เสียงธรรม วิชาชีวิตที่ล้ำค่า / พระอาจารย์ชยสาโร

ในห้อง 'ธรรมเทศนาทั่วไป' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 30 กันยายน 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
    ธรรมละนิด : พรหมวิหาร ๔

    ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชยสาโร/ Dhamma by Ajahn Jayasaro
    Dec 5, 2022
    คุณธรรมข้อต่างๆ ในพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา มีความเชื่อมโยง ส่งเสริมกันได้อย่างไร? การที่พระพุทธองค์ตรัสคุณธรรมต่างๆ เป็นหมวดหมู่นี่ไม่ใช่โดยบังเอิญ แต่เป็นเพราะมีความสัมพันธ์เนื่องอาศัยกันที่ลึกซึ้ง ส่วนพรหมวิหาร ๔ ข้อนั้น เมตตาคือความหวังดี หวังดีขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขๆ เถิด ส่วนกรุณาก็จะเน้นที่ความหวัง หรือความต้องการให้สรรพสัตว์ทั้งหลายได้พ้นทุกข์ ส่วนมุทิตาก็คือการฝึกให้จิตได้พลอยมีความสุขเมื่อได้คำนึงถึง ได้ระลึกถึงคุณงามความดีหรือการประสบความสำเร็จในสิ่งดีงามของคนอื่น ๓ ข้อนี้เป็นฝ่ายจิตโดยตรง เป็นการฝึกให้จิตงาม แต่ข้อที่ ๔ เป็นฐานเป็นตัวกำกับ ๓ ข้อแรก อุเบกขา เป็นตัวแทนของปัญญา หมวดเกือบทุกหมวดก็จะมีคำว่าปัญญาหรือคุณธรรมที่ทำหน้าที่แทนปัญญา ในพรหมวิหาร ๔ อุเบกขาเป็นคุณธรรมแทนปัญญา

    อุเบกขาเกิดจากการพิจารณากฏแห่งกรรม ถ้าขาดอุเบกขาแล้วอาจจะเป็นทุกข์เพราะ เมตตา กรุณา มุทิตา ได้ อย่างเช่น อยากช่วยให้เขามีความสุข หรือช่วยให้เขาพ้นทุกข์ แต่ช่วยเขาไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะเขาพอใจกับสิ่งที่เขาทำ เราเห็นว่ามันไม่ดีแล้ว มันแย่แล้ว เขาก็พอใจเขาไม่สนใจเรา หรือว่าอาจจะเป็นเพราะเขาไม่ไว้ใจเรา ไม่ชอบเรา เพราะฉะนั้นก็มีเหตุปัจจัยมากที่ทำให้เราไม่สามารถช่วยให้คนอื่นเป็นสุขได้ หรือช่วยให้เขาพ้นทุกข์ได้ อุเบกขาจึงจะเป็นคุณธรรมสำคัญที่เราได้ยอมรับว่า เหตุปัจจัยไม่พร้อมที่จะช่วยพวกเขาได้ มันเป็นเรื่องของกรรม เขาก็มีกรรมเป็นของๆ ตน เขาต้องรับผิดชอบต่อกรรมของเขา ในระหว่างนี้ที่เราทำอะไรไม่ได้เราวางจิตเป็นกลางเสียก่อน ถ้าเกิดมีความเปลี่ยนแปลงเมื่อไร สามารถช่วยเขาได้เราก็ค่อยช่วย แต่ระหว่างที่เราทำอะไรไม่ได้เราก็วางจิตให้เป็นกลาง
    พระอาจารย์ชยสาโร
     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
    2565.11.30 ผู้คอยสะกิด โดย พระอาจารย์ชยสาโร

    ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชยสาโร/ Dhamma by Ajahn Jayasaro
    Dec 9, 2022
    พระธรรมเทศนา โดย พระอาจารย์ชยสาโร วาระอบรมนักเรียนและครูปัญญาประทีป วันไหว้ครู ณ โรงเรียนปัญญาประทีป ปากช่อง นครราชสีมา วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕
     
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
  5. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
    2565.12.10 เทคโนโลยีแก้ทุกข์ โดย พระอาจารย์ชยสาโร

    ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชยสาโร// Dhamma by Ajahn Jayasaro
    Dec 11, 2022
    00:00 เทคโนโลยีแก้ทุกข์

    00:24 พุทธธรรมเปรียบเสมือนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างไร
    09:30 อริยมรรคมีองค์แปดเป็นเทคโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาของมนุษย์ได้อย่างไร
    27:16 หลักการใช้เทคโนโลยีของพุทธอย่างเป็นขั้นตอน
    33:59 ปัญหาจากการมองพุทธศาสนาผ่านสายตาของตะวันตก
    46:08 ความต่างของศาสนาที่เป็นระบบความเชื่อและระบบการศึกษา
    50:24 ทำอย่างไรให้สังคมไทยหันกลับมาสนใจและได้รับประโยชน์จากพุทธศาสนามากขึ้น
    — ❖ — วาระอื่นที่เกี่ยวข้อง
    พระธรรมเทศนา เรื่อง 'ให้โอกาสพุทธธรรมบ้าง'
    ‘Giving Some Time and Attention to Buddhadhamma’ • https://youtu.be/eLptcHEI2Uc
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 ธันวาคม 2022
  6. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
    ธรรมละนิด : พระวัดป่ากับพระวัดบ้าน

    ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชยสาโร/ Dhamma by Ajahn Jayasaro
    Dec 12, 2022
    พระวัดป่ากับพระวัดบ้านต่างกันอย่างไร?

    ต่างกันที่วิถีชีวิต พระวัดป่านี่จะเน้นในการปฏิบัติ มีการทำวัตรสวดมนต์ นั่งสมาธิ ออกบิณฑบาต การเรียนการศึกษาจะน้อย ส่วนมากจะปล่อยเป็นเรื่องส่วนตัว การประกอบพิธีกรรมต่างๆ จะน้อย ส่วนในวัดบ้าน ท่านจะอยู่ใกล้ชิดกับญาติโยมก็มีความสนิทสนมมากขึ้น แล้วก็จะเน้นในเรื่องปริยัติธรรม เรื่องการเรียนการศึกษา และการประกอบพิธีกรรมต่างๆ เนื่องจากพระในวัดบ้านอยู่ใกล้ชิดกับญาติโยม ก็ธรรมดาเรื่องพระวินัยมักจะย่อหย่อนไปหน่อย ซึ่งจะเป็นความแตกต่างอีกข้อหนึ่งที่ค่อนข้างจะชัด ในเรื่องการปฏิบัติตามหลักพระวินัย แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ถือว่าเราอยู่สถาบันเดียวกัน เป็นพระสงฆ์ด้วยกัน แล้วพระวัดบ้านที่ตั้งใจปฏิบัติก็มี พระวัดป่าที่ขยันเรียนพระปริยัติก็มีเหมือนกัน แต่โดยภาพรวมแล้วก็จะเห็นจากสี สีผ้า...นี่ก็สีพระวัดป่า ถ้าเป็นสีที่ออกมาเหลือง สีส้มสดใสหน่อย ท่านก็จะเป็นพระวัดบ้าน
    พระอาจารย์ชยสาโร
     
  7. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
  8. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
  9. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
  10. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
  11. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
  12. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
  13. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
  14. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
    พรปีใหม่ ๒๕๖๖

    ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชยสาโร/ Dhamma by Ajahn Jayasaro
    Dec 31, 2022
    ปีใหม่ก็วิ่งเข้ามาหาเราอีกแล้ว อายุมากขึ้น มันก็เร็วมากขึ้นๆ ทำให้นึกถึงคำสอนพระพุทธองค์ว่า “วันคืนล่วงไปๆ เรากำลังทำอะไรอยู่”

    ปี ๖๖ ที่จะถึงนี้จะเป็นอย่างไร เราก็รู้ได้อย่างเดียวว่า จะไม่เหมือนที่เราคิด ทีนี้เราทุกคนก็มีความคิดอยู่ในใจ พุทธองค์ให้เรารู้เท่าทันความคิด อย่างในเรื่องของการภาวนา คนมักจะเข้าใจว่าต้องทำจิตให้นิ่ง แต่ความนิ่งไม่ใช่เป้าหมายของการภาวนา เราต้องการความนิ่งเป็นฐานเพื่อรู้สิ่งทั้งหลายที่ไม่นิ่ง สิ่งทั้งหลายที่ไม่เที่ยง สิ่งทั้งหลายที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
    ในปีใหม่นี้ ต้องพยายามให้อยู่ในปัจจุบันให้มาก อยู่ในปัจจุบันเราไม่ได้ทิ้งอดีต อนาคต เพราะอดีตคือความทรงจำ อนาคตคือความคิด แต่ให้รู้อย่างผู้รู้เท่าทัน นี่คือสิ่งที่เป็นหลักของการปฏิบัติ การรู้เท่าทัน รู้เท่าทันอดีตว่าสักแต่ว่าความจำ ไม่แน่ไม่นอน รู้เท่าทันความคิดว่าเป็นของไม่แน่ไม่นอน รู้เท่าทันทุกสิ่งทุกอย่าง ให้รู้เท่า ให้รู้ทัน รู้เท่าต้องรอบคอบ รู้ทันก็ต้องมีสติตั้งไว้อยู่อย่างดี สติเป็นเงื่อนไขของการใช้ปัญญา ถ้าขาดสติ ปัญญาวิ่งมาไม่ทันเหตุการณ์ รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควรก่อนที่จะทำ รู้หลังแต่ขณะที่ทำ ขณะที่พูดไม่รู้ก็ขาดสติ ปีใหม่นี้ก็ขอให้เรารู้เท่าทันทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ถ้าไม่รู้เท่าทันจิตก็ตกร่อง วิตกกังวลว่าถ้าเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ เรื่องวิตกกังวลไม่มีที่สิ้นสุดหรอก แต่ถ้าเรารู้เท่าทัน ตัวกังวลเนอะ กำลังกังวล จิตใจเหมือนท้องฟ้า ความวิตกกังวลเหมือนเมฆที่ลอยไปๆ ในฟ้า เป็นเรื่องความกังวลมาอีกแล้ว อย่าไปยุ่งกับมัน อย่าไปหลงใหลกับมัน ความกลัว ความตื่นเต้น ความรู้สึกทุกอย่าง เราก็รู้เท่าทันอยู่ ฝึกตนเอง ฝึกกาย ฝึกวาจา ฝึกใจ ให้สิ่งเศร้าหมองในจิตใจลดน้อยลงเท่าที่จะเป็นได้ ทำให้สิ่งดีงามเพิ่มมากขึ้นเท่าที่จะเป็นได้ จิตใจก็ได้กำไรทุกวัน ไม่ว่าในสุขภาพ ในคุณภาพ ในสมรรถภาพ พุทธศาสนาสอนให้เรารับผิดชอบชีวิตในส่วนที่รับผิดชอบได้ สิ่งแวดล้อมเรามีอำนาจที่จะบังคับบัญชาจะควบคุมให้เป็นตามใจเราน้อยมาก แต่สิ่งที่เรารับผิดชอบได้ คือจิตใจของเราเอง ฉะนั้นก็ขอให้เราทุกคน ตั้งสติเรื่องกาย ให้เริ่มต้น ให้กินให้พอดี พักผ่อนให้พอดี ออกกำลังกายให้พอดี ดูแลวาจาของเรา พูดแต่เรื่องจริงที่เป็นประโยชน์ ถูกกาลเทศะ ด้วยความหวังดี ด้วยความสุภาพอ่อนน้อม ฝึกจิตใจให้ชำระจิตใจด้วยการทำวัตรสวดมนต์ นั่งสมาธิ ทุกเช้าเย็น ชีวิตประจำวันดูกาย ดูใจ รู้เท่าทัน
    ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุข ความเจริญ ทั้งทางกายทางใจตลอดกาลนาน
    พระอาจารย์ชยสาโร
     
  15. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
  16. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
  17. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
  18. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
    ธรรมละนิด : เทคโนโลยีสร้างสุข

    ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชยสาโร/ Dhamma by Ajahn Jayasaro
    Jan 2, 2023
    ท่านอาจารย์เปรียบเทียบคำสอนพระพุทธเจ้ากับเทคโนโลยี หมายถึงอย่างไรขอความเมตตาขยายความ

    คำสอนของพระพุทธองค์นั้นสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มแรกคือคำสอนซึ่งเป็นการเปิดเผยแสดงความจริงของธรรมชาติ โดยเฉพาะธรรมชาติของมนุษย์เราเอง กลุ่มที่สองก็คือคำสอนที่ตอบปัญหาว่า ในเมื่อความจริงเป็นเช่นนี้เราควรจะรับมือกับมันอย่างไร ควรจัดการ ควรปฏิบัติต่อมันอย่างไร ยกตัวอย่างคำสอนกลุ่มแรก คือ ในปัจฉิมโอวาทที่พระพุทธองค์ตรัสก่อนปรินิพพาน พระองค์ตรัสไว้ว่า “สิ่งทั้งหลายมีความเสื่อมเป็นธรรมดา” อันนี้ก็คือการยกข้อสังเกตหรือว่าเปิดเผยความจริงของธรรมชาติ แล้วพระพุทธองค์ก็ตรัสต่อไว้ว่า “เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเธอทั้งหลายควรถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด” หมายถึงว่า ผู้มีปัญญาเมื่อตระหนักรู้ได้ว่า สิ่งทั้งหลายมีความเสื่อมเป็นธรรมดาก็ควรจะอยู่อย่างไม่ประมาท คำสอนกลุ่มแรกเราเปรียบเทียบกับวิทยาศาสตร์ได้ แต่ก็ไม่ใช่วิทยาศาสตร์บริสุทธิ์หรือว่า pure sciences ทีเดียว เนื่องจากว่าคำสอนที่พระพุทธองค์เปิดเผยแสดงนั้นก็เฉพาะความจริงที่พระองค์เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ในการพัฒนาตน ส่วนคำสอนกลุ่มที่สองนั้น อาตมาก็เปรียบเทียบกับเทคโนโลยี เพราะคำว่า ‘เทคโนโลยี’ นั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สิ่งประดิษฐ์ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ อะไรเป็นต้น แต่หมายถึง หลักการ วิธีการ เทคนิค กระบวนการต่างๆ ซึ่งรวมกันแล้วก็คือการเอาความรู้ในธรรมชาติ ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับมนุษย์โดยตรง เพราะฉะนั้นคำสอนของพระพุทธองค์จึงเปรียบเทียบกับวิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี ส่วนที่เป็นเทคโนโลยีนั้น อาตมายืนยันว่าหรือเชื่อมั่นว่า มีแต่พระพุทธศาสนาที่มีเทคโนโลยี ที่เป็นขั้นตอน ที่ละเอียดอ่อน ที่ปฏิบัติได้ ได้ผลจริง มีเฉพาะในพระพุทธศาสนา เป็นเอกลักษณ์ของพระศาสนาของเรา และในทุกวันนี้ ในยุคที่คนไทยส่วนใหญ่มองศาสนาผ่านแนวความคิด concept สายตาของตะวันตก ก็เป็นส่วนของพุทธศาสนาที่คนรุ่นใหม่มองข้าม เพราะไม่เหมือนในศาสนาอื่น ก็อยากให้ทุกคนได้สำนึกได้ศึกษา แล้วได้รับประโยชน์จากพุทธศาสนากลุ่มที่เป็นคำสอนที่เป็นเทคโนโลยีในการพัฒนาสุขภาพ คุณภาพ สมรรถภาพของจิต ในการพัฒนาชีวิตให้ถึงการดับทุกข์และการเข้าถึงความสุขที่แท้จริง
    พระอาจารย์ชยสาโร
     
  19. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
    ธรรมละนิด : หลักธรรมดำรงชีวิต

    ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชยสาโร/ Dhamma by Ajahn Jayasaro
    Jan 9, 2023
    เราควรมีธรรมะข้อใดเป็นหลักในการดำรงชีวิตบ้าง?

    คำสั่งสอนของพระพุทธองค์เราเรียกว่าเป็น ‘ระบบองค์รวม’ หมายถึงว่าเราต้องมีการฝึกต้องพัฒนาคุณธรรมหลายๆ ข้อพร้อมกัน ก็ไม่ใช่ว่าจะมีข้อใดข้อหนึ่งที่จะเอาเป็นหลัก ต้องให้ความสำคัญกับพฤติกรรมด้วย อารมณ์ด้วย ความคิดมุมมองด้วย ต้องปฏิบัติพร้อมกันในทุกๆ ด้านของชีวิต ถ้าจะสรุปสั้นๆ หรือสั้นที่สุดก็มี ‘ทาน ศีล ภาวนา’ เบื้องต้นให้เรารู้จัก ‘ให้’ รู้จักแบ่งปัน สร้างประโยชน์กับผู้อื่น สร้างประโยชน์กับส่วนรวม เป็นแหล่งความสุขที่ทุกคนควรจะได้ในชีวิต และก็เป็นส่วนในการสร้างครอบครัว ชุมชน สังคมที่อบอุ่นน่าอยู่ ส่วน ‘ศีล’ ก็เป็นการป้องกันอันตรายจากการประกอบบาปกรรมทางกาย ทางวาจา เป็นการเสริมสร้างความรู้สึกไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความรู้สึกปลอดภัยในชุมชน ทำให้คนอยู่ด้วยกันด้วยความสมานสามัคคีกันได้ ‘ภาวนา’ ข้อที่สามก็คือ การตั้งอกตั้งใจคอยขัดเกลาสิ่งเศร้าหมองในจิตใจและการพัฒนาสิ่งดีงาม ‘ทาน ศีล ภาวนา’ นี่ก็คือหลักการประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
    พระอาจารย์ชยสาโร

     
  20. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    56,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +33,074
    ชาวพุทธในรัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย ขอไตรสรณคมน์และสมาทานศีลห้า จาก พระอาจารย์ชยสาโร และคณะสงฆ์

    พระอาจารย์ชยสาโรและคณะสงฆ์ เดินบิณฑบาตในหมู่บ้านเมืองนาคปุระ ประเทศอินเดีย วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๖

    ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชยสาโร/ Dhamma by Ajahn Jayasaro
    Jan 13, 2023

    พระอาจารย์ชยสาโรและคณะสงฆ์ เดินบิณฑบาตในหมู่บ้านเมืองนาคปุระ รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๖
    नागपुर, महाराष्ट्र, इंडिया Nagpur, Maharashtra, India January 13th, 2023

     

แชร์หน้านี้

Loading...