เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 29 สิงหาคม 2026 at 17:05.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,992
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,230
    ค่าพลัง:
    +26,999
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,992
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,230
    ค่าพลัง:
    +26,999
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ทองผาภูมิยังคงตกอยู่ใต้อิทธิพลลมมรสุม ไม่ว่าจะเป็นพายุไซโคลน พายุโซนร้อน พายุไต้ฝุ่น ลูกไหนมาก็ตาม ทองผาภูมิก็รับไปเต็ม ๆ ตลอดมา ทุกครั้งที่ประกาศพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก ก็จะมีกาญจนบุรีติดโผอยู่เสมอ..!

    ยังโชคดีที่ว่าปีนี้ทางเขื่อนวชิราลงกรณได้ระบายน้ำออกหมด เพื่อทำการซ่อมใหญ่ในโอกาสที่สร้างเขื่อนมาครบ ๔๐ ปี จึงทำให้มีพื้นที่เหลือในการรับน้ำเป็นจำนวนมาก ฝนตกหนักต่อเนื่องมาทั้งวันทั้งคืนเป็นเดือน ๆ แล้ว ป่านนี้น้ำก็เพิ่งจะอยู่ที่ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น..!

    ถ้าหากว่าเป็นช่วงก่อนที่ไม่ได้ระบายน้ำออก ป่านนี้ก็คงต้องระบายน้ำเพื่อทำการพร่องน้ำส่วนเกิน ซึ่งก็มักจะทำให้พื้นที่ด้านล่าง ก็คืออำเภอท่ามะกา เผชิญหน้ากับน้ำหลากจากเขื่อน บ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำลำคลอง ก็มักจะโดนน้ำท่วมอยู่เสมอ

    อีกส่วนหนึ่งก็คือด้านแม่น้ำน้อย ซึ่งน้ำจากแม่น้ำแควจะหลากผ่านไป แถวบริเวณพื้นที่อำเภอไทรโยคและด่านมะขามเตี้ย จะว่าเป็นน้ำท่วมก็ไม่ใช่ เพราะส่วนใหญ่ก็คือน้ำป่าที่หลากลงจากเขา ในพื้นที่ของทองผาภูมิจะมีจุดเสี่ยงอยู่บริเวณบ้านวังเกียง ซึ่งมีห้วยอู่ล่องอยู่บริเวณนั้น จะเป็นบริเวณที่มีน้ำป่าไหลหลากอยู่เสมอ ชาวบ้านจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังตัวเองอยู่ทุกปี

    ช่วงเช้าหลังจากที่ฝ่าฝนไปเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้าแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ทำการขอสัตตาหะฯ ในท่ามกลางคณะสงฆ์ เพื่อที่จะเดินทางไปร่วมงานอายุวัฒนมงคล ๘๙ ปี "ตุ๊พ่อสิงห์ " (พระอธิการสิงห์ วิสุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่

    เมื่อฉันเช้าด้วยอาหารที่ "แม่ชีชื่น " (อุบาสิกาชื่น ศรีสองแคว) หัวหน้าแม่ชีวัดท่าขนุน ได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) พลขับประจำตัวก็พาวิ่งฝ่าฝนลงจังหวัดกาญจนบุรี
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,992
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,230
    ค่าพลัง:
    +26,999
    ตรงจุดนี้ถ้าทุกท่านที่เดินทางไปทองผาภูมิแล้วรู้จักสังเกต จะเห็นว่ามีบริเวณจุดรอยต่ออากาศ อยู่ที่บริเวณบ้านท่าทุ่งนา ซึ่งถ้าหากว่านับง่าย ๆ ก็คือระหว่างวัดท่าทุ่งนาฤทธาราม กับวัดเวฬุวนาราม ของ "หลวงพ่ออุตตมะ" (พระราชอุดมมงคล วิ.) ที่ได้มาสร้างไว้ ตั้งแต่ตรงนั้นถ้าลงไปด้านล่างคือพื้นที่อำเภอไทรโยค และอำเภอเมืองกาญจนบุรี

    ถ้าด้านบนทองผาภูมิฝนตก ด้านล่างก็จะฝนแล้ง ถ้าด้านล่างฝนตก ทองผาภูมิก็จะฝนแล้ง ซึ่งบริเวณรอยต่ออากาศนี้ เขาเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Buffer zone เป็นบริเวณที่อากาศมาชนกันพอดี ทำให้มีสภาพภูมิอากาศที่ต่างกันอย่างชนิดสุดขั้ว บางทีทางด้านล่าง ตั้งแต่อำเภอเมือง อำเภอไทรโยค แดดร้อนแทบหัวละลาย..! พอเข้าสู่เขตท่าทุ่งนาด้านบนก็เริ่มมืดครึ้มและมีฝนตก ถ้าคนไม่ช่างสังเกต บางทีก็อาจจะแค่รู้สึกว่าเป็น "ฝนตกไม่ทั่วฟ้า" เท่านั้น

    การเดินทางในวันนี้ กระผม/อาตมภาพต้องวิ่งไปหาหมอที่แถวโรงพยาบาลกลาง เพื่อซ่อมสุขภาพเสียก่อน และต้องรับตัวพลขับก็คือ "คุณแดง" (นายมงคล ม่วงน้อยเจริญ) มาช่วยขับรถด้วย เพราะว่าเป็นหนทางที่ค่อนข้างไกล ใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง เมื่อได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้วก็วิ่งขึ้นเหนือมา คาดว่าคืนนี้คงจะค่ำมืด กว่าจะไปถึงวัดของ "ตุ๊พ่อสิงห์" โดยปกติแล้วก็จะไปถึงไม่เกินบ่าย ๒ โมง แต่วันนี้ออกช้ากว่าปกติประมาณ ๕ - ๖ ชั่วโมง ก็คาดว่าถึงราว ๆ ๑ ทุ่ม หรือ ๒ ทุ่ม ประมาณนั้น แต่ก็จำเป็นที่จะต้องไป

    เนื่องเพราะว่า "ตุ๊พ่อสิงห์" นั้น เป็นรุ่นพี่ที่กระผม/อาตมภาพให้ความเคารพยิ่งอีกท่านหนึ่ง ซึ่งบรรดารุ่นพี่ต่าง ๆ อันเป็นที่เคารพนั้น ตอนนี้ก็เหลือน้อยลงทุกที ท่านที่อยู่ภายนอกอีกก็ยังมี "ท่านเจ้าคุณหลวงตาวัชรชัย" (พระราชภาวนาพัชรญาณ วิ.) เจ้าอาวาสวัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี มี "หลวงพ่อวิรัช" (พระปลัดวิรัช โอภาโส) เจ้าอาวาสวัดธรรมยาน ตำบลนาเฉลียง จังหวัดเพชรบูรณ์ "หลวงตาชลอ" (พระครูสาครสิทธิวิมล) เจ้าอาวาสวัดศาลพันท้ายนรสิงห์ ซึ่งท่านทั้งหลายเหล่านี้ ได้ออกไปเป็นที่พึ่งของชาวบ้านในบริเวณที่ต่าง ๆ กันไป แต่ที่อายุมากที่สุดก็คือ "ตุ๊พ่อสิงห์" นั่นเอง

    ในเมื่อตุ๊พ่อท่านยึดกระผม/อาตมภาพเป็นที่พึ่ง ดังนั้น..ถึงตนเองจะอายุกาลผ่านวัยเริ่มมาก และกรำงานอยู่ทุกวัน จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน แต่ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเดินทางไป เพราะว่าอันดับแรก ไปงานของบุคคลที่เราเคารพนับถือ อันดับที่สอง เป็นการแสดงออกซึ่งความสามัคคีในหมู่ศิษย์ของ "หลวงพ่อฤๅษีฯ" วัดท่าซุง
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,992
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,230
    ค่าพลัง:
    +26,999
    แต่กระนั้นก็ตาม กระผม/อาตมภาพนั้นถือมารยาทเป็นอย่างยิ่ง ก็คือต่อให้เคารพรักกันขนาดไหน ถ้าไม่มีฎีกามาถึงก็จะไม่เดินทางไปหา เนื่องเพราะว่าแต่ละท่านล้วนแล้วแต่มีงานอยู่มากมาย ถ้าหากว่าไป ท่านก็ต้องเสียเวลามาต้อนรับ หรือถ้าท่านอยู่วัดแล้วมีญาติโยมไปรบกวนเป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้ญาติโยมที่ไปหาท่านเสียโอกาสไปอีก และโดยเฉพาะมารยาทในวงการสงฆ์นั้น ถ้าหากว่าไปโดยไม่มีฎีกา เขาถือว่า "เสียมารยาท" เพราะว่าเจ้าของพื้นที่ไม่ได้เรียกหาเชื้อเชิญ จึงเป็นเรื่องที่เราควรจะต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

    กระผม/อาตมภาพเจอรุ่นพี่หรือรุ่นพ่อบางท่าน ที่ทำตัวอยู่ในลักษณะน่ารำคาญ น่าเบื่อหน่าย อย่างเช่นว่ามีรุ่นพี่ที่อยู่ในระดับรุ่นพ่ออยู่รูปหนึ่ง มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือไปทั้งจังหวัดกาญจนบุรี ท่านเป็นพระที่ "หลวงปู่สาย" (พระครูสุวรรณเสลาภรณ์) อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน อดีตเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ เป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้ แล้วก็กลับไปเป็นเจ้าอาวาสที่วัดบ้านเกิดของท่าน แถวเขตอำเภอเมืองกาญจนบุรี

    ท่านนี้มักจะมีปฏิปทาอยู่ในลักษณะที่ คอยจดจำว่าแต่ละวัดนั้นมีงานประจำปี หรืองานวันบูรพาจารย์ งานวันเกิดเจ้าอาวาสวันใดบ้าง แล้วก็ไปโดยที่ทางวัดเขาไม่ได้นิมนต์อยู่เสมอ อาศัยความที่ว่าอาวุโสมาก ถึงเวลาก็เบียดไปนั่งหัว ๆ แถว ท่านอื่นที่พรรษาน้อยกว่า สมณศักดิ์น้อยกว่า ก็ต้องถอยให้ ทางเจ้าอาวาสก็ "น้ำท่วมปาก" พูดไม่ออก เพราะว่าเป็นพระเถระอายุมาก พรรษา ๔๐ กว่าพรรษาแล้ว จึงทำให้กลายเป็นที่กล่าวขวัญในลักษณะของการนินทาอยู่เสมอ..!

    จนกระทั่งปี ๒๕๔๖ กระผม/อาตมภาพได้มาเป็นรองเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ถึงได้ประกาศกับท่านอย่างชัดเจนว่า "ถ้าหากว่า
    หลวงพ่อจะทำแบบนี้ต่อไป อันดับแรกเลย ห้ามพูดว่าเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อสาย วัดท่าขนุน เพราะว่าหลวงพ่อสายไม่เคยสอนพวกผมให้ทำแบบนี้..!"

    "อันดับที่สองก็คือ งานวัดท่าขนุน กรุณาอย่าโผล่มาให้เห็นหน้า ถ้าไม่มีฎีกา ผมจะไม่ไว้หน้าท่านเลย..!" จึงทำให้ท่านหายไปจากยุทธจักรอำเภอทองผาภูมิ แต่ยังคงไปประพฤติปฏิบัติตัวแบบนั้นที่อำเภออื่น ๆ อีก โดยที่ไม่ได้อ้างชื่อ "หลวงพ่อสาย" วัดท่าขนุนเท่านั้น
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,992
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,230
    ค่าพลัง:
    +26,999
    กระผม/อาตมภาพขอยืนยันว่าไม่ได้โกรธ ไม่ได้เกลียดอะไรท่านเลย เพียงแต่ว่าไม่อยากให้ท่านสร้างความเสียหายให้กับครูบาอาจารย์ของตน แม้กระทั่งตอนท่านเสียชีวิตแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ยังไปรดน้ำศพขอขมา และเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมถวายกุศลให้กับท่านด้วย..!

    เรื่องพวกนี้จึงเป็นเรื่องที่เราพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง แม้กระทั่งการบิณฑบาตก็ต้องไปโดยดุษณีภาพ ก็คือนิ่ง ๆ เงียบ ๆ พระธรรมยุตที่ท่านถือเคร่งมาก ถ้าหากว่าญาติโยมลืมไป หรือว่าเผลอสติไม่ได้ดูว่าพระมาถึงหรือยัง ? ถ้าหากว่าท่านไปยืนอยู่ แล้วตักเตือนญาติโยมว่า "พระมาแล้ว" ก็ถือว่าเป็นการเรียกร้องจากญาติโยม สิ่งที่ได้มาถือว่าไม่ใช่ "อาชีวปาริสุทธิศีล" ท่านก็จะนำเอาข้าวของที่โยมใส่บาตรนั้นสละให้กับเด็กวัดไปเลย..!

    พวกเราที่เป็นพระมหานิกายไม่ได้ถือเคร่งขนาดนั้น
    บางทีเห็นญาติโยมทำงานเพลิน เด็กวัดก็ช่วยตะโกนว่า "พระมาแล้วจ้า..!" ญาติโยมบางทีหันมาเห็นแล้วก็ยังตกใจ ส่วนกระผม/อาตมภาพเองนั้นส่วนใหญ่ไปถึงก็ยืนนิ่ง จนกระทั่งบางทีพระลูกวัดท่านทนไม่ไหว ก็ช่วยบอกโยมเสียเอง แต่ถ้าหากว่ายืนอยู่หลายอึดใจแล้ว ญาติโยมยังไม่เห็นว่าพระมา กระผม/อาตมภาพก็จะเดินเลยไปก่อนเสมอ บางทีญาติโยมก็ต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์ไล่ตามไปใส่บาตรกลางทางอยู่ทุกบ่อย..!

    เรื่องพวกนี้นั้นถ้าเราเคร่งครัดเอาไว้สักหน่อยหนึ่ง พอถึงเวลาจะย่อหย่อนลงก็จะเป็นอะไรที่พอดี แต่ถ้าหากว่าไม่เคร่งครัดแล้วไปย่อหย่อน ก็จะกลายเป็นอะไรที่สร้างความเสียหายให้กับพระพุทธศาสนาได้ การเดินทางในวันนี้ยังยาวไกล จึงได้บันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ก่อน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๒๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...