ร่วมเป็นเจ้าภาพบวชนาคหมู่ @26มิย.69 เเละอุปถัมภ์ตลอดพรรษา วัดบุญเกิด อ.เมือง จ.ลำปาง

ในห้อง 'งานบวช' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์รุ่นจิ๋ว, 6 มิถุนายน 2026.

  1. ศิษย์รุ่นจิ๋ว

    ศิษย์รุ่นจิ๋ว นิพพานัง ปัจจโยโหตุ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มกราคม 2017
    โพสต์:
    79,607
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +92,877
    FB_IMG_1780739695894.jpg

    ร่วมเป็นเจ้าภาพ น้อมกล่าวถวายผ้าไตรจีวร บาตร และอัฐบริขาร บวชพระใหม่ร่วมกันซึ่งจะจำพรรษา 1พรรษา (3เดือน)
    วันอาทิตย์ ที่ 26กรกฎาคม 2568
    ณ วัดบุญเกิด ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง 52000 โทร.0801323512
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3ครั้ง)
    อิมานิ มะยัง ภันเต
    ติจีวะรานิ ปัดตะรานิ สะปะริวารานิ
    ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ
    สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ
    อิมานิ ติจีวะรานิ ปัดตะรานิ สะปะริวารานิ
    ปะฏิคคันหาตุ อัมหากัง
    ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ

    ‍ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ‍ ข้าพเจ้า................................และครอบครัว ขอน้อมถวายผ้าไตรจีวร บาตรกับทั้งบริวารเหล่านี้ แด่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระภิกษุสงฆ์ จงรับผ้าไตรจีวร บาตรกับทั้งบริวารเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์ในการบรรพชาอุปสมบทบวชพระในครั้งนี้ และเป็นไปเพื่อความสุขความเจริญแก่ข้าพเจ้าและครอบครัวตลอดสิ้นกาลนานเทอญ...... ขอท่านผู้มีอำนาจ มีฤทธิ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เจ้ากรรมนายเวร เจ้าคุณ นายคุณ เจ้าเกณฑ์ชะตาของข้าพเจ้าทั้งหลาย โปรดอโหสิกรรมให้ข้าพเจ้าและครอบครัว อย่าได้โกรธเคือง อย่าได้จองเวรต่อข้าพเจ้าอีกต่อไปและโปรดถอดถอนคำสาปแช่งให้แก่ข้าพเจ้า หรือคำสาปใดอันเกิดจากการกระทำของข้าพเจ้า หรือถูกกระทำจากท่านทั้งหลายก็ดี จงดับหมดสิ้นไป ขอกุศลผลบุญที่ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพบวชพระในพรรษานี้ ได้เป็นสะพานบุญเปิดทาง เปิดดวงชะตาให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ประสพความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดสมปรารถนา แม้มีอุปสรรคติดๆขัดๆการเงิน การงาน ก็ดีขอให้แค้ลวคลาด ปราศจากศัตรูหมู่มารทั้งปวง อุดมด้วยทรัพย์ ปัญญา บารมี มีแต่สิ่งที่ดีๆเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าและครอบครัวตลอดสิ้นกาลนานเทอญ
    เจ้าภาพบวชพระรูปละ 5,999 บาท
    เจ้าภาพผ้าไตรรูปละ 3,999 บาท
    เจ้าภาพบาตรรูปละ 1,500 บาท
    หรือ สมทบร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธาท่านเจ้าภาพผู้ใจบุญเป็นเจ้าภาพผู้ยากไร้ขาดปัจจัยให้โอกาสได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เป็นพระพุทธบุตรเนื้อนาบุญสืบต่อพระพุทธศาสนา
    เจ้าภาพภัตตาหารมื้อละ 1,000บ.
    เจ้าภาพน้ำปานะลังละ 199 บ.
    เป็นเจ้าภาพได้ตลอดพรรษา 3 เดือน
    ร่วมทำบุญได้ที่ธ.กรุงไทย ชื่อ บัญชีวัดบุญเกิด 536-3-27323-3 ติดต่อพระอาจารย์ฐิตินาถ พระอาจารย์และพระอาจารย์วสุุกิจ นิททุกโข 0801323512,0652957469
    ท่านที่สนใจในการบวชอุปสมบทติดต่อรายละเอียดได้คุณสมบัติเบื้องต้นอายุุ20 ปี-59ปี(เกินกว่านี้ปรึกษาพิจารณาอีกสำหรับผู้ตั้งใจ)
    https://www.facebook.com/share/18tjir12W4/
     
  2. ศิษย์รุ่นจิ๋ว

    ศิษย์รุ่นจิ๋ว นิพพานัง ปัจจโยโหตุ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มกราคม 2017
    โพสต์:
    79,607
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +92,877
    ขอร่วมบุญครับ สาธุ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  3. jkwm

    jkwm Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    6,186
    ค่าพลัง:
    +6,799
    ขอร่วมบุญครับ สาธุ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  4. Super Bank

    Super Bank จงทำดีอย่าทำชั่ว

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    33,328
    ค่าพลัง:
    +18,019
    นายภานุมาศ
    และครอบครัวจตุรพิพัฒนพร
    ร่วมบุญกุศลครั้งนี้ด้วยครับ
    สาธุ...☺️♥️
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • IMG_0832.jpeg
      IMG_0832.jpeg
      ขนาดไฟล์:
      280.6 KB
      เปิดดู:
      28
  5. freedomis

    freedomis เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    2,731
    ค่าพลัง:
    +4,270
    ร่วมบุญด้วยครับ

    *************************

    พวกเราทั้งหลาย ถ้าหากว่าเริ่มทำอะไรด้วยความลังเลสงสัย ผลจะเกิดได้ยากมาก เพราะว่าความลังเลสงสัยก็คือวิจิกิจฉา เป็นหนึ่งในกิเลสหยาบที่กั้นใจของเราไม่ให้เข้าถึงความดี พอบอกว่าให้ภาวนาก็ทำไปเลย ไม่ต้องเสียเวลามาคิดว่าภาวนาอย่างไร ? ภาวนาแล้วได้อะไร ? ต้องทำมากทำน้อยแค่ไหน ? มีอย่างเดียวคือกำหนดใจของเราเองว่าจะทำเท่าไร แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาทำไปเท่านั้นเอง
    ในเรื่องของการปฏิบัติสมาธิภาวนา คำตอบทุกอย่างอยู่ตรงการลงมือทำ ถามไปก็ไม่มีประโยชน์ ยิ่งถามก็ยิ่งฟุ้งซ่าน แต่ถ้าหากว่าทำ จะมีประโยชน์มาก เพราะว่าทำแล้ว อันดับแรกก็คือ ถ้าทำดีทำถูก ก็เกิดผล ถ้าทำผิด ก็จะได้แก้ไขให้ถูก
    เมื่อเกิดผลขึ้น ความมั่นใจจะบังเกิดขึ้น แล้วถ้าไม่โง่เกินไปนักก็จะจำได้ว่า ตอนที่ผลของคาถาเกิดนั้น เราวางกำลังใจอย่างไร ครั้งต่อไปก็วางกำลังใจแค่นั้น คราวนี้ให้คาถามาเป็นร้อยเป็นพันบท ก็ย่อมได้ผลเหมือนกัน
    ดังนั้น...ในเรื่องของการใช้คาถาหรือวัตถุมงคลก็ตาม ตัวศรัทธา เชื่อมั่น ปราศจากความลังเลสงสัย เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด สมัยโบราณคนเขารบรากัน ถึงเวลาถือหอกถือดาบขาววับวิ่งเข้าใส่กัน ถ้าขาดความเชื่อมั่นว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองใช้อยู่จะคุ้มครองได้ รับรองว่าไม่รอดอย่างแน่นอน
    ตอนที่กระผม/อาตมภาพใช้พวกคาถาอยู่ยงคงกระพัน เคล็ดลับที่หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านให้ก็คือ ให้เห็นว่าอาวุธทั้งหมดเป็นของเล่น ในเมื่อเป็นของเด็กเล่น ย่อมทำอันตรายเราไม่ได้ ถ้ากำลังใจของเราต้องมั่นใจขนาดนั้น อาวุธต่าง ๆ ถึงจะทำอันตรายไม่ได้
    ตรงจุดนี้กระผม/อาตมภาพทดสอบมาด้วยตัวเองแล้ว ก็คือออกไปไล่พวกเรือหาปลา แล้วเขาคว้าปืนลูกซองออกมาจะยิง เมื่อเดินเข้าไปหาเหมือนอย่างกับว่าเขาถือสากกะเบืออยู่อันหนึ่ง ปรากฏว่าอีกฝ่ายยิงไม่ออก ต้องโยนปืนทิ้งแล้ววิ่งหนี ทำอย่างไรที่เราจะวางกำลังใจของเราให้มั่นคงขนาดนั้นได้ ?
    แต่ว่าเรื่องพวกนี้ ถ้าหากว่าทำได้แล้ว ภายหลังถ้าท่านต้องการมรรคต้องการผล กำลังใจจะพลิกกลับมายาก เพราะว่าการปฏิบัติเพื่อมรรคเพื่อผล เราต้องละวางอุปาทานและการยึดเกาะทั้งปวง แต่เรื่องของการใช้คาถา เราต้องสร้างอุปาทานให้เกิดขึ้น อย่างเช่นว่า อาวุธของฝ่ายตรงข้ามเหมือนกับของเด็กเล่น เป็นแค่ไม้หรือพลาสติกเท่านั้น แล้วกำลังใจของเราจะไปยึดในลักษณะนั้นจนเคยชิน ถ้าแยกแยะกำลังใจของตัวเองไม่เป็น อย่างดีก็ไปได้แค่รูปพรหม
    แต่ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าหากว่าเราทำไว้ อันดับแรกเลยก็คือ กำลังใจของเรามีเครื่องยึด ถ้าสมาธิทรงตัว จิตใจก็สงบจากรัก โลภ โกรธ หลงชั่วคราว แล้วหลังจากนั้น พอจิตสงบ ปัญญาก็จะเกิด เราจะมองเห็นเองว่าต้องทำอย่างไร ถึงจะสามารถหลุดพ้นเป็นชั้น ๆ ไปได้ ก็คือค่อย ๆ ลด ค่อย ๆ ละ แล้วท้ายสุดก็เลิก
    เราจะเห็นว่าบรรดาพระที่ท่านเข้าถึงมรรคถึงผลแล้ว เรื่องของอภิญญาสมาบัติ ท่านแทบจะไม่ได้ใช้อะไรเลย เพราะว่าในความรู้สึกของท่านก็คือของเด็กเล่น เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว อารมณ์ที่อยากจะเล่นก็หมด ส่วนใครที่ยังคันไม่เลิก ก็จงเล่นต่อไป เพราะว่าอย่างน้อย ถ้ากำลังใจของเรามั่นคงอยู่ในด้านดี เวลาตายก็ไปสุคติ เพียงแต่ว่าถ้าหวังสูงถึงขนาดหลุดพ้นเลย ต้องมีปัญญาเพียงพอ ไม่เช่นนั้นแล้วท่านทั้งหลายก็จะเอาตัวไม่รอด เพราะว่าใจไปยึดอุปาทานไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
    คำว่า "อุปาทาน" ก็คือการที่เรายึดมั่นกับของเก่า ของเดิม สิ่งที่ได้ยินมา สิ่งที่ได้ฟังมา สิ่งที่ได้ทำมา ในเมื่อเรายึดของเดิมโดยไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมปล่อยวาง โอกาสที่จะเข้าถึงความดีสูงสุดย่อมเป็นไปไม่ได้
    ตรงนี้ผมเห็นความ "โหด" ของหลวงพ่อวัดท่าซุงอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือท่านเชื่อว่าลูกศิษย์ของท่านฉลาดพอที่จะแยกแยะออกได้ สอนเสร็จแล้วท่านทิ้งเลย ประมาณว่า "มึงไปหาทางออกเอาเอง" ตรงจุดนี้ต้องบอกว่า ท่านเป็นครูบาอาจารย์ที่เชื่อมั่นในความสามารถของลูกศิษย์ เพียงแต่ลูกศิษย์เองจะมีความสามารถเท่าที่ครูบาอาจารย์ไว้ใจหรือเปล่า ?
    ส่วนพวกท่านทั้งหลายเอง กระผมเห็นว่า ถ้าหากไม่บอกก็คงจะโง่ไปอีกนาน...! จึงได้บอกให้รู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าจะเลือกเอาแบบไหน ถ้าจะไปทางวิสุทธิมรรค ก็วิ่งเข้าหาศีล สมาธิ ปัญญาตรง ๆ ไปเลย แต่ถ้าคิดว่าการทำแบบนั้น เหมือนอย่างกับเราตั้งใจที่จะเดินทางรอบโลก ถ้าไม่มีที่ให้แวะ ไม่มีที่ให้พักเสียบ้าง ก็รู้สึกว่าจืดชืดแห้งแล้งเกินไป เราก็ฝึกฝนเอาไว้ อย่างน้อย ๆ ถึงไม่ได้ใช้งานเอง เมื่อเวลาญาติโยมเดือดร้อน ก็ยังพอที่จะแบ่งเบาบรรเทาความเดือดร้อนของเขาได้
    [​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG]
    .........................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    ผู้ก่อตั้งสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 89424.jpg
      89424.jpg
      ขนาดไฟล์:
      105 KB
      เปิดดู:
      22
  6. jkwm

    jkwm Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    6,186
    ค่าพลัง:
    +6,799
    ขอร่วมบุญครับ สาธุ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์หน้านี้

Loading...