอาวาสวัดอุทยาน จัดสร้างขึ้นตามตำราโบราณ ในวันอังคารที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๕ หลวงพ่อเล็กเมตตาบวงสรวงเครื่องยาขออนุญาตต่อครูบาอาจารย์ และในวันศุกร์ที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ โดยมีพระครูวิลาศกาญจนธรรม เมตตาเป็นประธานในการพุทธาภิเษก และครูบาอาจารย์ในสายและนอกสายอีกหลายองค์ (ของดีที่ควรมีไว้บูชา ช่วยหนุนดวงแก้ดวงตก) กันและแก้ดวกตก (ของสุริยปราคาและจันทรุปราคา)
    วันก่อนที่มีการบวงสรวงขออนุญาต สร้างวัตถุมงคลจากยาจินดามณีและสร้างยาจินดามณีนั้น ทางเจ้าภาพมีการขอให้กระผม/อาตมภาพกดพิมพ์นำฤกษ์พระเจ้าสัวเนื้อยาจินดามณี แต่ปรากฏว่ากระผม/อาตมภาพประมาณกำลังตนเองผิดไป จึงได้ใช้กำลังประมาณ ๑ ใน ๔ ของกำลังปกติ ปรากฏว่าเครื่องพิมพ์ทั้งเครื่องล้มกระจายไปเลย..!
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕
    ยาจินดามณี มีคุณสมบัติบำบัดรักษาโรคร้ายนานาชนิดรวมทั้งโรคที่เกิดจากเคราะห์กรรม ขนาดคนใกล้ตาย หากกินยานี้เข้าไปแล้ว
    ยาจินดามณี หรือ ยาวาสนา โด่งดังเข้มขลังและศักดิ์สิทธิ์ เป็นตำรับเก่าแก่ของ สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว แห่งกรุงศรีอยุธยา จารึกไว้ในสมุดข่อยโบราณ ได้พรรณนาถึงกรรมวิธีสุดพิสดารและพุทธานุภาพที่สุดอัศจรรย์ยิ่ง
    ยาจินดามณี มีคุณสมบัติบำบัดรักษาโรคร้ายนานาชนิดรวมทั้งโรคที่เกิดจากเคราะห์กรรม ขนาดคนใกล้ตาย หากกินยานี้เข้าไปแล้ว สามารถยืดอายุให้ยืนยาวมีโอกาสสั่งเสียบุตรหลานได้ และบันดาลให้อุดมอำนาจวาสนาบารมี หาใครเสมอเหมือนมิได้เลย
    กรรมวิธีทำประกอบด้วยพิธีกรรมและเครื่องยา แยกเป็นสองส่วน เครื่องยานั้นตามตำรับโบราณพรรณนาเอาไว้มากมาย เช่น ดอกคราด ดอกจันทน์ เกสรบุษบัน เปราะหอมกำยาน โกศสอ ชะมด น้ำผึ้ง กฤษณา น้ำมะนาว น้ำมะเขือขื่นคั้น อำพันทอง ผงนอแรดเป็นต้น และผู้ใดได้กิน จะสวัสดิ์โสภิณกว่าคนทั้งหลาย พัสดุ เงินทอง จักพูนกูลนอง กว่าโลกหญิงชายนำมาบูชาอหิวาต์ก็วิวาย ระงับอันตราย ทั้งสี่กิริยา โทษหนักเท่าหนัก มาตรแม้นประจักษ์ถึงกาลมรณา ถ้าแม้นใครกินซึ่งยาวาสนากลับน้อยถอยคลาเคลื่อนคลายหายเอย

    เมื่อเข้าที่เจริญภาวนา กระผม/อาตมภาพก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะต้องจัดการอย่างไร จึงได้แต่น้อมจิตกราบต้นตำรับหลวงปู่ใหญ่ วัดป่าแก้ว สมเด็จพระพนรัตน์ หรือหลวงปู่มหาเถรคันฉ่อง ต้นตำรับยาวาสนาจินดามณี
    หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว พระพุทธวิถีนายก (บุญ ขนฺธโชติ)
    หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว พระพุทธวิถีนายก (เพิ่ม ปุญฺญวสโน)
    หลวงปู่ใบ วัดกลางบางแก้ว พระปลัดใบ คุณวีโร
    หลวงปู่ทองอยู่ วัดท่าเสา พระครูอาทรธรรมนิเทศก์ (ทองอยู่ อตฺตทีโป)
    หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว (พระสมุห์เจือ ปิยสีโล) ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ตามสายยาวาสนาจินดามณีนี้ แล้วไม่ลืมตบท้ายด้วยท่านปู่หมอชีวกโกมารภัจจ์
    เมื่อทุกท่านได้ทำการอนุเคราะห์สงเคราะห์อย่างเต็มกำลังแล้ว ท่านปู่หมอชีวกโกมารภัจจ์ยังเมตตาบอกว่า "ยาชุดนี้น่าจะถึงในวังด้วย" เรื่องนี้ก็ต้องแล้วแต่ท่านปู่หมอชีวกโกมารภัจจ์ท่านจะว่าไป
    แต่ว่าในส่วนที่กระผม/อาตมภาพอยากจะบอกถึงก็คือว่า ในเรื่องของยาวาสนาจินดามณีนั้น เหตุที่ชื่อว่ายาวาสนา ก็เพราะว่าตัวยาตามตำรับลับบางอย่าง เป็นของที่หายากและแพงมาก ไม่สามารถที่จะเสาะหาตามร้านขายยาทั่วไป หรือว่าตามป่าตามเขาทั่วไปได้ บางอย่างก็ต้องรอวาสนามาถึงจริง ๆ
    ในส่วนของวัตถุมงคลที่สร้างจากยาวาสนาจินดามณีนั้น ถ้าเราจะติดตัวเอาไว้เพื่อป้องกันอันตราย ให้ใช้คาถา พา มา นา อุ กะ สะ นะ ทุ ทุ สะ นิ มะ ต่อด้วย นะ โม พุท ธา ยะ
    ถ้าหากว่าจะเสกยารับประทาน ให้ใช้ พุทธะรัตตะนัง ธัมมะรัตตะนัง สังฆะรัตตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง สัพพะทุกขัง สัพพะโรคัง วินาสเสติ อะเสสะโต ต่อด้วย นะ โม พุท ธา ยะ เช่นกัน
    ส่วนการพกติดตัวให้เป็นเมตตามหานิยมนั้น คาถาที่ใช้เสก กระผม/อาตมภาพพิจารณาดูแล้วว่าเป็นคาถาที่เหมาะแก่ผู้ชายเท่านั้น เพราะใช้ว่า อิตถีจิตตัง ปิยังมะมะ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้าเป็นผู้หญิงก็ควรที่จะใช้ว่า ปุริสังจิตตัง ปิยังมะมะ เพื่อที่จะให้ผู้ชายเมตตาแก่ตน หรือถ้าหากว่าจะเอาสมบูรณ์แบบ ก็ว่าเสียทั้งคู่เลย ก็คือ ปุริสังจิตตัง ปิยังมะมะ อิตถีจิตตัง ปิยังมะมะ ว่าควบคู่กันไปเลย
    แต่ขอบอกว่า คำว่า ปุริสังจิตตัง ปิยังมะมะ นั้นไม่ได้มีอยู่ในตำรา แต่ว่ากระผม/อาตมภาพ เห็นว่ากล่าวถึงอิตถีอย่างเดียว ทำให้ผู้หญิงเสียเปรียบก็เลยเอาผู้ชายมาร่วมวงด้วย ผู้หญิงเขาจะได้ไม่เสียเปรียบเรา
    ดังนั้น..เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าจะใช้ ท่านที่ทราบก็ใช้ไปตามที่ตนเองถนัด แต่อย่ายกเอาไปเถียงกันว่าครูบาอาจารย์บอกมาอย่างนี้ เพราะว่าตามตำราการใช้ยาวาสนาจินดามณีซึ่งมีอยู่หลายหน้ากระดาษนั้น ไม่ได้บอกกล่าวถึงการใช้ในแนวเมตตามหานิยมด้วยคาถานี้ แต่เป็นกระผม/อาตมภาพเติมให้เองเท่านั้น
    และบุคคลที่จะสร้างวัตถุมงคลด้วยยาวาสนาจินดามณีก็มีน้อย ที่เห็นเป็นล่ำเป็นสันอยู่ ก็มีหลวงปู่ทองอยู่ วัดท่าเสา พระครูอาทรธรรมนิเทศก์ (ทองอยู่ อตฺตทีโป) เท่านั้น ท่านอื่น ๆ ส่วนใหญ่ก็ปั้นเป็นยา เพราะว่าถ้าสร้างเป็นองค์พระแล้วก็จะสิ้นเปลืองวัสดุไปมาก เนื่องเพราะว่าองค์พระอย่างของหลวงปู่ทองอยู่นั้นก็องค์ค่อนข้างจะใหญ่ ถ้าปั้นเป็นยาวาสนาจินดามณีก็ได้เป็นสิบ ๆ เม็ดทีเดียว
    ดังนั้น..ท่านทั้งหลายที่ทำยาขึ้นมาด้วยการที่เสาะแสวงหาส่วนผสมได้โดยยาก ก็มักจะทำเป็นวัตถุมงคลแค่ไม่กี่องค์ เอาไว้ใช้เองบ้าง เอาไว้ให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดได้ใช้บ้าง ส่วนที่เหลือก็มักจะปั้นเป็นเม็ดยาเสียทั้งหมด ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ใครมีวัตถุมงคลที่สร้างด้วยยาวาสนาจินดามณีก็รักษาติดตัวเอาไว้ให้ดี เพราะว่าไม่ใช่สิ่งที่จะมีหรือหาได้ทั่วไป
    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤหัสบดีที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕

    (สำหรับพิมพ์พระลีลาหนังตะลุงด้านเมตตามหานิยม: รูปทรงแบนคมคล้ายหนังตะลุงสื่อถึงคติความเชื่อเรื่องความเมตตา ช่วยสะกดใจผู้คนให้รักใคร่ นิยมชมชอบ เหมาะสำหรับการเจรจาค้าขายและการติดต่อประสานงาน
    ด้านแคล้วคลาดปลอดภัย: มีพุทธคุณเด่นในเรื่องการปกป้องคุ้มครองชีวิต ให้รอดพ้นจากอันตราย เปรียบดังอานุภาพที่เล่าขานกันในท้องถิ่น)


    ให้บูชาองค์ละ 500 จัดส่ง 40 จองได้สามวันครับ
    20260825_210235.jpg 20260825_210257.jpg 20260825_210310.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 สิงหาคม 2026
  16. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,870
    ค่าพลัง:
    +8,120
    ขอจองครับ
     
  17. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รับทราบการจองรายการที่ ๙๒ เหรียญ๑๐๐ ปีหลวงปู่สาย ขอบพระคุณมากครับ
     
  18. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รายการที่ ๙๔
    ให้บูชาหินพระธาตุ เขาสามร้อยยอด ของพระอาจารย์เอ บ้านสุมโน
    ข้อมูลมีดังนี้
    นอกจากท่านแม่กวนอิม หินพระธาตุ เขาสามร้อยยอด ที่ออกให้ร่วมบุญไปแล้วนั้น ยังมีหินพระธาตุ เขาสามร้อยยอด เป็นหินที่เกิดขึ้นในถ้ำพระธาตุ เทือกเขาสามร้อยยอด ผ่านกาลเวลาซึมซับ พลังงานฝ่ายดีไว้เป็นพันๆหมื่นๆปี
    โดยก่อนหน้านี้หลวงพ่อบ้านสุมโนได้รับคำสั่งให้หาวัตถุมงคลที่ทำจากหินพระธาตุเขาสามร้อยยอดมาเข้าพิธีเสก ตอนนั้นแอดเองก็รู้สึกสงสัยว่า ทำไมอยู่ๆท่านถึงสั่งให้รีบหาหินพระธาตุ ปรากฏว่า ตอนนี้ต่างประเทศได้เข้ามากว้านซื้อหินพระธาตุของบ้านเราจำนวนมากทำให้หายาก และมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนั้นยังมีข่าวลือว่าจะปิด ไม่ให้ใครขึ้นไปเก็บหินพระธาตุบริเวณอุทยานเขาสามร้อยยอดอีกแล้ว...
    ซึ่งหินพระธาตุ เขาสามร้อยยอดนั้น เป็นหินที่เชื่อกันว่า มีกายสิทธิ์ในตัวเอง ตามตำนานกล่าวว่า เทือกเขาสามร้อยยอดใน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นสถานที่ปฏิบัติเจริญสมณธรรมของพระปัจเจกพุทธเจ้าหลายพระองค์ รวมถึงพระอรหันต์จำนวนมาก ซึ่งท่านใช้ถ้ำบริเวณเทือกเขาสามร้อยยอด เป็นที่บำเพ็ญธรรมกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนานมากๆๆๆๆ
    ครั้นเมื่อท่านเหล่านั้น ดับขันธ์ลง อัฐิของท่านได้เเปรเปลี่ยนเป็นพระธาตุ ทับถมผ่านกาลเวลาเนิ่นนานจนกลายเป็นหิน มีลักษณะสันฐานกลมฝังอยู่ในโขดหิน ทำให้หินพระธาตุมีอำนาจพลังงานความเป็นสรรพมงคลซ่อนอยู่ในอณูของหิน
    นอกจากนั้นยังมีเรื่องเล่า ที่เกิดขึ้นไม่นาน ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ ๕๐ ปีก่อน มีพรานป่ากำลังล่าสัตว์บริเวณเทือกเขาสามร้อยยอด พบเก้งตัวหนึ่ง จึงเล็งปืนไปที่เก้งตัวนั้น พอสับไกปืน เสียงดัง… แชะ สับครั้งที่สองก็ดัง เเชะ ครั้งที่ สาม สี่ก็เหมือนเดิม จึงหันปากกระบอกปืนไปทางทิศอื่น ปรากฏว่าเสียงดัง...ปัง ปืนยิงออกตามปกติ นายพรานเกิดความสงสัย จึงตามเก้งตัวนั้นไป พบว่า เก้งกำลังเลียน้ำจากหินก้อนหนึ่งที่มีลักษณะแปลกตา ลักษณะคล้ายไข่เป็ด ฝังอยู่ในโขดหิน ตั้งแต่นั้นเรื่องราวของหินพระธาตุจึงเริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มพรานป่า จึงพากันไปเก็บ หินพระธาตุเพื่อนำไปพกติดตัวไว้ อำนาจของหินพระธาตุจึงที่เป็นที่เลื่องลือในด้าน เเคล้วคลาด ป้องกันภัย เป็นที่หนึ่ง ผสานรวมกับคุณธรรมแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้า รวมถึงพระอรหัตสาวก ที่ทิ้งไว้ในหินพระธาตุจะยิ่งหนุนเสริมเรื่องของการปฏิบัติ ภาวนาอย่างยอดเยี่ยม
    ที่สำคัญ คาถาบูชาหินพระธาตุคือ คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า (พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระธะโย จนถึง สวาโหม) ซึ่งบทนี้ก็อยู่ในพระคาถาเงินล้านที่เราภาวนากันเป็นประจำ เรียกได้ว่าหากใครภาวนาคาถาเงินล้านเป็นปกติทั้งวันก็เหมือนปลุกอานุภาพของหินพระธาตุอยู่ตลอดเวลา...
    นอกจากนั้น ในพิธีเสกหลวงพ่อได้อัญเชิญ องค์พระที่เเกะจากหินจุยเจียที่นับเป็นราชา เเห่งหิน มาเป็นองค์ประธานในการเสก เพื่อจะได้กระจายพลังงานในด้านโปรดเเละปราบลงยังหินพระธาตุ อีกด้วย
    ซึ่งหินพระธาตุที่มีลักษณะกลมใหญ่ประมาณลูกกอล์ฟ ตอนนี้ราคาลูกเป็นหมื่น เรียกว่าเป็นหินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
    เนื่องด้วยเศรษฐกิจที่ไม่ดี แต่ก็จำเป็นที่ต้องมีของดีไว้ติดตัว เพจจึงนำหินพระธาตุที่มีขนาดเล็ก มาใส่ขวดรวมกันเพื่อความสะดวกในการพกพา

    ให้บูชา 370 จัดส่ง 50 จองได้สามวันครับ

    20260821_223205.jpg 20260821_223215.jpg
     
  19. phumiput

    phumiput เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    6,226
    ค่าพลัง:
    +16,598
    รายการที่ ๙๕
    ให้บูชาจตุราวุธ ของพระอาจารย์เอ บ้านสุมโน (เป็นการรวมอาวุธของท้าวมหาราชทั้งสี่ ไว้ในแบบเดียวกัน)
    ผมได้นำข้อความของรุ่นนี้มาจากเพจบ้านสุมโนมาให้อ่านกันครับ
    ประวัติการสร้าง “จตุราวุธ"
    (อาวุธท้าวมหาราชทั้ง ๔ รวมเป็น ๑)
    หลวงพ่อเอเมตตาเล่าว่า
    เมื่อประมาณ ๕ ปีที่แล้ว อาตมาฝันไปว่า ได้พบท่านท้าวเวสสุวัณ ประธานใหญ่แห่งท้าวมหาราชทั้ง ๔ ท่านบอกว่า จากนี้ไปอีกไม่นาน ท่านจะปลดเกษียณแล้วเข้าพระนิพพานกันหมด ในฝันอาตมารู้สึกใจหายเล็กน้อย จึงได้เรียนถามท่านว่า ถ้าท่านไปแล้ว ลูกหลานจะทำอย่างไร..? ท่านว่าท่านยังสงเคราะห์ได้อยู่ แต่จะไม่ใกล้ชิดเหมือนเมื่อก่อนเพราะหมดภาระหน้าที่แล้ว เรียนถามท่านว่า ถ้าลูกหลานต้องการความอนุเคราะห์จากท่านจะทำอย่างไรครับ..? ท่านว่า เอาอย่างนี้นะ หลังจากนี้ให้เธอทำอาวุธประจำกายของพวกฉันขึ้นมาทั้ง ๔ อย่าง เป็นองค์ครูไว้ก่อน ทำการเสกด้วยตนเองทุกวันตลอด ๑ พรรษาห้ามขาดแม้แต่วันเดียว หลังจากนั้น ให้นำเข้าพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ท่านจะมาประสิทธิ์ให้อีกครั้ง และจะถือว่าเป็นตัวแทนแห่งท่านทั้ง ๔ องค์นี้ไปตลอดแม้ฉันจะหมดวาระก็ตาม เมื่อเวลาถึงพร้อม ให้เธอทำอาวุธทั้ง ๔ อย่างนี้ขึ้นมาโดยใช้องค์ครูที่ทำรอไว้แล้ว เป็นประธานเป็นสื่อในการเสกวัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้น จะทำรูปแบบใดเมื่อถึงเวลารู้เอง...! ให้ใช้ชื่อว่า “จตุราวุธ” เมื่อตื่นขึ้น จึงพยายามทบทวนความทรงจำทั้งหมดให้ได้ คิดเอาเองว่า ไม่เพียงแต่มนุษย์ที่ต้องใช้เส้นสาย เทวดาก็มีเหมือนกันนะเนี่ย การที่เรารู้จักมักคุ้น เป็นดั่งญาติการช่วยเหลือย่อมง่ายดายและสะดวก ซึ่งถ้าองค์ใหม่ที่มาประจำการเราไม่รู้จักหรือสนิทสนมด้วย การขอความอนุเคราะห์จากท่านอาจไม่สะดวก....
    เมื่อเป็นอย่างนั้น อาตมาจึงใช้นิมิตนี้เป็นการเริ่มโครงการ โดยขอให้อ.สุชาติช่วยปั้นแบบองค์ครูแห่งอาวุธท่านท้าวมหาราชทั้ง ๔ ชนิดขึ้นมา ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรนักปล่อยให้อ.สุชาติปั้นออกมาเอง เวลาผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์ทุกอย่างสำเร็จเรียบร้อย หน้าที่ต่อไปเป็นของอาตมาที่ต้องเสกเองคนเดียวตลอดทั้งพรรษาไม่ขาดเลยสักวัน จนถึงงานพุทธาภิเษกเป่ายันต์เกราะเพชรที่วัดท่าขนุน ปี ๕๗ อาตมาได้อัญเชิญอาวุธทั้ง ๔ ชิ้นขึ้นประจำบายศรีตรงตามทิศทั้ง ๔ ในงานนั้น เป็นอันจบโครงการเบื้องต้น นับจากวันนั้นมาถึงปัจจุบัน สิ้นเวลาประมาณ ๕ ปี อาตมาได้รับการดลใจจากท่านว่าถึงเวลาแล้ว(จะเป็นเวลาอะไรนี้ไม่ทราบได้) ให้จัดสร้างอาวุธของท่านดังกล่าว ช่วงที่ไปรักษาตัวกับพระอาจารย์บ๊ะ ได้ปรารภเรื่องนี้ขึ้นมา และเล่าให้ท่านฟังคร่าวๆ ท่านชอบมาก และท่านเองเป็นคนออกแบบการรวมตัวของจตุราวุธเข้าด้วยกัน โดยให้ ตัวเป็นกระบอง ด้ามเป็นพระขรรค์ คอด้ามเป็นจักร พลองสั้นอยู่ข้างในแล้ว อีกทั้งตั้งชื่อให้ด้วย ท่านให้เรียกจตุราวุธ...! ยังความฉงนใจให้อาตมายิ่งนัก เพราะชื่อตรงกับสิ่งที่รู้มาทั้งที่ยังไม่ได้บอกพระอาจารย์บ๊ะเรื่องชื่อเลย สิ่งสำคัญที่สุดท่านเมตตาบอกว่าให้เอาแผ่นชนวนมาให้ท่านๆจะจารให้ทั้งหมด ยินดีช่วยเต็มที่ และยังช่วยอธิบายรายละเอียดของอาวุธแต่ละชนิดให้ฟังอย่างละเอียดตามที่อาตมาได้บันทึกไว้แถมยังบอกว่าสิ่งที่คุณพูดว่าจากนี้โรคแปลกๆจะมา หมอจะรักษาไม่หาย โรคคุณผี คุณคน จะมากมาย อันนี้คุณพูดถูกนะ โอ้โห...! ข้างบนเขาออนแอร์กันขนาดนี้เชียวหรือ มาคิดเองว่า คงถึงวาระจริงๆแล้วกระมัง เพราะทุกอย่างดูง่ายดายและลงตัวที่สุด(เรื่องภายในเป็นปัจจัตตัง ไม่ต้องเชื่ออาตมาก็ได้) ฟังกันต่อไป
    เมื่อนำแผ่นยันต์ทั้งของพระอาจารย์เล็ก พระอาจารย์บ๊ะ หลวงพ่อใจ และมวลสารทั้งชีวิตที่อาตมาเก็บสะสมไว้ตลอดทุกครั้งที่มีการสร้างพระ มาปรึกษาช่างๆรีบดำเนินการทั้งปั้นและหล่อองค์ต้นแบบให้เสร็จภายในเวลาอาทิตย์เดียว(จะเร็วไปไหมนี่) ธรรมะจัดสรรอีกแล้วสินะ...
    เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ตามที่ทุกคนได้เห็นแล้ว อาตมานึกในใจว่า แล้วจะเอามาทำอะไร ยังไง ในที่สุดท่านก็ดลใจบอกว่า ท่านจะทำบุญสร้างวัดเป็นอานิสงส์ ให้ออกเป็นบุญกฐิน ถึงยุคที่ต้องใช้แล้ว และจงให้เป็นของขวัญแก่สาธุชนเหล่านั้น....ดีงาม ดังนั้น อาตมาจึงได้จัดสร้างจตุราวุธขึ้น พร้อมบรรจุในซองหนังเรียบร้อย ให้เป็นของขวัญสำหรับผู้มีจิตศรัทธาสร้างบุญใหญ่ร่วมกับท่าน จะเห็นได้ว่า สิ่งที่อาตมาสร้างแต่ละอย่าง ไม่ใช่คิดอยากจะทำก็ทำตามอำเภอใจ ของทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไป ถ้าไม่ใช่วาระ ไม่ใช่สิ่งที่ท่านสั่ง จะไม่ทำและทำไม่ได้ ถึงดื้อทำก็ไม่สำเร็จ ของทุกอย่างต้องดีที่สุดก่อนจะออกไปจากมือเรา พระอาจารย์บ๊ะพูดว่า คุณเหมือนกับผมตรงที่ จะทำอะไรไม่สุกเอาเผากิน เราจะต้องให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเขาเพราะเป็นของมงคล ต้องมีคุณค่าและสามารถใช้ได้จริง อาตมาจึงมีความยินดีและอนุโมทนากับทุกคนที่มีส่วนร่วมในบุญมหากุศลนี้ทุก
    หากจะกล่าวถึง ท้าวจตุโลกบาล หรือ ท้าวมหาราชทั้งสี่ ผู้เป็นเทวดาหัวหน้าของทิศทั้งสี่ นำโดย
    ท้าวเวสสุวรรณ ปกครองทิศเหนือ มีเหล่ายักษ์เป็นบริวาร อาวุธคู่กายของท่านคือ กระบองยาว
    กระบอง --> กันภูติผี ปิศาจ กันคุณไสย กันโรคภัย เป็นลาภเพราะกระบองท้าวเวสสุวัณเป็น เพชร
    ท้าวธตรฐ ปกครองทิศตะวันออก มีเหล่าคนธรรพ์เป็นบริวาร อาวุธคู่กายของท่านคือ พระขรรค์
    พระขรรค์ --> มีคม ๒ ด้าน มีปัญญาเฉียบแหลม เป็นมหาอำนาจ ตัดอุปสรรคและเคราะห์กรรม
    ท้าววิรุฬหก ปกครองทิศใต้ มีเหล่ากุมภัณฑ์เป็นบริวาร อาวุธคู่กายของท่านคือ พลองสั้น
    พลอง --> ค้ำชีวิตไม่ให้ตกต่ำ ให้มีแต่ดียิ่งๆขึ้นไป
    ท้าววิรูปักข์ ปกครองทิศตะวันตก มีเหล่านาคเป็นบริวาร อาวุธคู่กายของท่านคือ จักร
    จักร --> เป็นอำนาจ เป็นการประกาศแสนยานุภาพ โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามอำนาจมืด สำหรับปราบ รวบรวมบริวาร
    คาถาบูชาจตุราวุธ จัตตาโรเตมะหาราชาสะมันตาจะตุโรทิสาทัททัลละมานาอัฏฐังสุ
    เรื่องราวคร่าวๆของท่านท้าวมหาราชทั้งสี่ก็ประมาณนี้เเต่ถ้าจะให้เล่าอย่างละเอียดคงยาวยืดนิ้วล็อคเป็นเเน่ ที่อยากจะเล่าในตอนนี้คือ อาวุธของทั้งสี่ท่านที่ประกอบไปด้วย
    กระบองยาว พระขรรค์ พลองสั้น เเละจักร ซึ่งประมาณปี พ.ศ.๒๕๕๗ หลวงพ่อเอได้มีนิมิตรเกี่ยวกับท้าวมหาราชทั้งสี่ว่าท่านใกล้จะครบวาระหรือเข้าใจง่ายๆว่า ปลดเกษียณ หลวงพ่อเกิดความใจหายเพราะทั้งสี่ท่านเมตตาสงเคราะห์หลวงพ่อท่านอยู่บ่อยๆ ในนิมิตรนั้นท้าวเวสสุวรรณได้บอกให้หลวงพ่อสร้าง อาวุธประจำกายทั้งสี่ ขึ้น พร้อมทั้งให้หลวงพ่อเสกตลอดพรรษาสามเดือน ห้ามขาดเเม้เเต่วันเดียว
    หลวงพ่อท่านเล่าว่า บางทีทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน อยากพักก็พักไม่ได้ท่านคุมทุกวัน ต้องเสกทุกวันจนกว่าจะครบสามเดือน… อีกทั้งยังได้นำอาวุธทั้งสี่ไปอยู่ในต้นบายศรีงานพุทธาภิเษกเป่ายันต์เกราะเพชร ณ วัดท่าขนุน ปี ๕๗ โดยวางตามทิศที่ถูกต้อง ซึ่งตอนนั้นหลวงพ่อก็ยังไม่รู้ว่าทำ อาวุธทั้งสี่นี้ขึ้นมาเพื่ออะไร ท้าวเวสสุวรรณบอกเเค่ว่า เมื่อถึงเวลาจะรู้เอง…เเละเมตตามอบชื่อให้กับหลวงพ่อว่า จตุราวุธ
    เวลาผ่านไปจนถึงปี พ.ศ.๒๕๖๒ ที่ผ่านมา หลวงพ่อได้รับคำสั่งให้จัดสร้าง จตุราวุธ ขึ้น ช่วงที่หลวงพ่อไปรักษาตัวกับพระอาจารย์บ๊ะ ได้ปรารภเรื่องนี้ขึ้นมา และเล่าให้ พอจ บ๊ะ ฟังคร่าวๆ ท่านชอบมาก และท่านเองเป็นคนออกแบบการรวมตัวของจตุราวุธเข้าด้วยกัน โดยให้ #ตัวเป็นกระบอง ด้ามเป็นพระขรรค์ #คอด้ามเป็นจักร #พลองสั้นอยู่ข้างในแล้ว อีกทั้งตั้งชื่อให้ด้วย #ท่านให้เรียกจตุราวุธ...!
    ทำให้หลวงพ่อเเปลกใจมาก ว่าทำไมถึงเป็นชื่อเดียวกันทั้งๆที่ไม่เคยพูดเรื่องชื่อนี้กับท่านเลย ต้องบอกว่า ข้างบนเค้า ออนเเอร์ทะลุ 5G กันเลยทีเดียว ผู้เขียนนั่งนับเเผ่นที่ท่านเขียน น่าจะเกิน ๑๐๐ เเผ่น เเละเเต่ละเเผ่นนั้นอักขระเลขยันต์ไม่ซ้ำกันเลยสักเเผ่น ยังจำได้ติดตราตรึงใจอยู่ ท่านผูกยันต์เป็นรูปอาวุธเเต่ละอย่างด้วย ทั้ง กระบอง พระขรรค์ พลองสั้น เเละจักร พูดได้คำเดียวว่า …สวดยวดเลยครัช
    หลังจากนั้นหลวงพ่อเอได้นำ จตุราวุธองค์ครู ทั้งสี่ชนิดมาทำความสะอาด เพื่อเตรียมไว้เป็นเหมือนเเหล่งพลังงานขนาดมหึมาที่จะกระจายออกสู่จตุราวุธที่กำลังสร้าง ผู้เขียนจำได้ดีเเม้จะผ่านมา ๑ ปีเเล้วก็ตามว่าในวันที่นำจตุราวุธองค์ครูออกจากกล่องกระจกมาทำความสะอาดนั้น พายุถล่มหนักมาก
    เอาเป็นว่าหนักขนาดว่า รถมอเตอร์ไซค์ปลิวถอยหลังบนสะพานพระรามสามกันเลยทีเดียว ตอนนั้นผู้เขียนขับรถอยู่บนสะพานพอดี ยังคิดว่า ลมอะไรขนาดนี้เนี่ย ต้องขับช้าๆเหมือนรถจะปลิวตามเหมือนกัน พอถึงบ้านสุมโนถึงได้เห็นว่า กำลังทำความสะอาดจตุราวุธองค์ครูอยู่ เล่าให้หลวงพ่อฟัง ท่านก็บอกว่านี่ไง เอาออกมาทีไรเป็นเเบบนี้ทุกที ขณะนั้นผู้เขียนได้เเต่สตั๊นท์ ว่าขนาดนี้เลยหรือนี่…
    ในวันที่พระอาจารย์บ๊ะมาเสกจตุราวุธที่บ้านสุมโน ท่านเสกอยู่นานทีเดียวเกือบชั่วโมงเห็นจะได้ ใครที่อยู่ในพิธีคงจำได้ดีว่า วันนั้นเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ ข้างบ้านสุมโนดันก่อสร้างซ่อมเเซมวันนั้นพอดี มีทั้งเสียงตัดเหล็กเสียงเคาะ เสียงตอก ดังสนั่นหวั่นไหว ผู้เขียนเเอบนึกตำหนิในใจว่า ร้อยวันพันปีมันไม่ทำ ดันมาทำวันเสกส้ะนี่
    พอพระอาจาร์บ๊ะลืมตา คำพูดของท่านทำให้ผู้เขียนเเทบสำลักความง่าวของตัวเอง ท่านยิ้มเเล้วเล่าว่า ท่านขอท้าวมหาราชทั้งสี่เเสดงนิมิตให้เห็นเป็นรูปธรรมสักหน่อยเถิด ปรากฏว่า มีเสียงเลื่อยวงเดือนตัดเหล็กดัง เเชร๊ดดดดดด นี่คือนิมิตของจักร
    จากนั้นมีเสียงค้อนทุบผนัง โป๊กๆๆๆ นี่คือนิมิตของพลองสั้น ต่อจากนั้นมีเสียงอะไรสักอย่างกระเเทกพื้นอย่างดัง ตึ้มๆๆๆ นี่คือนิมิตของกระบองยาว ยังไม่จบเท่านั้น มีเสียงเลื่อยเหล็กด้วย อี๊ดๆๆ นิมิตของพระขรรค์ เป็นอันว่า ครบถ้วนกระบวนความเลยครับผม
    หลวงพ่อเอเคยปรารภกับผู้เขียนว่า “ถ้าเป็นเครื่องราง อันดับหนึ่งที่หลวงพ่อสร้างก็ต้องจตุราวุธนี่เเหละ”
    ที่สำคัญมีคนเคยถามว่า จตุราวุธเด่นด้านป้องกันอย่างเดียวหรือ
    พอจ บ๊ะเคยบอกว่า “อย่าลืมนะ กระบองยาว ที่เป็นอาวุธของ ท้าวเวสสุวรรณ เป็นเพชรทั้งองค์นะเว้ย เเล้วจะไม่มีลาภได้อย่างไร
    หลังจากนั้นหลวงพ่อยังได้นำ จตุราวุธทั้งหมด ไปเข้าพิธีพุทธาภิเษกเป่ายันต์ เกราะเพชร ที่วัดท่าขนุน เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นพิธีเดียวกับ สมเด็จองค์ปฐม หน้าตัก ๕ นิ้ว อีกด้วย ในพิธีนั้นหลวงพ่อได้นำ จตุราวุธองค์ครูวางบนต้นบายศรีทั้งสี่ทิศอีกวาระหนึ่ง

    ที่สำคัญรุ่นนี้มีประสบการณ์เรื่องวิญญาณชงัดนัก ผมได้นำข้อความที่เกิดขึ้นกับพระอาจารย์เอและสมาชิกท่านนึงที่ลงประสบการณ์ไว้ในเฟสมาให้อ่านกันด้วยครับ
    จตุราวุธ
    ขออภัยที่ทำให้รอนานสำหรับเรื่องราวประสบการณ์ของจตุราวุธนะครับ
    จากตอนที่เเล้วผู้เขียนได้เล่าถึงที่มาการจัดสร้างเเละพิธีเสกของจตุราวุธให้พอได้ทราบกันบ้างเเล้ว มาถึงตอนนี้จะได้เล่าถึงประสบการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับคนที่ได้บูชาจตุราวุธไป ทั้งเล่ามาทางเพจ เกษมธรรมบำเพ็ญบุญ หรือเล่าให้ผู้เขียนฟังด้วยตัวเอง เเละทีเด็ดคือประสบการณ์จากหลวงพ่อเอด้วย…
    ขอเริ่มจากประสบการณ์ของหลวงพ่อเอก่อนเลย ครั้งท่านเดินทางไปทำธุระทางภาคเหนือ ผู้เขียนเคยเล่าไว้บ้างเเล้วในเรื่องเล่าข้างเก้าอี้ตอนที่๑๐ จะขอยกมาให้ท่านที่ยังไม่เคยอ่านได้อ่านกัน หลวงพ่อเอได้เมตตาเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า
    หลวงพ่อเดินทางขึ้นไปจังหวัดทางภาคเหนือ ก็เข้าไปที่พักเเห่งหนึ่ง เค้าจัดห้องพักไว้ให้อย่างดี ลักษณะของห้อง จะมีส่วนเเยกออกเป็นครัวมีประตูกระจกบานเลื่อนมองทะลุได้ พอเปิดประตูเข้าห้องมองไปที่หลังตู้เสื้อผ้าเห็นกล่องนมเปรี้ยว เเละกล่องน้ำผลไม้เจาะหลอดเรียบร้อยวางอยู่ เลยให้คนไปตามเเม่บ้านมาเก็บไป พอเเม่บ้านมาถึงก็ร้องว่า
    “ห้องนี้ปกติไม่เปิดให้พักเจ้าค่ะ พวกเราเอาไว้ไหว้ขอเลขกัน เค้าคงเห็นเป็นพระเลยเปิดให้ อย่างไรพรุ่งนี้เช้ามาบอกหวยด้วยนะเจ้าคะ”
    เเล้วเธอก็กุลีกุจอเดินออกไป
    อีหยังว่ะ… พร้อมทั้งเล่าให้หลวงพ่อเอฟังว่า วันก่อนมีลูกงูเห่า เข้าไปในห้องน้ำที่กุฏิของท่านและแอบอยู่ใต้ชักโครก ท่านพยายามไล่ตั้งเเต่แปดโมงเช้า จนถึงห้าโมงเย็น ก็ไม่ยอมออก ทำทุกอย่างแม้จะรมควันไล่ก็ไม่ไป จนสุดท้ายได้นำ #จตุราวุธ เข้าไปวางในห้องน้ำแล้วอาราธนาบอกกล่าว… พร้อมกับวางบุ้งกี๋ไว้ ไม่ถึงห้านาที งูตัวนั้นก็เลื้อยเข้าไปนอนขดในบุ้งกี๋ท่านจึงยกออกไปอย่างง่ายดาย…เอาสิ้
    พอจ.บ๊ะท่านได้ยินก็หัวเราะท่านก็บอกว่า “จะไม่ออกได้อย่างไรเล่า หัวหน้าเค้ามาจะอยู่ไหวหรอ นี่คืออาวุธของท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ตอนเสกท่านก็มาเสกให้เอง เเละก็ไม่ให้ทำอีกเเล้วด้วย ผมยังมีเเขวนไว้ที่นี่อันหนึ่งเลย”
    พร้อมกับชี้นิ้วไปทีด้านหลังของท่าน ผู้เขียนรวมถึงหลายๆคนก็เพิ่งจะเคยเห็นนี่เเหละว่าท่านเเขวนไว้ตรงที่รับเเขกของท่านด้วย 1f64f.png
    หลวงพ่อเอเคยปรารภกับผู้เขียนว่า “ถ้าเป็นเครื่องราง อันดับหนึ่งที่หลวงพ่อสร้างก็ต้องจตุราวุธนี่เเหละ”
    ที่สำคัญมีคนเคยถามว่า จตุราวุธเด่นด้านป้องกันอย่างเดียวหรือ
    พอจ บ๊ะเคยบอกว่า “อย่าลืมนะ กระบองยาว ที่เป็นอาวุธของ ท้าวเวสสุวรรณ เป็นเพชรทั้งองค์นะเว้ย เเล้วจะไม่มีลาภได้อย่างไร
    นอกจากนั้น หลวงพ่อเอยังบอกไว้อีกว่า “อีกชื่อของท่านท้าวเวสสุวรรณคือ ธนบดี ไฉ่ซิงเอี๊ยะ เป็นเทพเจ้าด้านเงินทองของคนจีน หลวงพ่อท่านก็ขอพรในส่วนนี้เอาไว้ในจตุราวุธอีกด้วย” จึงไม่ต้องห่วง จตุราวุธนี้ ทั้งปราบ ทั้งกัน เเละลาภผลอยู่ในจตุราวุธครบหมด
    ทั้งหมดที่เล่ามานี้คือ ความเมตตาของ พรหมเทพ เทวดา ครูบาอาจารย์ที่ท่านได้มอบวัตถุมงคลไว้ให้พวกเราปกป้องรักษาคุ้มครองตัว หากระลึกนึกถึงท่านท้าวมหาราชก็จะเป็นเทวตานุสติ เเละอย่าลืมว่า #จตุราวุธ นี้ได้เข้าพิธีพุทธาภิเษกสมเด็จองค์ปฐม หน้าตัก ๕ นิ้ว ที่วัดท่าขนุน ในพิธีนั้นสมเด็จปู่องค์ปฐมได้เมตตาเสกให้ด้วย หากท่านนึกถึงตรงจุดนี้ได้ก็จะเป็นพุทธานุสติที่มีกำไรมหาศาล
    อย่าได้คิดเพียงว่านี่คือเครื่องรางเพียงอย่างเดียว…
    ที่สุดเเล้วขอให้ผู้อ่านทุกท่าน อยู่รอดปลอดภัยในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ เเคล้วคลาดจากภัยอันตรายต่างๆ ไปในที่เเห่งหนตำบลไหน เป็นที่รักใคร่ของเทวดาทั้งหลาย เจริญในธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนกว่าจะเข้าถึงที่สุดของกองทุกข์ ทุกท่านทุกคนเทอญ
    สวัสดี…

    เพิ่มเติมคือเล่มนี้ได้เข้าพิธีแก้วอินทนิลเพิ่มเติม ผมขอนำข้อความบางส่วนบางตอนของพิธีนี้มาให้อ่านครับ จากเกษมธรรมบำเพ็ญบุญ ปี63
    ควันหลงพิธี เเก้วอินทนิล
    เมื่อวานนี้หลวงพ่อเอเดินทางไปกราบหลวงพ่อเล็กที่บ้านเติมบุญ หลวงพ่อเล็กท่านปรารภกับหลวงพ่อเอว่า “ผมคิดไม่ถึงว่าพระจะสงเคราะห์คุณขนาดนี้ ท่านเสกให้หนักมากเเละที่พิเศษที่สุดคืองานนี้ไม่ได้ขอเเต่ท่านเสกให้เอง ปกติงานที่ขอท่านจะเสกให้ตามที่ขอ เเต่งานนี้เสกให้ชนิดที่ว่าไม่ใช่เเค่กองวัตถุมงคลนะทุกอย่างที่อยู่ที่นั่นรวมถึงคนที่มาร่วมงานวันนั้นด้วย ไอ้พวกที่มาต้องถือว่าโชคดีมาก คุณรู้ไหมวันนั้นผมเห็นพระเห็นพรหมเทพเทวดาชัดเป็นพิเศษ มากันเเน่นไปหมด พระท่านสั่งให้นำ #แก้วอินทนิล ไปด้วย สงสัยปีหน้าจะหนักท่านเลยให้เน้นเรื่องความคล่องตัวเป็นหลัก เป็นครั้งที่สองที่เเก้วอินทนิลออกงาน ที่สำคัญพระท่านทิ้งพลังงานเเก้วอินทนิลไว้ให้ที่บ้านสุมโนด้วย ใครจูนพลังนำมาใช้ได้ก็เฮงไป”
    #หลวงพ่อเล็กท่านเน้นว่า ปีหน้า(63)คงจะสาหัสกัน พระท่านคงรู้เลยสงเคราะห์ให้อย่างหนัก
    ข้อมูลจากเพจเกษมธรรมบำเพ็ญ

    และทีสำคัญตรงด้ามผมได้นำด้ายแดงจาตุเทวะ ของพระอาจารย์เอมาพันไว้ด้วยเพื่อเพิ่มอานุภาพ ผมขอนำข้อความจากเกษมธรรมบำเพ็บุญมาให้อ่านกันครับ
    ด้ายเเดงจาตุเทวะ
    ด้ายเเดงจาตุเทวะนี้ คือด้ายที่หลวงพ่อเอ เก็บรักษาเเละได้นำเข้าพิธีสำคัญๆมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นพิธีไหลมาเทมาประทานพร พิธีเเก้วอินทนิล พิธีพลิกชีวิต ที่หลวงพ่อเล็กเป็นประธาน พิธีพระอาจารย์บ๊ะเสกเดี่ยวอีกหลายวาระ รวมถึงพิธีบวงสรวงพุทธาภิเษก ของบ้านสุมโนทุกพิธี ล่าสุดคือ พิธีเสาร์ห้า ไตรโลกา ที่ผ่านมา…

    ด้ายเเดงนี้คือด้ายที่หลวงพ่อเอผูกไว้กับ น้ำเต้าอุดมทรัพย์ดับภัย เเละประทีปแก้วไตรโลกา มีเคล็ดอยู่ตรงคำว่า “ด้าย” ซึ่งเป็นคำพ้องเสียงของคำว่า “ได้” เป็นนัยยะว่า จะมีเเต่ได้กับได้ ทั้งลาภผลเเละความเป็นมงคลทุกประการ แอดไปนึกถึง พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เส้นด้ายองค์ละเป็นล้าน ซึ่งราคาแพงรองๆลงมาจากพิมพ์ใหญ่พระประธานกันเลยทีเดียว ก็เพราะเคล็ดของคำว่า ด้าย (ได้) นี่ล่ะ จึงทำให้เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง…

    มีเรื่องบังเอิญอยู่ว่า เมื่อใดที่เจ้าหน้าที่ หยิบงานเกี่ยวกับด้ายแดงจาตุเทวะนี้มาทำ เมื่อนั้นฝนจะตกลงมาอย่างหนักทันที เดี๋ยวนั้น ไม่สนเวลา พวกเราจึงตั้งใจสังเกตกัน ซึ่งทุกคนก็เห็นเหมือนกันทุกครั้ง ไม่ใช่แค่แอดคนเดียว
    เพราะก่อนหน้าที่พวกเราจะทำด้ายแดงกัน ฝนจะตกลงมาช่วงประมาณ ๕ โมงเย็น และหยุดเบาให้ประมาณ ๒-๓ ทุ่ม เป็นปกติอย่างนี้ทุกวัน เหตุการณ์เหล่านี้ จึงถือได้ว่าเป็นนิมิตหมายแห่งมงคล ลาภผล ความอุดมสมบูรณ์ ที่เป็นรูปธรรมพอให้เราสามารถรับรู้ได้

    อีกเรื่องหนึ่ง คือแอดจะได้ยินเจ้าหน้าที่ บ่นตอนทำด้ายเเดงว่า ทำไมปวดหัว ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลียกันทุกคนโดยมิได้นัดหมาย … เเอดได้เเต่คิดในใจว่า คงเป็นเพราะพลังงานที่เเผ่ออกมาจากด้ายแดงจาตุเทวะ อย่างเเน่นอน ไม่ธรรมดา
    อย่าลืมว่า เชือกเเดงจาตุเทวะ มีอานุภาพอย่างไร ด้ายเเดงจาตุเทวะนี้ ก็มีอานุภาพเช่นเดียวกัน แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ เรื่องของลาภ และการกันภัย ที่เป็นจุดประสงค์หลักมาแต่เดิม รวมทั้งยังได้เข้าพิธีสำคัญๆอีกมากมาย หลายพิธี…
    ด้ายแดงนี้ จะผูกกับสายกระเป๋าก็ได้ ผูกกับประตูหน้าต่างบ้านก็ได้ เหน็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ก็ได้ มีลาภดี ที่สำคัญพกพาสะดวก เด็กทารกที่เลี้ยงยาก สามารถนำไปผูกข้อมือไว้ก็ได้ หรือจะผูกข้อมือรับขวัญก็ได้ทั้งนั้น อานุภาพอย่างอื่นสามารถอ่านในกระทู้ เชือกแดงจาตุเทวะ ได้เลย...
    เครื่องรางอีกหนึ่งรายการที่ต้องใช้คำว่า “ของมันต้องมี”

    ให้บูชา 1200 (เท่าราคาวัด)(มีด้ามเดียว) จัดส่ง 50 จองได้สามวันครับ
    ปล.ด้ามนี้ได้เข้าพิธีเพิ่มเติมที่บ้านสุมโนทุกพิธึตั้งแต่ปี 2562จนถึงตุลามคม 2564 ครับ
    20260901_095434.jpg 20260901_095421.jpg 20260901_095327.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...