ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,440
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อัพเดทล่าสุด วันที่ 08.07.2569
    (อ่างเก็บน้ำหลิ่วหลาง) แตก ณ ปัจจุบันทำให้มวลน้ำจำนวนมหาศาล หายไปแห้งจนถึงขอบพื้นดินด้านล่างและปรากฏภาพของประชาชนในพื้นที่ต่างพากันอพยบหนีขึ้นที่สูงและบางส่วนจมหายไปกันน้ำที่ไมได้ตั้งตัว ตามรายงานข่าวจากจีนยังไม่พบจำนวนที่แน่นอน แต่คาดกาณร์ว่าน่าจะมากกว่า 1,000 คนเดิมทีอ่างเก็บน้ำนี้อยู่ในเขต ยูนนานตอนล่างของจีน พบ มีประชากร อาศัยอยู่บริเวรรอบ มากกว่า 5,000 หลังคาเรือน
    .
    เวลาที่เกิดเหตุ: ช่วงเช้าวันที่ 6 กรกฎาคม 69 โดยรายงานระบุว่าเขื่อนเกิด รอยขาด (决口) ในช่วงเช้า ก่อนที่ทางการจะยกระดับการรับมืออุทกภัยเป็นระดับ 1 เวลา 11:30 น. ตามเวลาจีน (ตรงกับ 10:30 น. ประเทศไทย)

    #beemnews
    #อ่างเก็บน้ำแตก

    https://www.facebook.com/share/r/1KGtXufcem/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • g.mp4
      ขนาดไฟล์:
      3.4 MB
      เปิดดู:
      14
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,440
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เศรษฐกิจฝืดคนซื้อกดราคาที่ดินเกือบ50%กูรูแนะปล่อยเช่าระยะยาวดีกว่าหั่นราคาขาย
    .
    ตลาดที่ดินพลิกจาก "ยุคผู้ขาย" สู่ "ยุคผู้ซื้อ" หลังจากเศรษฐกิจฝืด บีบเจ้าของที่ดิแปลงทรัพย์สินเป็นเงินสดลดภาระภาษีที่ดิน คุชแมนฯ แนะปล่อยเช่าระยะยาว
    .
    ตั้งขายล้าน...แต่ตลาดให้ไม่ถึงหกแสน!
    .
    ก่อนหน้านี้ "ที่ดินใจกลางเมือง" คือสินทรัพย์ที่แทบไม่มีคำว่า "ต่อรอง" ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างแข่งขันกันไล่ซื้อที่ดินทุกแปลงที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในแนวรถไฟฟ้าและย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) เพื่อป้อนตลาดคอนโดมิเนียมที่เติบโตอย่างร้อนแรง ส่งผลให้ราคาที่ดินทะยานขึ้นต่อเนื่อง จนเจ้าของที่ดินเคยเป็นฝ่ายกำหนดเกม แต่วันนี้สมการนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง !
    .
    ภาพสะท้อนชัดเจนเกิดขึ้นบนแนวถนนสุขุมวิทช่วง BTS บางจาก-อุดมสุข ซึ่งเจ้าของที่ดินจำนวนมากยังตั้งราคาเสนอขาย (Asking Price) ไว้สูงถึง 900,000-1,000,000 บาทต่อตารางวา ขณะที่ข้อเสนอซื้อจริงจากผู้พัฒนาโครงการกลับต่ำกว่า 600,000 บาทต่อตารางวาแทบทั้งหมดช่องว่างราคากว่า 300,000-400,000 บาทต่อตารางวา ไม่ใช่เพียงตัวเลขของการต่อรอง แต่กำลังสะท้อนว่า ตลาดกำลังตีราคาใหม่
    .
    โควิดฉุดราคาที่ดินร่วง
    .
    วรัตถ์ สิริศักดานุกูล ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายตลาดทุนและการลงทุน คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย มองว่า วงจรราคาที่ดินระดับสูงสุด หรือ Peak Cycle ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่วิกฤติโควิด-19 และจนถึงปัจจุบัน ตลาดยังไม่สามารถกลับไปสู่จุดเดิมได้ แรงกดดันทางเศรษฐกิจถาโถมหลายด้าน ทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแรง หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การเข้มงวดของสถาบันการเงิน และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น ล้วนกระทบโดยตรงต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เมื่อยอดขายชะลอตัว ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น และการระบายสต็อกใช้เวลานานกว่าเดิม ผู้ประกอบการจึงไม่สามารถซื้อที่ดินในราคาสูงแบบเดิมได้อีกต่อไป
    .
    .
    อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/business/property/1241818
    .
    .
    #กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจBusiness #กรุงเทพธุรกิจRealestate

    https://www.facebook.com/share/p/1C3fTdJGX3/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,440
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สมัยร. 7 เศรษฐกิจไทยตกต่ำมาก ทางออกรัฐบาลก็คือ ลดจำนวนข้าราชการ หรือนโยบาย ‘ดุลยภาพ’
    พ.ศ.2468 มีการลดข้าราชการลง 6,000 คน งบประมาณถูกตัดทุกแผนก
    รวมถึงมีการยุบ-ควบรวมกระทรวง

    จังหวะก้าว การบริหาร
    ยุบ ปรับ งบประมาณ
    .
    การก่อตั้งอภิรัฐมนตรีและการเปลี่ยนเสนาบดีติดตามด้วยโครงการความเข้มงวดทางเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่ง Batson เห็นว่าแม้จะรู้กันน้อยแต่ก็มีลักษณะและขนาดๆ พอๆ กับ “การตัดทอนรายจ่าย” ปี 1931-1932
    .
    งบประมาณของหน่วยงานรัฐถูกตัดทุกแผนก ที่ถูกตัดมากที่สุดคืองบประมาณของภาครัฐ
    .
    กระทรวงมุรธาธรถูกยุบรวมอยู่ในกรมราชเลขาธิการ
    .
    กระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงคมนาคมยุบรวมเข้าด้วยกัน
    .
    ยุบและรวมมณฑลต่างๆ เข้าด้วยกันให้มีจำนวนน้อยลง ทำให้ลดตำแหน่งบริหารได้หลายตำแหน่ง
    .
    หน่วยงานของรัฐบาลที่เหลืออยู่ก็ถูกลดจำนวนข้าราชการเป็นจำนวนมาก
    .
    ลูกจ้างชาวยุโรปและอเมริกันได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งนี้ เนื่องจากความเชื่อที่สะพัดไปเรื่อยๆ ตามถ้อยคำของ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงที่ว่า
    .
    “สยามควรเป็นเรื่องของชาวสยาม”
    .
    และเนื่องจากคนเหล่านี้ได้รับเงินดือนสูงจึงยิ่งเป็นเป้าให้ถูกโจมตีในยุคเศรษฐกิจวิกฤตเช่นนี้ จำนวนข้าราชการที่ลาออกไปหรือถูกให้ออกจากราชการมีจำนวนเกือบๆ หมื่นคน
    .
    เท่ากับกว่า 10% ของการจ้างของรัฐบาล
    .
    Batson อ้าง “สถิติรายปีของสยาม ค.ศ.1931-1933 ของกระทรวงการคลังมหาสมบัติ ยืนยันให้เห็นว่า ตัวเลขของทางราชการแสดงให้เห็นว่า ระหว่างปี 1925/1926 จำนวนข้าราชการมากสุดมีอยู่ราวๆ 86,500 คน
    .
    พอถึงปีแรกของรัชกาลที่ 7 จำนวนข้าราชการลดลง 6,000 คน
    .
    ปี 1928/1929 เหลือข้าราชการอยู่ราวๆ 77,200 คน


    รุกคืบ การบริหาร ข้าราชการ คือ เป้าหมาย ยุบย้าย ปรับลด
    https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_873480

    https://www.facebook.com/share/1CvrW25Qzf/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,440
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ญี่ปุ่นถังแตก! รื้อแอร์เก่าสกัดแร่หายาก หวังปั๊มขีปนาวุธสนองนโยบายฟาสซิสต์!
    ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าขบขัน เมื่อสื่ออย่าง All Nippon News Network (ANN) รายงานข่าวเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 ว่ารัฐบาลได้เปิดแผนปฏิบัติการ "เหมืองแร่ในเมือง" (Urban Mining) แบบฉุกเฉิน ด้วยการระดมพลรื้อถอนเครื่องปรับอากาศเก่าเพื่อสกัดเอาแร่หายากมาใช้งาน

    หลังจากจีนตัดสินใจปิดประตูใส่หน้าด้วยมาตรการควบคุมการส่งออก รัฐบาลญี่ปุ่นจึงต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีสุดคลาสสิก! "ไล่กว้านซื้อเศษเหล็กชาวบ้าน" เพื่อแงะเอาแร่ธาตุล้ำค่าภายในมอเตอร์คอมเพรสเซอร์แอร์รุ่นใหม่ ซึ่งมี "แม่เหล็กถาวร" ที่ทำจากแร่ดิสโพรเซียม และ เทอร์เบียม อันเป็นส่วนประกอบสำคัญในระบบนำวิถีขีปนาวุธ โดรน และเรดาร์รบ

    ยิ่งตอกย้ำให้หลายคนอดเปรียบเทียบไม่ได้กับกรณีของรัสเซีย ที่เคยถูกโลกแฉว่าต้อง "ชำแหละแผงวงจรเครื่องซักผ้า" เพื่อเอาชิปมาทำขีปนาวุธยามขาดแคลน แม้ญี่ปุ่นจะพยายามทำภาพลักษณ์ให้ดูโก้ว่าเป็นกลยุทธ์ "เหมืองแร่ในเมือง" แต่มันก็ดูไม่ต่างจากการแก้ขัดในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นกัน

    แม้รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีทากาอิจิจะออกมาประกาศกร้าวว่า "แร่หายากไม่ใช่ปัญหา" แต่การที่ Mitsubishi Electric ซึ่งเป็นผู้รับเหมากลาโหมรายใหญ่ (และถูกจีนขึ้นบัญชีดำเรื่องสินค้า Dual-use อยู่แล้ว) ต้องลงมาเป็นหัวหอกรื้อแอร์เอง มันคือการตบหน้าคำกล่าวอ้างของรัฐบาลอย่างจัง

    การเลือกเดินตามนโยบาย "ปิดล้อมจีน" ของสหรัฐฯ ทำให้ญี่ปุ่นต้องจำยอมสูญเสียคู่ค้าที่สำคัญที่สุดไป การทุ่มงบประมาณและทรัพยากรไปกับการสร้างแสนยานุภาพทางการทหารโดยทิ้งหลักการสันติภาพ เพื่อไล่ล่าความฝันในการเป็นมหาอำนาจทหารอีกครั้ง ก็ไม่ต่างอะไรกับการขุดหลุมฝังตัวเองช้าๆ
    การรื้อแอร์เก่ามาทำขีปนาวุธไม่ใช่เรื่องตลก แต่มันคือ "สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน" สำหรับญี่ปุ่น เมื่อวันหนึ่งที่กองขยะเหล่านี้หมดลง และญี่ปุ่นยังคงยึดติดกับนโยบายเผชิญหน้ากับเพื่อนบ้าน ความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่เกิดจาก "ความหลงผิดของกลุ่มขวาจัด" อาจทำให้ญี่ปุ่นต้องโดดเดี่ยวตัวเองบนเวทีโลกอย่างถาวร บอกได้เลยว่าญี่ปุ่นไม่ได้ขาดแคลนแค่แร่ธาตุ แต่กำลังขาดแคลน "ความจริงใจ" และวิสัยทัศน์ในการอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างสันติ!
    #ญี่ปุ่น #สงครามทรัพยากร #แร่หายาก #MitsubishiElectric #ความมั่นคง #ข่าวรอบโลก #UrbanMining


    https://www.facebook.com/share/p/18QiA1bLfH/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,440
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! 9 ก.ค. สหรัฐโจมตีอิหร่านวันที่ 2 ติดกันหลังปธน.ทรัมป์กล่าวจะโจมตีอิหร่านคืนผ่านมา เพื่อลดการโจมตีของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุส สหรัฐโจมตีเป้าหมายตลอดชายฝั่งตะวันตกของอิหร่าน รวมถึง 3 เมืองสำคัญทางทหารอิหร่าน BTimes

    Jul 9, 2026 ด่วน! ด่วน! สหรัฐโจมตีอิหร่านวันที่ 2 ติดกันหลังปธน.ทรัมป์กล่าวจะโจมตีอิหร่านคืนผ่านมา เพื่อลดการโจมตีของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุส สหรัฐโจมตีเป้าหมายตลอดชายฝั่งตะวันตกของอิหร่าน รวมถึง 3 เมืองสำคัญทางทหารอิหร่าน

    วันที่ 9 กรกฎาคม 2026 เมื่อเวลา 03.30 น. ตามเวลาไทย ศูนย์บัญชาการกลาง กองทัพสหรัฐ เปิดเผยว่า กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาโจมตีอิหร่านรอบใหม่เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อวัตถุประสงค์ลดทอนความสามารถ และกำลังการโจมตีของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นภัยคุกคามอิสรภาพของการเดินเรือพาณิชย์บนช่องแคบฮอร์มุส ปฏิบัติการโจมตีในวันที่ 2 ของกองทัพสหรัฐอเมริกาสะท้อนให้เห็นถึงอิหร่านเป็นผู้ต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีเรือขนส่งน้ำมันดิบ และเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุสเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

    สำหรับเป้าหมายการโจมตีในคืนผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันนั้น กองทัพสหรัฐอเมริกากำหนดเป้าหมายโจมตี ด้วยความแม่นยำ และประสบความสำเร็จ ได้แก่ เป้าหมายมากกว่า 80 จุด ประกอบด้วย ระบบต่อสู้อากาศยานและทางอากาศของกองทัพอิหร่าน ฐานที่ตั้งระบบเรดาห์ตามแนวชายฝั่งทะเล ระบบต่อสู้ขีปนาวุธทางอากาศ และเรือของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติแห่งชาติอิสลามมากกว่า 60 ลำ

    ทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า การโจมตีในคืนผ่านมามีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ว่า สหรัฐอเมริกาจะโจมตีอิหร่านในคืนผ่านมา รวมถึงอาจนำกองเรือรบของสหรัฐอเมริกาเข้าปิดกั้นทางเข้าและออกช่องแคบฮอร์โมนครั้งใหม่ นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐอเมริกาได้โจมตีพื้นที่เป้าหมายบางส่วนบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นเกาะสำคัญด้านพลังงานน้ำมันดิบของประเทศอิหร่าน โดยปฏิบัติการทหารในคืนที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐอเมริกาโจมตีและทำลายเรือเล็กของอิหร่านจำนวน 28 ลำอย่างราบคาบ นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกาอาจตัดสินใจเข้ายึดเกาะคาร์กของประเทศอิหร่านอีกด้วย

    นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวต่อไปว่า ข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านบางทีอาจจะไม่มีวันเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ ผู้นำระดับสูงในรัฐบาลของประเทศอิหร่านใช้ความพยายามอย่างมากก็ตาม การเจรจาของประเทศอิหร่านล้วนเต็มไปด้วยการโกหกและการหลอกลวง และนั่นอาจทำให้กองทัพสหรัฐอเมริกาจะต้องก้าวไปข้างหน้า ในการตอบโต้กับอิหร่านโดยปราศจากข้อตกลงใดใด

    เมื่อวานนี้ เวลา 16.00 น.ตามเวลาไทย นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนทั่วโลกหลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมประชุมสุดยอดกับนายมาร์ค รุตเตอร์ เลขาธิการ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือเลขาธิการกลุ่มนาโต ว่า สำหรับตัวผมแล้ว ข้อตกลงเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจให้มีการหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจบลงแล้ว จนกระทั่งมาถึงขณะนี้เป็นการสิ้นเปลืองเวลาเปล่าๆ

    ผมไม่ต้องการที่จะมีการเจรจาพูดคุยกับอิหร่านอีกต่อไป คนเหล่านี้ไม่ต่างจากขยะ คุณรู้มั้ยว่าขยะในความหมายของผมหมายถึงอะไร คนเหล่านี้ไม่ต่างจากคนป่วย ประชาชนชาวอิหร่านมีผู้นำที่ไม่แตกต่างจากคนป่วย เป็นคนที่ชอบใช้ความรุนแรง มีจิตใจมุ่งร้าย ถ้าคนเหล่านี้มีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองแน่นอนว่าต้องใช้อาวุธเหล่านี้แน่
    #ข่าวด่วน #อิหร่าน #สหรัฐ #BTimes

    https://www.facebook.com/1000444135...QaLjJ2DCmxHk8SETUSoA6QbLiFcl/?mibextid=NOb6eG
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,440
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผงะ 3 เรื่องจริง ดันส่งออกไทยพุ่งทะยานสวยหรูตั้ง 20% แต่ทำไมการผลิตในโรงงานแทบไม่ขยับ นักเศรษฐศาสตร์เตือนสร้างบุญใหม่ให้ทันบุญเก่าหดหายไป ช่องว่างและความเหลื่อมล้ำเศรษฐกิจไทยจะทิ้งห่างอย่างน่ากลัว BTimes

    https://www.facebook.com/share/17rottDmd6/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,440
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาเหลือเพียงแค่ 3% จากระดับ 4% ที่คาดประมาณการไว้ในช่วงกลางเดือนเมษายน ท่ามกลางต้นทุนทางพลังงานที่สูงขึ้นและชื่อเสียงที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาสแกมเมอร์

    ระหว่างการแถลงข่าว ณ สำนักงานกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF Resident Representative Office) ในกัมพูชา เมื่อวันพุธ(8ก.ค.) ทางสำนักข่าวพนมเปญโพสต์อ้างว่า เคนิชิโร คาชิวาเซะ หัวหน้าคณะทำงานของไอเอ็มเอฟประจำกัมพูชา ได้เน้นย้ำว่า แม้ต้องเผชิญกับความช็อคต่างๆนานาทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่เศรษฐกิจกัมพูชายังคงยืดหยุ่น ทว่าการเติบโตอ่อนแอลงเมื่อเทียบกับปี 2025

    เขาบอกว่าการเติบโตทางจีดีพีที่แท้จริง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ภายนอก การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน ชะลอตัวลงสู่ระดับ 5.3% ในปี 2025 จากระดับ 6.0% ในปี 2024 ท่ามกลางอุปสงค์ภายในประเทศ การก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ที่ยังชะลอตัว

    "คาดการณ์ว่าการเติบโตจะชะลอตัวลงไปอีกเหลือ 3% ในปี 2026 ก่อนฟื้นตัวในปี 2027 ในขณะที่ราคาพลังงานที่พุ่งสูง อุปสงค์ภายนอกอ่อนแอลงและความเสียหายต่อชื่อเสียงที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการสแกม เป็นตัวถ่วงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและทำการท่องเที่ยวอ่อนแอ ก่อความเสี่ยงต่างๆนานาต่อเสถียรภาพทางการเงิน" ไอเอ็มเอฟอธิบายในถ้อยแถลงที่เผยแพร่ในวันพุธ(8ก.ค.)

    ในถ้อยแถลง ไอเอ็มเอฟระบุว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยของกัมพูชาอยู่ที่ 2.5% ในปี 2025 แต่พุ่งขึ้นอย่างแรงในเดือนพฤษภาคม และคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2026 จะอยู่ที่ระดับ 5.6% สะท้อนการส่งผ่านราคาพลังงานที่สูงขึ้น ก่อนที่เงินเฟ้อจะปรับตัวลงเล็กน้อยในปี 2027 ขณะที่สกุลเงินเรียลกัมพูชายังคงมีเสถียรภาพโดยรวม และทำหน้าที่เป็นเสมือนเสาหลักทางเศรษฐกิจ

    ไอเอ็มเอฟระบุว่าสถานะด้านต่างประเทศของกัมพูชาอ่อนแอลงในปี 2025 ในขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเปลี่ยนจากที่เคยเกินดุลเล็กน้อยมาเป็นขาดดุล เนื่องจากมูลค่าการนำเข้าขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าการส่งออก ส่วนเงินส่งกลับประเทศจากแรงงานกัมพูชาที่ทำงานในต่างแดนก็ลดลงเช่นกัน หลังจากแรงงานจำนวนมากเดินทางกลับประเทศ

    กระนั้นก็ตามทางพนมเปญโพสต์ อ้างว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง เงินสำรองระหว่างประเทศยังคงอยู่ในระดับที่เพียงพอ เทียบเท่ากับการนำเข้าประมาณ 8 เดือน

    นอกจากนี้แล้ว ไอเอ็มเอฟ ยังให้คำแนะนำทางนโยบายต่างๆนานาแก่กัมพูชา โดยระบุว่าในกรณีแวดล้อมเช่นนี้ นโยบายการคลังควรช่วยบรรเทาผลกระทบในระยะสั้นไปพร้อมกับการรักษาวินัยทางการคลัง ขณะเดียวกันก็ควรให้การสนับสนุนครัวเรือนอ่อนแอทั้งหลายและบรรดาบริษัทที่ได้รับผลกระทบ แบบเจาะจงเป็นการชั่วคราว และหลีกเลี่ยงซ้ำเติมแรงกดดันเงินเฟ้อ ส่วนมาตรการช่วยเหลือด้านเชื้อเพลิงในวงกว้างที่มีลักษณะที่ไม่เป็นธรรมในเชิงกระจายรายได้ (regressive) ก็ควรทยอยยกเลิกเพื่อรักษาเสถียรภาพของรายได้ภาครัฐ เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

    ไอเอ็มเอฟเน้นย้ำว่าการปฏิรูปโครงสร้างเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการเสริมเข้มแข็งแก่รูปแบบการเติบโตและความสามารถในการปรับตัวของกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ประเทศแห่งนี้กำลังเตรียมความพร้อม เพื่อหลุดพ้นจากสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด

    ในบรรดาสิ่งที่กัมพูชาจำเป็นต้องวางกรอบให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ มีทั้งปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจ ยกระดับธรรมาภิบาลและหลักนิติรัฐ ยกระดับทักษะและการรองรับแรงงานเข้าสู่ตลาดแรงงาน สนับสนุนการกระจายความเสี่ยงด้านการส่งออก และดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิม

    นอกจากนี้แล้วความมั่นคงและประสิทธิภาพด้านพลังงานที่ดียิ่งขึ้น ความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการปฏิรูปเพื่อสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยเช่นกัน รายงานของไอเอ็มเอฟระบุ

    (ที่มา:พนมเปญโพสต์)

    https://www.facebook.com/share/1Mtc3ETsbK/
     

แชร์หน้านี้

Loading...