><กระทู้ใหม่(4) วัตถุมงคลดีพิธีใหญ่สภาพสวย หลากหลายสายราคาเบา (สรุปรายการ น.1) ><

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์ปิยธโร, 5 มกราคม 2017.

  1. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472
    image-d97a_57f65e0e-jpg.jpg

    สรุปรายการจอง 29/01/2569



    คุณRin
    Stock

    - สุดยอดแร่โสฬสธาตุเสก 16วัน16คืน(C) เหรียญเราหยุด อาจารย์ชุม อ.ปาล,อ.ศรีเงิน,อ.ชุม สำนักเขาอ้อเสกแล้วเสกอีกเสกจนเต็ม มีดปืนไม่ได้กินเลือด 450
    - สุดยอดมวลสารเส้นพระเจ้า(New13) พระสมเด็จปรกโพธิ์ รัชกาลที่9 ลป.สี,ลพ.แดง,ลพ.กวย,ลป.ทิม,ลป.ดู่,ลป.ฝั้น,ลพ.เอีย มหาพิธีพุทธาภิเษก
    - 2713.ยอดอิทธิฤทธิ์สวยเดิม พระยอดขุนพลบุเรงนองออกศึก รุ่นแรก สุดยอดมวลสารศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่ออุตตมะ ปลุกเสกยาวนา

    รวม 0 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณthitiwatyu
    Stock

    - 4360.สวยเดิมเลี่ยมพร้อมใช้ เหรียญหล่อโบราณรุ่นแรก รุ่นเจริญพร ลป.เล็ก,ลป.เสงี่ยม,ลพ.สนั่น,ลป.เพิ่ม,ลพ.ทอง ร่วมประจุพลัง 567
    - 4379.สุดยอดพุทธศิลป์ มหาชนวน เมตตามหานิยม(ใหญ่ซองเดิม ๒) เหรียญหล่อพระพุทธชัยมงคล รุ่นอุดมมงคล ประจุพลัง 2 วาระ 299
    - 4444.มหาพิธีรวมพระอรหันต์ผิวหิ้ง เหรียญรุ่นบารมี 94 หลวงปู่ชอบ ลป.อ่อนสา,ลป.อ่ำ,ลป.จันทร์เรียน,ลป.เหรียญ,ลป.ประสิทธิ์,ลพ.สมบูรณ์ อธิษฐานจิต 345
    - 3876.ของดีเมืองเหนือเสกนานมาก พระปิดตามหาลาภผงกัมมัฏฐาน วัดเจดีย์หลวง ผ่านพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ 3 ไตรมาส หลวงปู่บัวเกตุ วัดป่าปางกึ๊ด อธิษฐานจิต 250
    - 3973.ผิวหิ้งๆขลังกลับดำ สุดยอดเหรียญเนื้อชนวนโลหะ เหรียญพระพุทธศรีศากยมุนี ลพ.แพ,ลป.โต๊ะ,ลพ.เนื่อง,ลพ.คง,ลพ.พริ้ง,ลพ.หอม ร่วมปลุกเสกมหาพิธี 299

    New

    รวม 0 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณPeterbn
    ค้นหา

    - 4258.เข้มขลังสุดยอดมหาพิธี เหรียญสมเด็จพระนเรศวรเมืองงาย ลป.โต๊ะ,พ่อท่านคล้าย,ลพ.อั้น,ลพ.ทิม,ลพ.พริ้ง,ลพ.เตียง ร่วมปลุกเสก 1111

    New
    - พระสมเด็จ รุ่นแรก หมออภิชาติ 450
    - พระพุทโธน้อย 3 องค์, ถุงเหนียวทรัพย์ 40,000


    รวม 40,450 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณจินดา
    - 4733.ของดีเมืองสี่แคว เหรียญสมเด็จพระพุทธนิมิตรมงคล วัดพุทธมงคลนิมิต ลป.ตื้อ,ลป.ขาว,ลป.ฝั้น,ลป.เทสก์ และพระกรรมฐานอีกมากมาย อธิษฐานจิต 345
    - 4739.คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด เมตตามหานิยม(๒) พระสมเด็จ วัดโพธาราม พระสังฆราช,ลพ.เตียง,ลป.โต๊ะ,ลป.ศรี,ลป.นาค,ลป.เฮง ร่วมประจุพลังมหาพิธี 299
    - 4743.ของดีผงเก่าหลวงพ่อเดิม ผสมหินศักดิ์สิทธิ์ พระสมเด็จหินศรีเทพ พิมพ์พระประธาน หลวงพ่อน้อย วัดหนองโพ ทายาทพุทธคมศิษย์ก้นกุฏิของหลวงพ่อเดิม 280
    - 4746.Rare item ผงสมเด็จ,ปฐวีธาตุเจ้าคุณนร,พระธาตุเสด็จ พระพุทธบาทสี่รอย หลวงพ่อโสธรพระเจ้าห้าพระองค์ คบ.ชัยวงศา,คบ.อินโท,ลพ.ดาบส,ลพ.อุตตมะ ประจุพลัง 567
    - 4755.สุดยอดมหาพิธีและมวลสารหลังยันต์นิยม(A) พระนางพญาเสน่ห์จันทร์ วัดช่องลม ลพ.คล้าย,ลพ.ทบ,ลพ.เขียน,ลป.เฮี้ยง,ลพ.อั้น,ลป.โต๊ะ ร่วมปลุกเสก 345
    - 4764.ยอดพระเครื่องสายกรรมฐาน(B) พระสมเด็จปี02 ท่านพ่อลี วัดอโศการาม อธิษฐานจิต3วัน3คืน โดย 9พระเถรจารย์แห่งพระป่าสายพระกัมมัฏฐาน 499
    - 4770.ของอาถรรพ์ แคล้วคลาด มหานิยม ชนะคดีความ สายเหนือโลกเสก(๓) พระสมเด็จปรกโพธิ์รอดคุก วังยายหุ่น ลป.ละมัย,ลพ.รวย,ลป.แย้ม,ลพ.อั้น ร่วมประจุพลัง 250
    - 4773.สุดยอดชนวนมวลสารมหาพิธี(๑) พระกริ่งใหญ่ คู่ชีวิตนวะโลกุตระธรรม
    ลป.หมุน,ลป.ทองดำ,ลป.กอง,ลป.ละมัย,คบ.อิน ร่วมเศกมหาพิธีของศตวรรษที่21 1234
    - 4780.สุดยอดมวลสารมหาพิธีโบราณแห่งสำนักวัดเขาอ้อ พระปิดตาจันทร์เพ็ญ รุ่นแรก พ่อท่านคล้อย วัดภูเขาทอง ปลุกเสก3วัน 3คืน โดยศิษย์เขาอ้อเท่านั้น 345
    - 4785.สร้างน้อยหายาก ผู้สำเร็จวิชากสิณไฟ ศิษย์ ลพ.เดิม,ลพ.กบ,ลพ.โอภาสี พระเศรษฐีนวโกฏิ หลวงปู่นอง ธัมมโชโต วัดวังศรีทอง 399
    - 4791.ของดีนอกวัดหลวงพ่อกวย พระผงพระอาจารย์ธรรมโชติ วัดท่าวนธรรมรังสี มหาพิธี ลพ.กวย,ลพ.ทอง,ลพ.เจ้ย,ลพ.จวน ร่วมปลุกเสก 299
    - 4794.สุดยอดมวลสารมหาพิธี ยุคต้นๆเกษาเยอะ พระผงสังกัจจายน์ ญสส. สมเด็จพระญาณสังวร,ลป.ดุลย์,ลป.สิม,อ.นอง,ลป.โต๊ะ ร่วมประจุพลัง
    - 4818.หายากวัดสร้างเอง บรรจุเกศา จีวร ผงยาจินดา ล็อกเก็ต รุ่นอายุยืน หลวงปู่เล็ก วัดทำนบ ทายาทพุทธาคม ลป.บุญ,ลป.โต๊ะ,ลพ.สด 567
    - 4824.สุดยอดเหรียญสายพระกรรมฐาน (หลวงปู่ขาว) พระ- สังฆราช,ลป.ชา,ลป.ศรี,ลป.สิม,ลป.โต๊ะ,ลพ.ฤาษีลิงดำ,ลป.ดุลย์ พิธี11วันใหญ่สุดๆ 350
    - 4829.มหาลาภกันภัยร่ำรวยรุ่งเรือง สร้างตามตำราโบราณ บรรจุของวิเศษ พระกริ่งเศรษฐีนวโกฏิ รุ่นบรมจักรวรรดิ์ วัดหน้าพระเมรุฯ 666
    - 4843.พุทธคุณครอบครบ ประจุด้วยคาถาบารมี 9 ชั้น(๑) ล็อกเก็ตรุ่นแรก หลวงปู่ครูบาหม่อนแก้ว ศิษย์ คบ.ศรีวิชัย,คบ.อินสม.คบ.หล้า,คบ.ดวงดี 222
    - 4849.ยอดมหาพิธีตักศิลาเขาอ้อ เสริมราศี คงกระพันชาตรี มหาลาภ เหรียญเม็ดแตงปู่ฤาษีเจริญพร รุ่นมงคลเทพทักษิณ เสกในถ้ำฉัตรทันต์บรรพตในตำนาน 199
    - 4851.ของดีเมืองรถม้า สุดยอดประสบการณ์ พระกริ่งชนะศึกชายแดน หลวงพ่อเกษม แห่งสุสานไตรลักณ์ เมตตาอธิษฐานจิตประจุพลัง 345
    - 4855.สวยเดิมผิวหิ้งเก่าเก็บเสกนาน พระกริ่งบัวรอบ วัดวังกระโจม อธิษฐานจิตโดย ท่านเจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทราวาส 444

    รวม 8,054 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณRoj_56
    - 4741.ของดีเมืองล้านนา หายากสร้างน้อย พระสมเด็จ วัดพระสิงห์ สุดยอดพิธี 100 ปีวัดระฆัง ลป.โต๊ะ,ลพ.เต๋,ลพ.มุ่ย,ลพ.คง,คบ.วัง,อ.นำ ร่วมประจุพลัง 678

    รวม 678 บาท

    ----------------------------------------------------


    คุณวิจิตร กณะโกมล
    - 4749.ของดีพระอริยสงฆ์ผู้เหยียบศิลาเป็นรอย ศิษย์หลวงปู่เดินหน อิเกสาโร พระผงเกศาเจ็ดมหานคร ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า 270
    - 4832.ของดีพระโพธิสัตว์เมืองล้านนา อุดผงพรายกุมาร สวยเดิมๆ รูปหล่อหนุมาน รุ่นแรก ครูบาอริยชาติ วัดแสงแก้วโพธิญาณ 250

    รวม 520 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณธนกฤต
    - 4801.The last มีมาตรฐานในสารบบสวยเดิมๆ (๒) เหรียญพระพุทธรูปปรางปฐมเทศนา หลวงปู่ลี กุสลธโร เมตตาอธิษฐานจิต 345
    - 4808.สุดยอดมงคลวัตถุดีปีลึกมหาพิธี เหรียญบาตรน้ำมนต์ พระพุทธญาณนเรศวร์ สมเด็จพระญาณสังวร,ลป.ดุลย์,ลป.สิม,อ.นอง,ลป.โต๊ะ ร่วมประจุพลัง 678
    - 4811.ของดีที่ถูกลืม(ดวงเมือง) รวมชนวนแผ่นจาร มหาพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ เหรียญหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ ลป.เส่ง,ลพ.เนื่อง,ลพ.เต๋,ลพ.เทียม,ลพ.นอ,ลพ.อุตตมะ ปลุกเสก 250


    รวม 1273 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณNantana
    - 4831.สุดยอดพิธีมหาจักรพรรดิ์ครั้งที่3 + พิธีมหาสมปรารถนา(๒) พระผงพระพุทธชินราชใบเสมา หลังยันต์ดวงมหาจักรพรรดิ์ 250

    รวม 250 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณสิริพงษ์
    - 4838.ซุปเปอร์จัมโบ้สร้างน้อยพร้อมแขวน ล็อกเก็ตรุ่นมงคล 96ปี หลวงปู่เล็ก วัดทำนบ ทายาทพุทธาคม ลป.บุญ,ลป.โต๊ะ,ลพ.สด 999

    รวม 999 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณKKT
    - 4846.ยอดมวลสารเนื้อผงยา ลงวิชานิ้วเพชร พิเศษมีเกศา พระสมเด็จแหวกม่าน หลวงปู่เล็ก วัดทำนบ ทายาทพุทธาคม ลป.บุญ,ลป.โต๊ะ,ลพ.สด 789
    - 4847.สุดยอดประสบการณ์มหาพิธี เหรียญหลวงพ่อเพชร รุ่นพระพิจิตร ลป.หมุน,ลป.คำพันธ์,ลป.หงษ์,ญาท่านสวน,ลพ.อุตตมะ และคณาจารย์ทั่วเมืองไทยร่วมประจุพลัง 399

    รวม 1188 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณหนุ่ย
    - 4854.สวยแชมป์กล่องเดิม พิเศษคัดแบบมีเกศาหลวงปู่แท้ๆ องค์เดียวจบ พระสมเด็จ รุ่นพิเศษ92 หลวงปู่ชอบ ฐานสโม อธิษฐานจิต 666
    - 4856.สุดยอดพิธีสายกรรมฐาน สวยผิวไฟเดิมหายากสร้างน้อย พิธีเททอง วัดท่าแขก ลป.ชอบ,ลป.เจี๊ยะ,ลป.จันทร์เรียน,ลป.อ่อนสา,ลป.แบน ร่วมอธิษฐานจิต 345


    รวม 1011 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณวิคิด
    - 4867.สวยเเชมป์ผิวเดิมๆ มหาลาภเรียกทรัพย์ กันภัยดีนักแล รูปหล่อพระอุปคุต วัดแตงเม หลวงปู่พิศดู เมตตาอธิษฐานจิต 1234

    รวม 1234 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณพุทโธภควา
    - 4860.มหาพิธีรวมพระอรหันต์ สวยเดิมๆ เหรียญรุ่นบารมี 94 หลวงปู่ชอบ ลป.อ่อนสา,ลป.อ่ำ,ลป.จันทร์เรียน,ลป.เหรียญ,ลป.ประสิทธิ์,ลพ.สมบูรณ์ อธิษฐานจิต 370


    รวม 370 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณวิคิด รSent
    - 4797.พิธีมหามงคล มวลสารเก่าหลวงพ่อกวย ผลงาน อ.เฒ่า สุพรรณ พระรูปเหมือนหลวงพ่อกวย รุ่นกตัญญู ลพ.พร้า,ลพ.เกาะ,ลพ.เล็ก,ลพ.ดิเรก,ลพ.สมบุญ ร่วมเสก 299
    - 4825.จตุคามแดนอิสาน ท้าวเวสสุวรรณเสก ยอดเขาปราสาทพนมรุ้ง จตุคามรามเทพ รุ่นเจริญรุ่งเรือง ลป.หงษ์,ลป.ผาด,ลป.พวน ร่วมประจุพลัง
    250

    รวม 549 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณNantana Sent
    - 4819.สุดยอดพิธีมหาจักรพรรดิ์ครั้งที่3 + พิธีมหาสมปรารถนา(๑) พระผงพระพุทธชินราชใบเสมา หลังยันต์ดวงมหาจักรพรรดิ์ 250

    รวม 250 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณหนุ่ย Sent
    - 4822.กันโรคคุ้มภัย เมตตาคลาดแคล้ว เหรียญหมอชีวกโกมารภัจจ์ วัดอาวุธวิกสิตาราม ลป.วาส,ลป.บุญหนา,ลป.บุญมา,ลพ.ชำนาญ,ลพ.รักษ์ ร่วมประจุพลัง 280

    รวม 280 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณKKT Sent
    - Full option พระผงรูปเหมือนหลวงปู่ศรีจันทร์ รุ่นพิเศษล้างอาถรรพณ์ ลป.หมุน,ลป.ทองดำ,ลป.จ้อย ร่วมเศกมหาพิธีของศตวรรษที่21 300
    - 4805.Full option พระผงรูปเหมือนหลวงปู่ศรีจันทร์ รุ่นพิเศษล้างอาถรรพณ์ ลป.หมุน,ลป.ทองดำ,ลป.จ้อย ร่วมเศกมหาพิธีของศตวรรษที่21 300
    - 4812.มหามวลสารศักดิ์สิทธิ์ กรอบเดิมๆ พระสมเด็จราชสกุล"กิติยากร" ปลุกเสกมวลสารยาวนาน พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ 249
    - 4813.เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง เจริญรุ่งเรืองดีนักแล เหรียญพัดยศ หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม 250
    - 4807.สุดยอดมหาพิธีและมวลสารหลังยันต์นิยม(C) พระนางพญาเสน่ห์จันทร์ วัดช่องลม ลพ.คล้าย,ลพ.ทบ,ลพ.เขียน,ลป.เฮี้ยง,ลพ.อั้น,ลป.โต๊ะ ร่วมปลุกเสก 360
    - 4814.สวยกริ๊บๆยอดชนวนดีมหาพิธี รูปหล่อจอบใหญ่ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน รุ่นสิริโลกนาถ ลป.หมุน,ลพ.ดาบส,ลพ.อุตมะ,ลป.หลิว,ลป.คำพันธ์ ร่วมอธิษฐานจิตมหาพิธีหลายวาระ 345
    - 4820.มหายันต์ครอบจักรวาล เมตตาเเคล้วคลาดมหาอุตม์ เเก้วสารพัดนึก เหรียญพระคันธารราษฎร์ หลวงพ่อมหาโพธิ์ วัดคลองมอญ 280
    - 4823.The last สภาพขลังเคลือบพร้อมใช้(ใหญ่) รูปภาพสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ปลุกเสกพิธี100ปีวัดระฆัง ลพ.มุม,ลป.โต๊ะ,ลพ.มุ่ย,ลพ.คง,อ.นำ,ลพ.เมือง ประจุพลัง 360

    รวม 2,444 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณmuangake Sent
    - 4821.สภาพขลังเลี่ยมพร้อมใช้ รูปภาพสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ปลุกเสกพิธี100ปีวัดระฆัง ลพ.มุม,ลป.โต๊ะ,ลพ.มุ่ย,ลพ.คง,อ.นำ,ลพ.เมือง ประจุพลัง 321

    รวม 321 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณนะ โม พุท ธา ยะ Sent
    - 4362.ของดีที่ถูกลืม อัญเชิญดวงจิตของหลวงปู่เทพโลกอุดรมาอธิษฐานจิต เหรียญหลวงปู่เทพโลกอุดร นิตยสารญาณวิเศษ พระสังฆราช,ลป.โง่น,ลป.ศรี,ลป.บุดดา,ลพ.อุตตมะ เสก 250
    - 4664.โชคลาภวาสนาเมตตาดีนักแลเสกบนแพกลางน้ำ เหรียญพระอุปคุต ลป.หงษ์,ลป.คำพันธ์,ลป.ธรรมรังษี ปลุกเสกมหาพิธี 345
    - 4763.ของดีกลางกรุงที่ถูกลืม(New1) เหรียญแก้วมรกต วัดภาณุรังษี มหาพิธีใหญ่ ท่านเจ้าคุณนร,ลป.โต๊ะ,ลพ.กวย,ลพ.แพ ร่วมเสก 299


    รวม 0 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณSuwat ♋ (-_-)zzz Sent
    - 4666.รุ่นมาตราฐาน ผิวหิงขลังๆ เหรียญหลวงพ่ออู่ทองในวิหาร วัดจั่นเจริญศรี ลพ.กวย วัดโฆสิตาราม ร่วมปลุกเสก 280

    รวม 280 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณสิริพงษ์ Sent
    - 4665.สุดยอดพิธีสายกรรมฐาน สวยผิวไฟเดิมหายากสร้างน้อย พิธีเททอง วัดท่าแขก ลป.ชอบ,ลป.เจี๊ยะ,ลป.จันทร์เรียน,ลป.อ่อนสา,ลป.แบน ร่วมอธิษฐานจิต 345
    - 4672.มหากาพย์พิธีเหนือโลก นิมิตร อ.ไพศาล แสงไชย(New1) พระรอดปลอดภัย เจตนาสร้างบริสุทธิ์ ครูบาอินโท และพระสงฆ์จากเทวโลก อธิษฐานจิตมหาพิธี 9ราตรี 345

    รวม 690 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณtana_kan Sent
    - 4817.หายาก 1 ใน 1,000 มหายันต์ครอบจักรวาล เมตตาเเคล้วคลาด กันโรคกันผีถอนคุณไสย เหรียญพระพุทธชินราช หลังยันต์ตรีนิสิงเห รุ่นแรก หลวงพ่อมหาโพธิ์ วัดคลองมอญ 345
    - 4827.สุดยอดของดีครบสูตร เกษาเเน่นๆ เลี่ยมเดิมๆ แมงสี่หูห้าตาไม้แกะ หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม 678


    รวม 1023 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณพุทโธภควา Sent
    - 4723.The last ยอดชนวน 1 ใน 227 มีสูจิบัตรการสร้างให้ (๒) พระกริ่งอุบาเก็งเขมโก หลวงพ่อเกษม เขมโก อธิษฐานจิต 4วาระเต็ม 2227
    - 4778.Rare Item สุดยอดหายากอุดผงพรายแท้ๆ แผ่นดินไหว 7ริกเตอร์ พระกริ่งปวเรศ-พระชัยวัฒน์ แผ่นดินไหว หลวงปู่แว่น วัดถ้ำพระสบาย อธิษฐานจิตเต็มไตรมาส 2222
    - 4756.สภาพสวยซองเดิมๆ เหรียญรูปเหมือน รุ่นแรก หลวงพ่อมหาวิบูลย์ พระอริยเจ้าสายหลวงปู่มั่น ผู้สำรวมเป็นนิจตลอดกาล
    280
    - 4793.The last กล่องเดิมๆ NEW3 รูปหล่อ60ปีแห่งมรณกาล หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สุดยอดชนวนมวลสาร พ่อแม่ครูอาจารย์อธิษฐานจิตให้เต็มเปี่ยม 888

    รวม 5617 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณหนุ่ย Sent
    - 4834.สวยเดิมๆพิมพ์หายากสร้างน้อยมาก เหรียญพระพุทธชินราชขวัญถุง ญสส. วัดใหญ่ ลป.หมุน,ลป.คำพันธ์,ลพ.อุ้น ร่วมเศก84รูปพิธีใหญ่ 456
    - 4835.ยอดประสบการณ์ปืนแตก แห่งเขาสารพัดดี พระปิดตารุ่นแรก รุ่นเดียว หลวงปู่สังวาลย์ วัดทุ่งสามัคคีธรรม 270


    รวม 726 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณpei Sent
    - 4850.ของดีในตำนาน สุดยอดชนวนมหาพิธี เหรียญหล่อพระไพรีพินาศอนันตฤทธิ์ สมเด็จพระญาณ,ลพ.เกษม,ลป.คำพันธ์,ลพ.อุตตมะ,ลป.ลี,ลป.ผ่าน,ลป.อุ่นหล้า อธิษฐานจิต 1111

    รวม 1111 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณวิคิด Sent
    - 4839.ของดีศิษย์หลวงปู่สรวง มวลสารสายรุ้งหลวงพ่อแพ พระผงบรมครูฤาษี รุ่นเมตตามหาลาภ ลป.หงษ์,ลป.ทิม,ลพ.อุตตมะ,ลป.จำลอง ร่วมอธิษฐานจิต 234
    - 4861.ของดีศิษย์ในดงไม่ควรพลาด ประสบผลสำเร็จสมปรารถนา เหรียญหลวงปู่เดโช รุ่นพิเศษ ลป.โต๊ะ,พ่อท่านจันทร์ เมตตาประจุพลัง 270

    รวม 504 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณtana_kan รอจัดส่งครับผม
    - 4093.ยอดประสบการณ์หายาก พระปิดตาซุ้มประตู รุ่นแรก หลวงพ่อฮวด วัดหัวถนนใต้ ทายาทพุทธาคมสายตรง หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ 456
    - 4098.ผู้สำเร็จวิชา”นะมหาเศรษฐี” ศิษย์สายตรง พอ.วัน มะนโส รูปหล่อเจริญลาภ พ่อท่านลาภ วัดเขากอบ พิธีใหญ่เจตนาบริสุทธิ์วัดจัดสร้างเอง 250

    - 4852.ยอดของดีเมืองมะขามหวาน มหาพิธี 3 วาระ พระทุ่งเศรษฐี วัดวิมุตตาราม ลพ.ทบ,ลพ.กวย,ลป.โต๊ะ,ลพ.กัน,ลพ.เตียง,ลพ.เกษม ร่วมประจุพลัง 456

    รวม 0 บาท
    ----------------------------------------------------







    ***สรุปรายการที่ หน้า1 ครับผม***
    Tel: 086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    Line id : engiman_nu
    ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418


    image-e4dc_5a11bab5-gif-gif-gif-gif-gif.gif
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 มกราคม 2026 at 11:45
  2. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472
    4862.สุดยอดชนวนมวลสาร 1 ใน 1,000 Optionติดจีวรเกศาหลวงตาม้า
    พระกริ่งเจ้าฟ้านเรศ หลวงตาม้า ทายาทพุทธคมหหลวงปู่ดู่ วัดสะแก

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ

    [​IMG]

    [​IMG]
    [​IMG]
    พระกริ่งเจ้าฟ้านเรศ หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า (พระอาจารย์วรงคต วิริยะธโร) วัดพุทธพรหมปัญโญ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อสัมฤทธิ์ ใต้ฐานอุดกริ่ง บรรจุมวลสาร ตอกโค้ดตัวนะ และจารมือหลวงตาม้า ( ท่านได้เมตตาจารใต้ฐานด้วยเหล็กจารอัญเดิมของหลวงปู่ดู่ ที่ท่านได้รับมาสมัยหลวงปู่ดู่ยังทรงธาตุขันธ์อยู่ ) ดำเนินการจัดสร้างเมื่อปีพ.ศ.2550


    จำนวนการสร้าง 1,000 องค์


    การจัดสร้างพระกริ่งเจ้าฟ้านเรศ
    - เพื่อน้อมถวายพระราชกุศลแด่ พระญาณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นเจ้า และพระบูรพกษัตราธิราชเจ้าแห่งแผ่นดินไทยทุกพระองค์ ตลอดจนถึงผู้ที่มีพระคุณต่อผืนแผ่นดินไทยทุกท่าน


    พุทธลักษณะ
    - เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบพระมหากษัตริย์หรือแบบพระมหาจักรพรรดิ พระอิริยาบทนั่งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา ในพระหัตถ์ซ้าย มีมณีรัตนะ คือมณีแก้ว หมายถึงความสว่างไสวและหมายถึงพระปัญญาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแจ้งแล้วในโลก พระหัตถ์ขวา วางหงายบนพระชานุหมายถึงการให้อภัยทาน อันเป็นทานที่ประเสริฐยิ่งนัก อีกประการหนึ่งในบรรดาทานทั้งหมดทั้งมวลเปรียบเสมือนพระมหากรุณาธิคุณที่ประทับอยู่ในพระทัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับบนดอกบัว อันหมายถึงพระบริสุทธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมสัมพุทธเจ้า ด้านหลังจารึกคำว่า เจ้าฟ้านเรศ อันหมายถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นเจ้าวีรกษัตริย์ไทยผู้เกรียงไกรผู้ทรงกอบกู้เอกราชแห่งชาติไทยให้ลูกหลานได้อยู่สุขสบายจนตราบเท่าทุกวันนี้

    มวลสารศักดิ์สิทธิ์
    - บรรจุอิฐพระสถูปพระนเศวร สถูปเมืองหาง ประเทศพม่า (เป็นสถานที่บรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช)
    - ผงสำคัญต่างๆ เช่น ผงมหาจักรพรรดิหลวงปู่ดู่ ผงแร่เยตัน ศรีตรูตายะ เป็นต้น

    รายการจัดสร้าง
    1. เนื้อทองคำ ตามสั่งจอง
    2. เนื้อเงิน 64 องค์
    3. เนื้อนวะโลหะแก่ทองคำ 108 องค์
    4. เนื้อนวะโลหะแก่เงิน ผิวไฟ 108 องค์
    5. เนื้อนวะโลหะแก่เงิน ขัดผิว 108 องค์
    6. เนื้อสัมฤทธิ์ 1,000 องค์
    7. เนื้อทองกายสิทธิ์ 10,000 องค์


    ชนวนโลหะที่นำมาใช้ในการหล่อพระกริ่งในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นสิริมงคลอย่างสูงสุด ทางผู้สร้างจึงได้พยายามรวบรวมแผ่นยันต์ และวัตถุมงคล อีกทั้งมีผู้ร่วมมอบชนวนสำคัญต่างๆดังนี้
    ๑. แผ่นยันต์ที่ผ่านการอธิษฐานจิตจากครูบาอาจารย์หลายๆท่าน
    ลำดับที่ รายนามพระคณาจารย์ วัด จังหวัด
    ๑ หลวงปู่หลอด วัดใหม่เสนานิคม กรุงเทพฯ
    ๒ หลวงพ่อมหาโพธิ์ วัดคลองมอญ ชัยนาท
    ๓ พระครูวิจิตร (จวบ) วัดพลับ กรุงเทพฯ
    ๔ หลวงปู่ปลื้ม วัดสวนหงษ์ สุพรรณบุรี
    ๕ ครูบาดวงดี วัดท่าจำปี เชียงใหม่
    ๖ หลวงปู่แป้น วัดไทรงาม สุพรรณบุรี
    ๗ ครูบาบุญปั๋น วัดร้องขุ้ม เชียงใหม่
    ๘ หลวงพ่อสังวาล วัดทุ่งสามัคคีธรรม สุพรรณบุรี
    ๙ ครูบาขัน สุสานไตรลักษณ์ แม่วาง เชียงใหม่
    ๑๐ พระครูภาวนาวรคุณ วัดเขาพระ สระบุรี
    ๑๑ ครูบาตั๋น สำนักสงฆ์ดอยม่อนปู่อิ่น เชียงใหม่
    ๑๒ หลวงปู่นาค วัดหนองโป่ง สระบุรี
    ๑๓ ครูบาคำตั๋น วัดสันทรายหลวง เชียงใหม่
    ๑๔ หลวงปู่เจียม วัดอินทราวาสุการาม สุรินทร์
    ๑๕ ครูบาเผือก วัดไชยสถาน เชียงใหม่
    ๑๖ หลวงปู่ถม วัดเชิงท่า ลพบุรี
    ๑๗ ครูบาอิ่นคำ วัดข้าวแท่นหลวง เชียงใหม่
    ๑๘ ครูบาหล้า วัดป่าลาน เชียงใหม่
    ๑๙ ครูบาผัด วัดศรีดอนมูล เชียงใหม่
    ๒๐ หลวงพ่อดาบส อาศรมไผ่มรกต เชียงราย
    ๒๑ ครูบาชัยวงศาพัฒนา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ลำพูน
    ๒๒ ครูบาคำปัน วัดพระธาตุผาหนาม ลำพูน
    ๒๓ ครูบาอินตา วัดห้วยไช ลำพูน
    ๒๔ หลวงปู่สี วัดพระฉาย (เขาชะโงก) นครนายก
    ๒๕ หลวงปู่ผาง วัดป่าบ้านนายม มุกดาหาร
    ๒๖ หลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน ศรีสะเกษ
    ๒๗ พระอาจารย์จ่อย วัดป่าหนองล่ม สระแก้ว
    ๒๘ หลวงพ่อธรรมยุต วัดหนองแท่นพระ ปราจีนบุรี
    ๒๙ หลวงปู่ทองมี วัดนิคมวนาราม ยโสธร
    ๓๐ หลวงปู่ทองสี วัดสุทธิมงคล ยโสธร
    ๓๑ หลวงปู่สอ วัดป่าหนองแสง ยโสธร
    ๓๒ หลวงปู่เหรียญ วัดอรัญบรรพต หนองคาย
    ๓๓ หลวงปู่ตี๋ วัดหลวงราชาวาส อุทัยธานี
    ๓๔ หลวงน้าสายหยุด วัดสะแก อยุธยา
    ๓๕ หลวงปู่กอง วัดสระมณฑล อยุธยา
    ๓๖ หลวงพ่อรวย วัดตระโก อยุธยา
    ๓๗ หลวงปู่ชม วัดนางใน อ่างทอง
    ๓๘ หลวงปู่ศรี วัดป่ากุง ร้อยเอ็ด
    ๓๙ หลวงปู่บุญมี วัดสระประสานสุข อุบลราชธานี
    ๔๐ หลวงปู่จันทา วัดป่าเขาน้อย พิจิตร

    ๒ . แผ่นยันต์ที่ครูบาอาจารย์ทั้งหลายท่านได้เมตตามอบให้เพื่อนำเป็นชนวน
    ลำดับที่ รายนามพระคณาจารย์ วัด จังหวัด
    ๑ หลวงพ่อพูน (๑ แผ่น) วัดบ้านแพน อยุธยา
    ๒ หลวงพ่อหวล (๓ แผ่น) วัดพุทไธศวรรย์ อยุธยา
    ๓ หลวงพ่อเอียด (๑ แผ่น) วัดไผ่ล้อม อยุธยา
    ๔ หลวงพ่อหมื่นอุดม (๑ แผ่น) วัดตูม อยุธยา
    ๕ หลวงพ่อเพิ่ม (๑ แผ่น) วัดป้อมแก้ว อยุธยา
    ๖ หลวงพ่อพุฒ (๓ แผ่น) วัดขนอนเหนือ อยุธยา
    ๗ หลวงพ่ออุดม (๑ แผ่น) วัดพิชัยสงคราม อยุธยา
    ๘ พระอาจารย์ธรรมนูญ (๓ แผ่น) วัดมณีชลขัณฑ์ ลพบุรี
    ๙ พระครูวินัยธรนิพนธ์ (๓ แผ่น) วัดกล้วย อยุธยา
    ๑๐ หลวงปู่บุญ (๓ แผ่น) วัดหัวเขา ลพบุรี
    ๑๑ เจ้าคุณไวทย์ (๓ แผ่น) วัดพนัญเชิง อยุธยา
    ๑๒ หลวงพ่อเพี้ยน (๓ แผ่น) วัดเกริ่นกฐิน ลพบุรี
    ๑๓ หลวงปู่ชื้น (๑ แผ่น) วัดญาณเสน อยุธยา
    ๑๔ หลวงปู่เทพ (๑ แผ่น) วัดป่าเทพเนรมิต ลพบุรี
    ๑๕ หลวงปู่ทิม (๑ แผ่น) วัดพระขาว อยุธยา
    ๑๖ หลวงปู่นนท์ (๑ แผ่น) วัดเหนือวน ราชบุรี
    ๑๗ หลวงปู่สวัสดิ์ (๑ แผ่น) วัดศาลาปูน อยุธยา
    ๑๘ หลวงพ่อน้อย (๑ แผ่น) วัดไผ่ท่าโพธิ์ใต้ พิจิตร
    ๑๙ หลวงพ่ออุตตมะ (๔ แผ่น) วัดวังก์วิเวการาม กาญจนบุรี
    ๒๐ หลวงตาพวง (๒ แผ่น) วัดศรีธรรมาราม ยโสธร
    ๒๑ ครูบาเที่ยงธรรม (๓ แผ่น) วัดเวฬุวัน ศรีสะเกษ
    ๒๒ หลวงปู่สรวง (๑ แผ่น) วัดศรีฐานใน ยโสธร
    ๒๓ หลวงพ่อสุทัศน์ (๑ แผ่น) วัดกระโจมทอง นนทบุรี
    ๒๔ หลวงพ่อดุล (๓ แผ่น) สำนัดสงฆ์คงคำโคกทม บุรีรัมย์
    ๒๕ หลวงปู่ชื่น (๒ แผ่น) วัดตาอี บุรีรัมย์
    ๒๖ หลวงพ่อสิริ (๓ แผ่น) วัดตาล นนทบุรี
    ๒๗ หลวงปู่สินธุ์ (๓ แผ่น) วัดสะพานสูง นนทบุรี
    ๒๘ หลวงปู่ธีร์ (3 แผ่น) วัดจันทราวาส บุรีรัมย์
    ๒๙ หลวงปู่จันทร์แรม (๑ แผ่น) วัดเกาะแก้วธุดงคสถาน บุรีรัมย์
    ๓๐ หลวงปู่ฤทธิ์ (๒ แผ่น) วัดชลประทานราชดำริ บุรีรัมย์
    ๓๑ หลวงปู่เหลือง (๑ แผ่น) วัดกระดึงทอง บุรีรัมย์
    ๓๒ หลวงปู่จุ่ม (๑ แผ่น) วัดป่ารักษ์น้ำ ธุดงคสถาน บุรีรัมย์
    ๓๓ หลวงพ่อสิริ (๑ แผ่น) ศูนย์ฟื้นฟู ผู้ติดยาเสพติด ชัยภูมิ
    ๓๔ อาจารย์ศุภรัตน์ แสงจันทร์ (๑ แผ่น) บ้านพุทธฉัตร อยุธยา
    ๓๕ หลวงปู่คำพันธ์ (๑ แผ่น) วัดธาตุมหาชัย นครพนม
    ๓๖ หลวงปู่พวง (๑๒ แผ่น) วัดป่าปูลู อุดรธานี
    ๓๗ หลวงปู่จันทร์โสม (๑ แผ่น) วัดป่านาสีดา อุดรธานี
    ๓๘ หลวงปู่หรุ่ม (๑ แผ่น) วัดบางจักร อ่างทอง
    ๓๙ หลวงปู่ชุป (๔ แผ่น) วัดหนองเต่าทอง สุพรรณบุรี
    ๔๐ ครูบาอินทร (๔ แผ่น) วัดสันป่ายางหลวง ลำพูน
    ๔๑ ครูบาอินตา (๔ แผ่น) วัดวังทอง ลำพูน
    ๔๒ ครูบาสุข (๑ แผ่น) วัดป่าซางน้อย ลำพูน
    ๔๓ ครูบากฤษดา (๖ แผ่น) วัดสันพระเจ้าแดง ลำพูน
    ๔๔ ครูบาอริยชาติ (๘๖ แผ่น) วัดวังมุย ลำพูน
    ๔๕ หลวงพ่อบุญรัตน์ (๑ แผ่น) วัดโขงขาว เชียงใหม่
    ๔๖ ครูบาน้อย (๓ แผ่น) วัดศรีดอนมูล เชียงใหม่
    ๔๗ ครูบาดวงดี (๔ แผ่น) วัดบ้านฟ่อน เชียงใหม่
    ๔๘ ครูบาอิน (๑ แผ่น) วัดทุ่งปุย เชียงใหม่
    ๔๙ ครูบาเทือง (๒ แผ่น) วัดบ้านเด่น เชียงใหม่
    ๕๐ หลวงตาม้า (๓ แผ่น) วัดพุทธพรหมปัญโญ เชียงใหม่
    ๕๑ ครูบาจันทร์ (๑ แผ่น) วัดสันเจดีย์ริมปิง เชียงใหม่
    ๕๒ หลวงพ่อแดง (๓ แผ่น) วัดแม่ฮ่องไคร้ เชียงใหม่
    ๕๓ หลวงปู่ลี (๒ แผ่น) วัดเอี่ยมวนาราม อุบลราชธานี
    ๕๔ หลวงปู่สังข์ (๓ แผ่น) วัดบ้านท่าช้างใหญ่ อุบลราชธานี
    ๕๕ หลวงปู่สวน (๓ แผ่น) วัดนาอุดม อุบลราชธานี
    ๕๖ พระโพธินันทมุนี (๒ แผ่น) วัดบูรพาราม สุรินทร์
    ๕๗ หลวงปู่ธรรมรังษี (๓ แผ่น) วัดพระพุทธบาทเขาพนมดิน สุรินทร์
    ๕๘ หลวงปู่หงส์ (๒ แผ่น) วัดเพชรบุรี สุรินทร์
    ๕๙ หลวงพ่อประวิทย์ (๑ แผ่น) วัดหนองจระเข้ ปราจีนบุรี
    ๖๐ หลวงปู่วาส (๓ แผ่น) วัดสะพานสูง นนทบุรี
    ๖๑ หลวงพ่อสง่า (๓ แผ่น) วัดเขมาภริตาราม นนทบุรี
    ๖๒ หลวงพ่อประสิทธิ์ (๒ แผ่น) วัดไทรน้อย นนทบุรี
    ๖๓ หลวงปู่แยง (๑ แผ่น) วัดภูทอก หนองคาย
    ๖๔ หลวงพ่อคำ (๑ แผ่น) วัดถ้ำบูชาภูวัว หนองคาย
    ๖๕ หลวงปู่เคน (๑ แผ่น) วัดป่าประชานิยม มหาสารคาม
    ๖๖ หลวงพ่อจำเนียร (๑ แผ่น) วัดถ้ำเสือ กระบี่
    ๖๗ หลวงปู่ผ่าน (๔ แผ่น) วัดประทีปปุญญาราม สกลนคร
    ๖๘ หลวงปู่บุญมา (๒ แผ่น) วัดป่าสีห์พนม สกลนคร
    ๖๙ หลวงปู่แปลง (๒ แผ่น) วัดป่าอุดมสมพร สกลนคร
    ๗๐ หลวงปู่บุญพิณ (๓ แผ่น) วัดป่าเทพนิมิตร สกลนคร
    ๗๑ หลวงพ่อเจียม (๓ แผ่น) วัดเทพวิสุทธาราม สกลนคร
    ๗๒ หลวงปู่สุภา (๓ แผ่น) สำนักสงฆ์เทพขจรจิต ภูเก็ต
    ๗๓ หลวงปู่ท่อน (๑ แผ่น) วัดป่าศรีอภัยวัน เลย
    ๗๔ หลวงปู่หลุย (๓ แผ่น) วัดราชโยธา กรุงเทพฯ
    ๗๕ พระครูสถิตย์ (๑ แผ่น) วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ
    ๗๖ หลวงพ่อน้ำมนต์เดือด (๑ แผ่น) ว่าป่าสมเด็จ มุกดาหาร
    ๗๗ หลวงพ่อคำ (๑ แผ่น) วัดท่ายาง นครศรีธรรมราช
    ๗๘ หลวงพ่อชำนาญ (๔ แผ่น) วัดบางกุฏีทอง ปทุมธานี
    ๗๙ หลวงปู่เมตตา (๓ แผ่น) วัดโพธิ์เลื่อน ปทุมธานี
    ๘๐ พระอาจารย์ประกอบ (๓ แผ่น) วัดป่ามหาชัย สมุทรสาคร
    ๘๑ หลวงปู่บ๊ก (๑ แผ่น) วัดเนินพยอม อุทัยธานี
    ๘๒ หลวงพ่อวิชัย (๓ แผ่น) วัดถ้ำผาจม เชียงราย
    ๘๓ พระครูสมุห์อวยพร (๒ แผ่น) วัดดอนยายหอม นครปฐม
    ๘๔ หลวงปู่ผูก (๑ แผ่น) วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม
    ๘๕ หลวงปู่จ่าง (๓ แผ่น) วัดเขื่อนเพชร เพชรบุรี
    ๘๖ หลวงปู่อุ้น (๓ แผ่น) วัดตาลกง เพชรบุรี
    ๘๗ หลวงปู่จันทร์หอม (๕ แผ่น) วัดสว่างวนาราม อุบลราชธานี
    ๘๘ หลวงปู่พร้า (๓ แผ่น) วัดโคกดอกไม้ ชัยนาท
    ๘๙ หลวงพ่อแดง (๓ แผ่น) วัดห้วยฉลองราษฎร์ อุตรดิตถ์
    ๙๐ หลวงพ่อทองคำ (๑ แผ่น) วัดท่าทอง อุตรดิตถ์
    ๙๑ หลวงพ่อวัดป่าพุทธคยา (๑ แผ่น) อินเดีย

    ๓. ห่วงเหรียญและเหรียญคณาจารย์
    ลำดับที่ รายนามพระคณาจารย์ วัด จังหวัด
    ๑ เหรียญหลวงปู่เหรียญ วัดอรัญบรรพต หนองคาย
    ๒ เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่นต่างๆ วัดช้างให้และวัดอื่นๆ ปัตตานี
    ๓ เหรียญสมเด็จองค์ปฐมต้น โครงการโพธิจิต
    ๔ เหรียญหลวงพ่อสงวน วัดทุ่งทองทิพย์ กาญจนบุรี
    ๕ เหรียญพระนิพานหลวงปู่บุญศรี วัดศรีสุทธาวาส นครสวรรค์
    ๖ เหรียญหลวงพ่ออินทร์ ปี ๒๕๐๔
    ๗ เหรียญพระครูสิริกันทรลักษณ์ ปี ๒๕๒๑ วัดศรีขุนหาญ ศรีสะเกษ
    ๘ เหรียญหลวงพ่อรุ่ง วัดป่าน้ำจืด
    ๙ เหรียญบาทขวัญถุง ครูบาชัยวงศาพัฒนา วัดพระบาทห้วยต้ม ลำพูน
    ๑๐ เหรียญหลวงปู่มี ปี ๒๕๒๕ วัดสิงห์
    ๑๑ เหรียญ 10 บาทขวัญถุงครูบาอริยชาติ วัดพระธาตุดงสีมา เชียงราย
    ๑๒ แหนบ-เหรียญหลวงพ่อฤาษีลิงดำ หลังยันต์เกราะเพชร วัดท่าซุง
    ๑๓ เหรียญหลวงพ่อบุญเย็น สำนักสงฆ์พระเจ้าพรหมมหาราช เชียงใหม่
    ๑๔ เหรียญหลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวกการาม กาญจนบุรี
    ๑๕ เหรียญหลวงพ่อสิน วัดบุณยประดิษฐ์
    ๑๖ เหรียญหลวงพ่อวิชัย วัดถ้ำผาจม เชียงราย
    ๑๗ เหรียญหลวงพ่อผล วัดดักคะนน ชัยนาท
    ๑๘ เหรียญหลวงปู่ธูป วัดวังอ่าง
    ๑๙ เหรียญหลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย นครพนม
    ๒๐ เหรียญหลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง อยุธยา
    ๒๑ เหรียญหลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง เชียงใหม่
    ๒๒ เหรียญหลวงปู่ทอง วัดบ้านกลึง นครราชสีมา
    ๒๓ เหรียญรุ่นสุดท้ายหลวงพ่อโอภาสีและรุ่นหลัง อาศรมบางมด กรุงเทพฯ
    ๒๔ เหรียญหลวงพ่อบุญช่วย วัดไผ่แก้ว ฉะเชิงเทรา
    ๒๕ เหรียญพระคณาจารย์ตั๊กฮี ปี ๒๕๓๔ วัดเซี่ยนฮุดยี่ ชลบุรี
    ๒๖ เหรียญหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ วัดแปลงกะดิน ชลบุรี
    ๒๗ เหรียญพรหม ๔ หน้า หลวงพ่อคอน วัดชัยพฤกษ์มาลา กรุงเทพฯ
    ๒๘ เหรียญหลวงปู่ปาน วัดหนองปลาไหล
    ๒๙ เหรียญอนุสรณ์ ๘๐ ปี หลวงพ่อเดิม วัดหนองบัว นครสวรรค์
    ๓๐ เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่พวง วัดป่าปูลู อุดรธานี
    ๓๑ รูปหล่อพระพุทธชินราชรุ่น ๒ หลวงตา
    มหาบัวอธิษฐานจิต วัดป่ากู่ทอง
    ๓๒ เหรียญ ร.๙ สภากาชาดไทย
    ๓๓ เหรียญพระสัมพุทธสิรี สมเด็จพระวันรัต วัดโสมนัส กรุงเทพฯ
    ๓๔ เหรียญหลวงปู่ฝั้น วัดป่าอุดมสมพร สกลนคร
    ๓๕ พระปิดตาเนื้อตะกั่วหลังเฮง หลวงพ่อดำ วัดสันติธรรม สนระแก้ว
    ๓๖ เหรียญหลวงพ่อสุด ปี ๒๕๑๗ วัดกาหลง สมุทรสาคร
    ๓๗ เหรียญสมเด็จพระญาณสังวร ปี ๒๕๓๕ วัดพิชัยญาติการราม กรุงเทพฯ
    ๓๘ เหรียญพระชัยหลังช้าง
    ๓๙ เหรียญพระวันรัต วัดสังเวชวิทยาราม
    ๔๐ เหรียญหลวงพ่อธรรมงาม
    ๔๑ เหรียญหลวพ่อโตชินะราช ปี ๒๕๑๗ วัดบัวปากท่า นครปฐม
    ๔๒ เหรียญหลวงพ่อม่วง วัดยางงาม ราชบุรี
    ๔๓ เหรียญหลวงพ่อผาง ปี ๒๕๑๒ วัดอุดมคงคาคีรีเขตต์ ขอนแก่น
    ๔๔ เหรียญหลวงพ่อดี วัดพระรูป สุพรรณบุรี
    ๔๕ เหรียญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ปี ๒๕๒๘
    ๔๖ เหรียญ ๙ มหาราช ๙ สังฆราช วัดบางมุกนาก พิจิตร
    ๔๗ เหรียญหลวงปู่วงษ์ วัดโกรกแก้ววงพระจันทร์ ฉะเชิงเทรา
    ๔๘ เหรียญหลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม นครปฐม
    ๔๙ เหรียญหลวงปูฤทธิ์ วัดชลประทานราชดำริ บุรีรัมย์

    ชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่ได้นำมาร่วมหล่อพระกริ่งนี้ มีมากมายเหลือคณานับได้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถระบุรายละเอียดได้จนครบ ยังมีอีกมากที่ไม่ได้กล่าวรายละเอียดปลีกย่อยลงไป กระแสพลังของพระกริ่งมีมากนักผู้ที่มีบุญวาสนาได้ครอบครองจงเก็บรักษาไว้ให้เป็นมรดกตกทอดต่อไป


    วาระพิธีมหามงคล
    - เททององค์พระกริ่งเจ้าฟ้านเรศ ในวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2550 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดหลวงตาม้า และเป็นวันวางศิลาฤกษ์วิหารของวัดพุทธพรหมปัญโญด้วย

    - หลวงตาม้าท่านได้เมตตาอธิษฐานเต็มที่ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวามคม พ.ศ.2550 ถึงวันที่ 10 ธันวามคม พ.ศ.2550

    - วันที่ 10 ธันวามคม พ.ศ.2550 พิธีบวงสรวงอธิษฐานจิตวาระสุท้าย ณ. พระสถูปเมืองงาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่



    พระกริ่งเจ้าฟ้านเรศนี้ หลวงตาม้าท่านได้เมตตาอธิษฐานเต็มที่ เรื่องพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ เหลือคณานับ นับเป็นอีกหนึ่งสุดยอดวัตถุมงคลแห่งยุค
    ท่านได้กล่าวในวันหล่อพระว่า พระกริ่งนี้ไม่ธรรมดา สามารถอธิษฐานขอได้ทั้งเรื่องทางโลกและทางธรรม ชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่ได้นำมาร่วมหล่อพระกริ่งนี้ มีมากมายเหลือคณานับได้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถระบุรายละเอียดได้จนครบ ยังมีอีกมากที่ไม่ได้กล่าวรายละเอียดปลีกย่อยลงไป กระแสพลังของพระกริ่งมีมากนักผู้ที่มีบุญวาสนาได้ครอบครองจงเก็บรักษาไว้ให้ดี



    ขอขอบพระคุณข้อมููลจาก
    - http://zoonphra.com/shop/catalog.php?storeno=c002&idp=4975



    สภาพผิวกลับสุดขลัง ของดีมีประสบการณ์อีกรุ่นของหลวงตาม้า ดั่งเจตนาการดำริสร้างของพระกริ่งรุ่นนี้ แบ่งให้บูชา 1,555 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  3. วิคิด

    วิคิด เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2012
    โพสต์:
    810
    ค่าพลัง:
    +1,165
    จองครับ
     
  4. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472

    [​IMG]
     
  5. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472
    4863.สุดยอดเหรียญสายพระกรรมฐาน (หลวงปู่ขาว)
    พระสังฆราช,ลป.ชา,ลป.ศรี,ลป.สิม,ลป.โต๊ะ,ลพ.ฤาษีลิงดำ,ลป.ดุลย์ พิธี11วันใหญ่สุดๆ

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    [​IMG]
    เหรียญหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดอุดรธานีพิมพ์หันข้าง เนื้อทองแดงรมน้ำตาล ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2519

    ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถคณะรังษี วัดบวรนิเวศวิหาร จัดสร้างและประกอบพิธีขึ้น เมื่อระหว่างวันที่ 5-12 กรกฎาคม พ.ศ.2519 รวมระยะเวลาการประกอบพิธีพุทธาภิเษก ถึง 7วัน 7คืน หลังจากนนั้นได้เข้าพุทธาภิเษก พิธีพุทธาภิเษก พระสมเด็จนางพญา สก รุ่นพระราชทาน วันที่ 9-12 เมษายน พ.ศ.2522 อีกวาระหนึ่ง

    วาระที่ 1 : พิธีพุทธาภิเษก ระหว่างวันที่ 5-12 กรกฎาคม พ.ศ.2519
    รายนามพระคณาจารย์ที่นั่งปรก ณ พระอุโบสถคณะรังษี
    ๑.วันจันทร์ ๕ กค. ๒๕๑๙ เวลา ๑๗.๐๐ น.
    - สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรฯ
    - พระสังวรวิมลเถระ(หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี
    - หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่
    - หลวงพ่อเมตตาหลวง วัดเทพพิทักษ์ฯ นครราชสีมา
    - พระเทพวราลังการ(หลวงปู่ศรีจันทร์) วัดศรีสุทธาวาส จ.เลย
    - พระสุทธิสารโสภณ วัดศรีโพแท่น จ.เลย
    - หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ วัดป่านิโครธาราม จ.อุดรธานี

    โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ เจริญพุทธมนต์ ๑๐รูป
    ๑.สมเด็จพระวันรัต วัดสังเวชวิศยาราม
    ๒.สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยา
    ๓.สมเด็จพระพุทธิวงศมุนี วัดเบญจมบพิธ
    ๔.พระพรหมคุณากรณ์ วัดสระเกศ
    ๕. พระธรรมวราลังการ วัดบุปผาราม
    ๖.พระธรรมวิสุทธาจารย์ วัดพิชัยญาติการาม
    ๗.พระธรรมธีรราชมหามุนี วัดปากน้ำ
    ๘.พระราชสารมุนี วัดเขมาภิรตาราม
    ๙.พระปริยัติเมธี วัดมกุฎกษัตริย์
    ๑๐.พระอุดมศีลคุณ วัดบุรณศิริมาตยาราม

    ๒.วันอังคาร ๖ กค. ๒๕๑๙
    - พระสังวรวิมลเถระ(หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี
    - หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ วัดป่านิโครธาราม จ.อุดรธานี
    - พระอาจารย์วัน อุตตโม วัดอภัยดำรงธรรม สกลนคร
    - หลวงพ่ออ่อนสี วัดพระงาม หนองคาย
    - หลวงพ่อมา วัดวิเวกอาศรม ร้อยเอ็ด
    - พระโพธิสังวรเถร(หลวงพ่อฑูรย์) วัดโพธินิมิต ธนบุรี
    - พ่อหลวงเปลื้อง ปญญานโต วัดบางแก้วผดุงธรรม จ.พัทลุง(ท่านผู้นี้ไม่ได้ เอนกายลงจำวัดเป็นเวลานานปี)

    ๓.วันพุธ ๗ กค. ๒๕๑๙
    - พระสังวรวิมลเถระ(หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี
    - พระอาจารย์วัน อุตตโม วัดอภัยดำรงธรรม สกลนคร
    - พ่อหลวงเปลื้อง ปญญานโต วัดบางแก้วผดุงธรรม จ.พัทลุง
    - หลวงพ่ออ่อนสี วัดพระงาม หนองคาย
    - หลวงพ่ออ่อน วัดประชานิยม กาฬสินธุ์
    - หลวงปู่สี มหาวีโร วัดประชาคมฯ ร้อยเอ็ด
    - หลวงพ่อชา วัดศรีแก่งคร้อ ชัยภูมิ
    - หลวงพ่อชม วัดป่าบ้านบัวค่อม อุดรธานี
    - หลวงพ่อบุญมา วัดอุดมคงคาคีรีเขต
    - หลวงพ่อมา วัดวิเวกฯ ร้อยเอ็ด


    ๔.วันพฤหัสบดี ๘ กค.๒๕๑๙
    - พระสังวรวิมลเถระ(หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี
    - พ่อหลวงเปลื้อง ปญญานโต วัดบางแก้วผดุงธรรม จ.พัทลุง
    - หลวงปู่สี มหาวีโร วัดประชาคมฯ ร้อยเอ็ด
    - หลวงพ่อบุญมา วัดอุดมคงคาคีรีเขต
    - พระอาจารย์สาม วัดป่าไตรวิเวก สุรินทร์
    - หลวงพ่อจ้อย วัดสุวรรณประดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี
    - หลวงพ่อบุญรักษ์ วัดคงคาวดี สิชล นครศรีธรรมราช
    - หลวงพ่อเหรียญ วัดป่าอรัญญบรรพต หนองคาย
    - พระอาจารย์บัวพา วัดป่าพระสถิต หนองคาย
    ๕.วันศุกร์ ๙ กค.๒๕๑๙
    - พระสังวรวิมลเถระ(หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี
    - พ่อหลวงเปลื้อง ปญญานโต วัดบางแก้วผดุงธรรม จ.พัทลุง
    - หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาละวัน นครราชสีมา
    - หลวงพ่อโชติ วัดภูเขาแก้ว อุบลฯ
    - หลวงพ่อพั่ว วัดบ้านนาเจริญ อุบลฯ
    - พระอาจารย์สมชาย วัดเขาสุกิม จันทบุรี
    - หลวงพ่อจันทร์(อายุ ๑๐๒ปี) วัดนามะตูม ชลบุรี
    ๖.วันเสาร์ ๑๐ กค. ๒๕๑๙
    - สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรฯ
    - พระสังวรวิมลเถระ(หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี
    - หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม
    - หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี
    - หลวงพ่อเก็บ วัดดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี
    - หลวงพ่อสนิท วัดศีลขันธาราม อ่างทอง
    - หลวงพ่อซ้วน วัดลาดใต้ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
    ๗.วันอาทิตย์ ๑๑ กค.๒๕๑๙
    ตอนกลางวัน(เวลา ๑๓–๑๖ น.)
    - หลวงปู่ธูป วัดสุทรธรรมทาน(วัดแค) กทม.นั่งปรกบริกรรมภาวนาเดี่ยว ๔ ชั่วโมงเต็ม
    ในตอนค่ำ
    - สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรฯ
    - พระสังวรวิมลเถระ(หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี
    - หลวงพ่อซ้วน วัดลาดใต้ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
    - พระอาจารย์ผ่อง วัดสามปลื้ม กทม.
    - หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาฯ ธนบุรี
    - หลวงพ่อสา วัดราชนัดดา กทม.
    - พระครูสงัด วัดพระเชตุพนฯ กทม.
    ในวันที่ ๑๒ กค.๒๕๑๙
    รายนามพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญชัยมงคลคาถา ๑๐ รูป ในการทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเจิมสมเด็จนางพญา ส.ก.และพระสมเด็จอุณาโลม ในเวลา ๑๖.๐๐ น. ณ พระอุโบสถ
    คณะรังษี วัดบวรฯ
    ๑.สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชผติการาม
    ๒. พระสาสนโสภณ วัดเทพศิรินทราวาส
    ๓. พระพุทธพจน์วราภรณ์ วัดราชบพิธ
    ๔. พระญาณวโรดม วัดบวรราชนิเวศ
    ๕.พระธรรมปาโมกข์ วัดราชประดิษฐ์
    ๖.พระธรรมเสนานี วัดพระเชตุพนฯ
    ๗. พระธรรมวราภรณ์ วัดนรนาทสุนทริการาม
    ๘.พระเทพวราภรณ์ วัดบุรณศิริมาตยาราม
    ๙.พระเทพปัญญากวี วัดราชาธิวาส
    ๑๐. พระเทพกวี วัดบวรฯ
    หมายเหตุ : พระอาจารย์ที่นั่งบริกรรมภาวนานี้ มีท่านที่นั่งบริกรรมภาวนาเกิน 1 วัน คือ
    - พระสังวรวิมลเถร ( หลวงปู่โต๊ะ ) 7 คืน
    - พระอาจารย์เปลื้อง ปุญญวนโต 5 คืน
    - พระครูทัศนปรีชาญาณ ( หลวงพ่อขม )5 คืน
    - พระอาจารย์สี มหาวีโร 2 คืน
    - พระอาจารย์อ่อน ญารสิริ 2 คืน
    - พระอาจารย์วัน อุตตโม 2 คืน
    - พระอาจารย์สาม อกิญจโน 2 คืน
    - หลวงพ่อช่วน 2 คืน
    - หลวงพ่อบุญมา 2 คืน
    - พระครูสารธรรมนิเทศ 2 คืน
    วาระที่ 2 : พิธีพุทธาภิเษก พระสมเด็จนางพญา สก รุ่นพระราชทาน วันที่ 9-12 เมษายน พ.ศ.2522
    รายนามพระคณาจารย์ที่นั่งปรก ณ พระอุโบสถคณะรังษี
    1. หลวงปู่ศรีจันทร์ วัดศรีสุทธาวาส
    2. หลวงปู่ดูลย์ วัดศรีบูรพาราม
    3. หลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง
    4. หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
    5. หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม
    6. หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม
    7. พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว
    8. หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
    9. หลวงพ่อสิริ วัดชนะสงคราม
    10. พระราชธรรมวิจารณ์(ธูป) วัดแคนางเลิ้ง
    11. พระอาจารย์จวน วัดภูทอก
    12. พระรักขิตวันมุนี (ถิร) วัดป่าเลไลยก์ฯ
    13. พระอาจารย์แบน วัดดอยธรรมเจดีย์
    14. พระอาจารย์บุญเลิศ วัดราชสิทธาราม
    15. พระอาจารย์สาม วัดไตรวิเวการาม
    16. พระอาจารย์สี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม
    17. หลวงพ่อเข็ม วัดสุทัศเทพวราราม
    18. หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาลวัน
    19. หลวงพ่อไพฑูรย์ วัดโพธิ์นิมิตร
    20. พระอาจารย์วัน อุตตโม วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม
    21. หลวงพ่อสุด วัดกาหลง
    22. หลวงพ่อผล วัดหนองคณฑี
    23. หลวงพ่อเพิ่ม วัดสรรเพชร
    24. พระอาจารย์เหรียญ วัดมหาสมณกิจภาวนา
    25. พระอาจารย์พัฒน์ วัดทับซ้าย
    26. พระอาจารย์ฟัก วัดสามผาน
    27. พระครูปลัดไพบูลย์ วัดรัตนาราม
    28. พระสังวรวิมลเถร (โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี
    29. หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี
    เป็นต้น
    ### เหรียญบาตรน้ำมนต์ขนาดบูชา ###

    - เหรียญขนาดบูชาแบบนี้เหมาะสำหรับตั้งไว้บูชาที่บ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเรือน
    - ใช้สำหรับอารธนาทำน้ำมนต์ สามารถทำน้ำมนต์เองที่บ้านได้ โดยนำเหรียญนี้ไปแช่ในบาตร แล้วใส่น้ำบริสุทธิ์ลงไป แล้วอารธนาคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คุณครูบาอาจารย์ ให้เมตตาช่วยมาประสิทธ์พุทธคุณในน้ำนี้ น้ำนั้นจะเป็นน้ำมนต์ประหนึ่งท่านได้มาอธิษฐานจิตด้วยตนเอง
    อ้างอิงจาก
    ๑.นิตยสารนะโม ฉบับที่๔๗๙ หน้าโฆษณา”ฉ”(หน้าสี)
    ๒.หนังสือ”พระเครื่องดี 2 ของดีราคาถูก” โดย ส.องครักษ์ สำนักงานนิตยสารโอม “พระนางพญา ส.ก. วัดบวรนิเวศวิหาร” หน้าที่๘๐–๘๔


    สภาพสวยเดิมเก่าเก็บไม่ได้ใช้ พิมพ์คมชัดลึกสวย มวลสารเทพพิธีสุดอลังการ พุทธคุณครอบครบ พระคณาจารย์ประจุพลังกันเต็มเปี่ยม ที่สุดของของดีราคาสบายๆ เสกเยอะเสกนานเสกหลายคณาจารย์มากๆ แบ่งให้บูชา 350 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  6. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472
    4864.พระหิ้งเก่าเก็บ เนื้อดำหายาก พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ วัดพระปรางค์
    ลพ.กวย,ลพ.ทอง,ลพ.แพ,ลพ.จวน ร่วมเสกพิธีเสาร์ห้า


    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    [​IMG]

    [​IMG]


    พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ วัดพระปรางค์ จังหวัดสิงห์บุรี เนื้อดินเผาผสมผงพุทธคุณ จัดสร้างเมื่อ ปีพ.ศ.2514 จัดสร้างเนื่องในงานฉลองสร้างพระอุโบสถ ของวัดพระปรางค์ พระเกจิที่มาร่วมพิธีปลุกเสก เป็นเกจิสายหลวงปู่ศรี วัดพระปรางค์ทั้งสิ้น จำนวนการสร้าง 3,399องค์

    มวลสารที่ใช้ในการจัดสร้าง
    - อัฐิธาตุหลวงปู่ศรี
    - ธูปคาถาพัน
    - แร่
    - เศษพระกรุเก่า
    - ผงมวลสารเก่าหลวงพ่อศรี
    - ว่าน108
    - เกสร108
    - ข้าวตอกพระร่วง
    - ผงต่างๆของพระเกจิอาจารย์อีกมากมาย เป็นต้น


    พิธีพุทธาภิเษกฤกษ์เสสาร์ห้า เมื่อวันที่ 27 มี.ค. พ.ศ.2515
    รายนามพระคณาจารย์ที่ร่วมเศก อาทิ

    1. หลวงพ่อทอง วัดพระปรางค์
    2. หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม
    3. หลวงพ่อฟุ้ง วัดสะเดา
    4. หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม
    5. หลวงพ่อเจ้ย วัดห้วยเจริญสุข
    6. หลวงพ่อบัว วัดเเสวงหา
    7. หลวงพ่อพิม วัดวิหารทอง
    8. หลวงพ่อเเพ วัดพิกุลทอง

    9. หลวงปู่เย็น วัดกลางชูศรี

    วัตถุมงคลที่ออกให้บูชาในครั้งนี้ มากมายหลายอย่าง ได้แก่
    1. พระสมเด็จเนื้อดินเผา พิมพ์ใหญ่หลังพระปรางค์
    2. พระพิมพ์คะแนนเนื้อดินเผา หลังมิ
    3. พระสมเด็จเนื้อผง พิมพ์ใหญ่หลังพระปรางค์
    4. พิมพ์คะแนน เนื้อผง หลังมิ
    5. พระขุนแผนหลังสามมิ
    6. พระลีลาหลังมิ
    7. พระขุนแผนชมตลาดหลังมิ
    8. พระเนื้อดิน พิมพ์ปาฏิหารย์
    พระชุดนี้ พระคณาจารย์แต่ละรูปที่มา ร่วมปลุกเสกล้วนแล้วแต่เก่ง ๆ เป็นที่นับถือ และเป็นที่รู้จักทั้งสิ้น โดยเฉพาะหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ดังนั้นหากหาพระเครื่องที่ออกที่ วัดโฆสิตารามไม่ได้ นี่ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง สำหรับศิษย์ที่ศรัทธา และนับถือหลวงพ่อกวย จะหามาบูชา และครอบครอง



    สภาพเดิมๆแบบผิวหิ้งเก่าเก็บ มีรอยปริรอยเนื้อผสมไม่ลงตัวกันบ้างตามธรรมชาติครับ พิมพ์คมชัดลึก เนื้อดีพิธีเยี่ยม ราคาประหยัด แบ่งให้บูชา 1,555 บาท(พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  7. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472
    4865.สวยผิวเดิมๆ พ่อแม่ครูอาจารย์ร่มโพธิ์แห่งพระกรรมฐาน
    เหรียญรุ่นครบ 6รอบ หลวงปู่คำบ่อ ศิษย์ ลป.แหวน,ลป.ขาว,ลป.ชอบ,ลป.เทสก์

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    [​IMG]

    [​IMG]
    เหรียญรุ่นครบ 6 รอบ หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ วัดใหม่บ้านตาล จังหวัดสกลนคร เนื้อทองแดง บล็อคกษาปณ์ ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2546

    สร้างแจกจ่ายในงานทำบุญฉลองอายุครบ 6 รอบ 72 ปี เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ปี2546


    หลวงปู่คำบ่อ
    แม้จะมิได้มีโอกาสอยู่ฝึกปฏิบัติภาวนากับพระอาจารย์ใหญ่หลวงปู่มั่น เนื่องด้วยอุปสมบท เมื่อปี พ.ศ.2495 หลังพระอาจารย์มั่นดับขันธ์ไปแล้วในปี พ.ศ.2492 แต่ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่อุปัฏฐากใกล้ชิดและอยู่ฝึกปฏิบัติภาวนากับศิษย์รุ่นใหญ่ของพระอาจารย์มั่นหลายรูปด้วย อาทิ หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่แหวน สุจิณโณ, หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม, หลวงปู่หลุย จันทสาโร, หลวงปู่ชอบ ฐานสโม, หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี, ท่านพ่อลี ธัมมธโร เป็นต้น



    ----------------------------------------



    ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ

    • ชาติกำเนิดและชีวิตปฐมวัย
    ข้าพเจ้ามีนามเดิมที่โยมคุณตาตั้งให้ ชื่อ คำบ่อ พวงสี เกิดเมื่อวันพุธที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๔ เวลาประมาณ ๐๓.๐๐ น. ตรงกับวันขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีมะแม ณ บ้านตาล ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร โยมบิดา-โยมมารดาชื่อ นายทองและนางภู่ พวงสี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๗ ข้าพเจ้าเป็นบุตรคนที่ ๑

    ในปฐมวัย ข้าพเจ้าได้เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่ศาลาวัดศรีษะเกษ บ้านตาล จ.สกลนคร จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เมื่อจบแล้ว โยมบิดา-โยมมารดาจะให้บวชเป็นสามเณร จึงตอบท่านไปว่า ยังไม่บวช จะอยู่ทำงานไปอีกสักระยะหนึ่งก่อนจึงจะบวช โยมบิดา-โยมมารดาท่านก็ไม่ว่าอะไรแม้แต่คำเดียว

    ท่านทั้งสองเป็นพุทธมามกะ เลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา เพราะเชื่อว่าความดีก็มีเหตุ ความชั่วก็มีเหตุ ความดีก็เกิดจากการกระทำดีนั้น ความชั่วก็เกิดจากการกระทำชั่วนั้น ฉะนั้น ท่านทั้งสองจึงพยายามสร้างความดี ทำความดี ตามกำลังกายกำลังทรัพย์ กำลังปัญญาของท่าน จนกระทั่งท่านทั้งสองจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ

    • ชีวิตเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์
    เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๕ ปีมะโรง อายุได้ ๒๑ ปี วันนั้นคุณตามาที่บ้านประมาณ ๑ ทุ่ม ท่านถามว่ากินข้าวเสร็จหรือยัง เลยบอกท่านว่ายัง ท่านเลยบอกให้รีบไปกินข้าว วันนี้จะพาไปมอบนาคที่วัดตาลนิมิต บ้านตาล ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร แบบนี้เขาเรียกว่าแบบจู่โจมไม่ให้รู้ตัว โยมบิดา-โยมมารดาไม่บอกให้ทราบ แต่ข้าพเจ้ากลับรู้สึกดีใจ จะได้หมดหนี้บุญคุณของท่านเสียที หนี้บุญคุณของบิดามารดา ยังฝังอยู่ในจิตใจไม่หลงลืมตลอดมา

    ถ้ายังไม่ได้บวชให้ท่านก่อนแล้ว ก็จะไม่แต่งงานเป็นอันขาด เพราะได้ยินญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ตาของเธอเขาดีใจมากเพราะได้หลานคนแรกเป็นผู้ชาย ท่านบอกว่าท่านได้กำไรแล้ว คำว่ากำไรคงหมายถึงความดีเท่านั้น คำพูดของท่านคำนี้จึงไม่ลืมเลือนไปจากจิตใจของข้าพเจ้าตลอดมาจนกระทั่งทุกวันนี้
    อยู่ไปประมาณเดือนมีนาคม ครูบาอาจารย์อาจมองเห็นว่าจะมองว่าใกล้ไฟ มันร้อนใกล้ค้อนมันเจ็บ ท่านเลยลัดคิวบวชเป็นสามเณรให้ ท่านก็ได้จับบวชเป็นสามเณรที่โบสถ์น้ำ เรียกว่า อุทกุกเขปสีมา เป็นสามเณรจนกระทั่งเดือนเมษายนอุโบสถที่สร้างก็เสร็จ ทำพิธีพัทธสีมาแล้วทำพิธีบวช โดยมี พระมหาเถื่อน อุชุกโร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระลี ฐิตธัมโม เป็นพระกรรมวาจารย์ และ พระโง่น โสรโย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๕ เวลา ๐๙.๔๕ น. ณ วัดเจริญราษฎร์ เสร็จแล้วก็เดินทางกลับมาที่วัดตาลนิมิต อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

    ที่วัดตาลนิมิต ได้ช่วยทำการงานที่ครูบาอาจารย์มีความประสงค์จะทำ คือเริ่มมีการก่อสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ขึ้น โดยมีการเลื่อยไม้เอง แต่ข้อวัตรปฏิบัติอะไรก็มิได้ขาดทุกวัน จนกระทั่งเดือนมีนาคม-เมษายนนี่แหละ มี พระอาจารย์อ่อนศรี ฐานวโร มากราบคารวะหลวงปู่ลี อโสโก ที่เป็นผู้หนึ่งที่ท่านเคารพนับถือ และเคยอยู่จำพรรษากับท่าน ท่านจึงมาชวนไปจังหวัดอุบลราชธานี ในระหว่างพรรษานี้ก็ได้ช่วยงานมีการก่อสร้างภายในวัด
    จนกระทั่งออกพรรษา ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ว่าจะไปเที่ยวเขาพระวิหารกับท่านอาจารย์อ่อนศรี ฐานวโร และเพื่อนๆ พระเณร ไปด้วยกัน ๔ รูป พอมาถึงตัวจังหวัดอุบลราชธานี ได้ไปกราบลาเจ้าคณะจังหวัดแล้วพักอยู่ที่วัดสำราญนิวาส อ.วารินชำราบ ได้มาพบกับพระอาจารย์มุ่ย ณ วัดแห่งนี้ ท่านเลยชวนไปจำพรรษาจังหวัดชลบุรี ที่วัดวิเวการาม ที่ท่านอาจารย์อรุณท่านอยู่ ท่านไม่มีหมู่เพื่อนเท่าใดนัก ฉะนั้น ทุกคนก็ตกลงไปจังหวัดชลบุรีเพื่อจะอยู่จำพรรษาที่วัดวิเวการามแห่งนี้

    • พระพุทธเจ้าปรากฏ
    ปี พ.ศ.๒๔๙๘ ได้เดินทางไปทางภาคใต้ของประเทศไทย ไปพักอยู่จังหวัดเพชรบุรี วัดอุทัยโพราม กับหลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม พักอยู่ที่นี่ระยะหนึ่งเพื่อจะมีโอกาสได้ฟังโอวาทคำเตือนเกี่ยวกับธรรมวินัย ในการประพฤติปฏิบัติเพื่อแสวงหาความพ้นทุกข์ เมื่อได้โอกาสแล้วจึงได้กราบลาท่าน เดินทางต่อไปจังหวัดกระบี่ พักแรมอยู่ในป่าในจังหวัดกระบี่ประมาณ ๑ เดือน ก็เดินทางต่อไปที่จังหวัดพังงา เพื่อจะได้พบครูบาอาจารย์ มีหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี แต่ไม่ได้พบ ท่านมาประชุมงานวันบูรพาจารย์ที่วัดสุทธาวาส
    อยู่จังหวัดพังงาประมาณ ๑ เดือน กับพระหลวงพ่อของ หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ ตกลงว่าจะอยู่กับท่านตามคำนิมนต์ของคณะศรัทธาญาติโยมที่นั่น แต่แล้วก็เป็นอนิจจังไปอีก คือเนื่องจาก ท่านพระอาจารย์มหาปิ่น ชลิโต ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ขอร้องให้ไปอยู่กับท่านที่ อ.แม่พริก ท่านก็มองไปมุมหนึ่งของท่านเพราะอยู่ที่นี่มีแต่ผู้หญิงมาอุปถัมภ์บำรุง เช้าก็มา เย็นก็มา ค่ำก็มา เขาดีจริงๆ ท่านก็กลัว ยังงั้นนะที่ว่าภัยนี่ ภัยของนักบวชก็มียังงั้น ก็เลยตกลงว่าไปอยู่กับท่านอาจารย์มหาปิ่น ชลิโต แล้วก็ท่านอาจารย์มหาเพิ่ม รวมเป็น ๓ รูป อยู่ที่นี่นานประมาณ ๒-๓ เดือนละมัง จึงได้ไปอยู่ ต.กะไหล อ.แม่พริก
    อยู่ที่ ต.กะไหล นี่เลยเป็นไข้มาลาเรียอย่างแรง จนได้กราบเรียนครูบาอาจารย์ว่า ถ้าผมตาย ให้เผาเลย ให้เผา ไม่ต้องบอกให้ทางบ้าน คือบิดามารดาของผมทราบเรื่อง เมื่อเขาทราบแล้วจะเป็นทุกข์ ไปกราบเรียนท่านว่ายังงั้น เวลาเจ็บป่วยเนี่ย ใจก็ยิ่งเร่งความพากเพียรทำให้มีกำลังใจ จนทำให้ปรากฏเห็นพระพุทธเจ้าพร้อมทั้งพระสาวกเดินมาตามหาดทรายทะเลนั้น เกิดความปีติยินดีเป็นอันมากได้เห็นพระพุทธเจ้า ไม่ได้หลับนอน ไม่โกรธเกลียดให้ใครทั้งนั้น ใจสบาย มีแต่อยากจะพูดธรรม ไม่มีเรื่องอะไรให้ใจกังวล การรักษาตามมีตามได้ ข้อวัตรปฏิบัติก็ไม่ขาดตกบกพร่องอะไร
    ที่มันปรากฏขึ้นมานี่ก็เพราะจิตใจเราเองนี้มันเป็นนิมิตเพราะเราว่าเราต้องตายแน่ ไม่มีที่พึ่งอะไรนอกเหนือจากพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เลยกลายเป็นภาพนิมิตปรากฏดังกล่าว แล้วก็ไม่ได้ทักทายปราศรัยไต่ถามอะไร เราเห็นว่าเป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็มีความเลื่อมใสศรัทธา ในนิมิตที่ปรากฏเห็นนั้นเป็นที่ซาบซึ้งถึงใจจริงๆ เกิดความเลื่อมใสศรัทธา ไม่ได้นึกถึงความเจ็บป่วย ในระยะนั้นที่ไม่ได้พักผ่อนหลับนอนหลายๆ วัน เขาจะว่ากันว่ามาลาเลียขึ้นสมองเพราะเราเป็นคนไม่พูดกลับพูดมากขึ้น ช่วงนั้นเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชท่านมาเยี่ยมเยียนพระตั้งแต่ จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ ได้มาแวะ ก็ได้ให้การต้อนรับท่าน ไม่มีอุปสรรคอะไรเกี่ยวกับการเจ็บไข้เหมือนกับคนไม่ได้เป็นอะไร
    จากนั้นแล้วจึงพาศรัทธาญาติโยมไปจังหวัดภูเก็ต รอหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ท่านมางานบูรพาจารย์ที่จังหวัดสกลนคร เพื่อจะเข้ารับฟังธรรมโอวาทของท่าน อยู่วัดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต จนหลวงปู่กลับจากสกลนครไปวัดไม้ขาว ได้ฟังธรรมเป็นคติเตือนใจจากท่านเป็นครั้งแรก ได้อยู่ที่วัดไม้ขาว จนกระทั่งญาติโยมจังหวัดชลบุรี ขออาราธนาให้กลับจังหวัดชลบุรีด้วยกัน ทั้งหมดที่ไปด้วยกันเลยตกลงกลับจังหวัดชลบุรีในต้นเดือนกรกฎาคม

    • อดเอาทนเอา
    กลับจังหวัดชลบุรีในต้นเดือนกรกฎาคม แล้วมาจำพรรษาอยู่วัดวิเวการาม ปีแรกๆ ที่วัดวิเวการาม ก็ไม่ได้ทำอะไร ครูบาอาจารย์ท่านพานั่งภาวนาไหว้พระสวดมนต์หกโมงเย็น แล้วก็ภาวนายันเที่ยงคืน ฝึกกันอยู่อย่างงั้น เจ็บปวด ขาจะขาดจากกัน บางรูปร้องออกมา อดเอา ทนเอา มันก็ไม่ไหว อย่างนี้มันฝืนธรรมชาติธรรมดา มันไม่สงบ ก็จะให้สงบ มันไม่เป็น ก็จะให้เป็น มันก็ได้ความคิดนะที่อาจารย์พาทำนี่
    บางทีมันไม่ได้อะไร ไม่เกิดปัญญาสงบอะไร มีแต่คิดเมื่อไรจะพาเลิกสักที มันไม่อยากนั่งนานๆ หรอก สัก ๒-๓ ชั่วโมง ยังพอไหว ยังดี อดเอาทนเอา พรรษาที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ก็ยังไม่รู้เรื่อง แต่ก็ทำกิจวัตรอยู่อย่างนั้น ไม่ลดละอะไร แต่ไม่เกิดปัญญาอะไร พอไปเห็นการนั่งนานๆ นี่ บางองค์บางท่านสังขารร่างกายไม่อำนวย ความทุกข์มันเกิดจากอุปาทานทางจิตใจว่ามันเจ็บปวด มันปล่อยวางไม่ได้ เข้าสู่ความสงบไม่ได้ จึงร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจ
    เราเกิดความคิดที่มันก็อาจเป็นบาปมั่งละ เพราะไปตำหนิครูอาจารย์ เอ๊..ทำไมท่านไม่ประมาณสังขาร ร่างกายก็เฒ่าแก่กันแล้ว สมาธิก็ทำกันไม่เป็น พุทโธไปงั้น ไม่รู้ว่าทำเพื่ออะไร ครูบาอาจารย์บอกให้นั่งมือขวาทับมือซ้าย ตั้งกายให้ตรง ดำรงสติให้มั่น อยู่ในอารมณ์คือพุทโธ กำหนดลมรู้ลมสั้นยาว ฯลฯ สมัยอยู่กับหลวงปู่ลี อโสโก เดินจงกรมไม่หยุดจนเที่ยงคืน แทบยกขาไม่ขึ้น แต่ไม่รู้เดินเพื่ออะไร รู้แต่เอาบุญ แม้แต่การบวชตอนแรกก็เพื่อตอบแทนบุญคุณปู่ย่าตายาย เพราะท่านประสงค์จะให้บวช ก็คิดว่าห่มเหลืองโกนหัวโล้นก็เป็นพระ ที่จริงแล้วไม่ใช่ เพราะเราไม่รู้ว่าการเป็นพระนี่อยู่ที่ไหน
    ในระหว่างอยู่ในช่วงนี้คือปี พ.ศ.๒๔๙๗ – ๒๔๙๙ นี้ มีปัญหาเกิดขึ้นกับชีวิตหมายถึงชีวิตพรหมจรรย์ คือมีคนอยากสึก ให้เตรียมกางเกง เสื้อ และอื่นๆ ต้องการอยากจะให้สึกไปจับจองที่ดินที่ยังเป็นป่ารกร้างว่างเปล่าไม่มีเจ้าของ แถวแหลมฉบัง พัทยา บางพระ เขาเขียว แถวนั้นเป็นป่าใครเข้าใกล้ไม่ได้ไข้มาลาเลียกินแทบตาย เราต่อสู้กับความอยากอย่างเดียว อยากมีอยากเป็น อดข้าวอดน้ำต่อสู้ หลังฉันข้าวเช้าแล้วจะไม่นอน ตั้งใจสู้โดยนั่งสมาธิอีก ๓ ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ จนถึง ๖ ชั่งโมงไม่ได้อะไรได้แต่ความอดทน ต่อสู้กับความคิดอย่างเดียว ต่อสู้กับความอยากจะไปเอาโน่นเอานี่ เป็นเครื่องกระตุ้นจิตใจว่าอยู่บ้านพ่อแม่ก็ไม่อดอยากอยู่แล้ว แล้วจะไปเอาทำไม อย่างที่สองไม่ไว้ใจตัวเองว่า ถ้าเราสึกไปเราต้องทำบาปแน่ๆ สาหัสสากรรจ์ ทบทวนดูโลกภายนอกมันมีแต่เรื่องชวนล่อไปลงนรก
    ความอยากสึกกับความไม่อยากสึกนี่มันต่อสู้กันอยู่ประมาณเป็นปี ความยินดีพอใจนั่นแหละมันต่อสู้กันอยู่อย่างนั้น ผลสุดท้ายก็แก้ไขแนวความคิดอันนี้ผ่านพ้นไปได้ คือหมดอยาก ความอยากได้นี่หมดไป
    เจ้าคุณวัดบวรมงคล ท่านนิมนต์ให้มาศึกษาในกรุงเทพฯ จะเข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ ก็ตัดสินใจไม่เรียน ถ้าเรียนก็จะต้องสึกแน่

    • การแสวงหาธรรม
    จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๐๑ จึงได้ออกเดินทางไปเที่ยววิเวก มีสหธรรมมิก สหายธรรม ก็ว่าได้ ไปด้วยกัน ๒ องค์ ไปจังหวัดระยอง ก็ไปพักอยู่วัดจุฬามณี กับอาจารย์มหาเชย อยู่เดือนสองเดือน ก็ออกไปแล้วไปพักอีกที่หนึ่งคือ อ.แกลง จ.ระยอง แต่ว่ามีหลวงตาองค์หนึ่งอยู่ที่นั่น ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิดไป เมื่อเห็นท่านไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย มีแต่ความอยากได้อยากมี พอคนให้ทานมานี่ มีแต่ตะกละตะกาม อยากจะเอา มีญาติโยมตำหนิติเตียนว่าเอาเงินทองไปเลี้ยงลูกหลาน เลยสลดใจเมื่อเห็นความประพฤติ
    การเป็นนักบวชมิใช่บวชมาเพื่อสะสมสิ่งเหล่านี้ พระพุทธเจ้าสอนให้ละ แต่เรามาสะสม ก็เห็นว่ามันไม่ถูก เห็นว่ามันไม่ดี ไม่ได้ตำหนิติเตียนท่าน แต่มีความสลดสังเวชในจิตใจ อันนี้มันเป็นเรื่องของใครของมัน เหตุนี้จึงอยู่ในสถานที่นี้ไม่ได้ จึงขึ้นรถไปจังหวัดจันทบุรี ไปอยู่วัดป่าคลองกุ้ง สมัยนั้นมีพระครูสันต์ เป็นเจ้าอาวาส ได้ถือว่าเป็นครูบาอาจารย์ ในฐานะที่ท่านมีพรรษาอายุมากกว่า ว่าจะไปดูข้อวัตรปฏิบัติกับท่านเหมือนกัน ได้พักอยู่ที่นั่นประมาณหนึ่งเดือน จึงเดินทางไปจังหวัดตราด ไปอยู่เกาะกูด ญาติโยมสร้างเป็นที่พักสงฆ์อยู่ก็สงบดี เรื่องบิณฑบาต เสนาสนะพร้อม พออาศัยอยู่ได้เป็นสัปปายะได้
    ที่นี้อาจารย์มหาเชย ท่านเป็นผู้มีพรรษาอายุมาก ท่านเป็นนักพูด เป็นนักคิด ท่านไม่พอใจที่จะอยู่ที่นั้น จึงพาไปอยู่เกาะช้าง ปี พ.ศ.๒๕๐๑ เนื่องจากเกรงว่าจะไปกีดขวางในการคิดการพูดของเขา จะทำให้เขาไม่เกิดความเจริญในศรัทธาเลื่อมใสของโยม ที่นั่นมีโยมทำกระต๊อบอยู่ อาหาร เสนาสนะ ก็สัปปายะ บุคคลก็สัปปายะดีไม่มีอะไร เป็นที่สบายใจดี แต่ความไม่รู้ธรรมเห็นธรรมของเรานี่ก็ยังไม่สิ้นสุดล่ะ พออยู่ไปอยู่ไปมันก็อยากไปต่อ อยู่เกาะช้างได้ประมาณ ๒ เดือน ท่านจึงชวนกลับ
    ที่นี้จะมาวัดป่าคลองกุ้ง แต่ท่านอาจารย์มหาเชยไม่อยากมา จึงแยกทางกัน ท่านไป จ.ระยอง รู้สึกว่าจะสร้างวัดที่นี่อยู่จนมรณภาพไป เรามาพักที่วัดป่าคลองกุ้ง เนื่องจากเห็นท่านเป็นครูบาอาจารย์ พอสมควรแล้วจึงไปหาท่านพ่อลี ที่วัดอโศการาม สมัยนั้นกำลังฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ มีการจัดงานมโหฬาร แต่ขณะเราลงไปงานเลิกไปแล้ว มีหลวงพ่อเฟื่อง อาจารย์สนั่น อาจารย์บุญทัน ท่านธรรมรัตน์ก็อยู่ที่นั่นในเวลานั้นในระยะหนึ่ง จะเป็นหนึ่งถึงสองเดือนนี่แหละ ก็เลยชวนกันกับอาจารย์บุญทัน และมีพระอีกองค์หนึ่งชื่อธงชัย ท่านอยากให้ไปอยู่ที่วัดป่าช้าจีน แต่ได้ไปพักที่วัดเขาหน้าผาที่พระธงชัยพักอยู่ในระยะหนึ่ง ประมาณ ๑๕ วัน ดูๆ แล้วคิดว่าถ้าอยู่ไปจะทำให้จิตใจไม่เจริญก้าวหน้า เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมมันไม่ค่อยดี จึงมาอยู่ที่นครสวรรค์ พระธงชัยที่นิมนต์ไปวัดป่าช้าจีน ก็มาสึกในภายหลัง

    มาถึงนครสวรรค์ไม่พอใจที่จะอยู่สถานที่นี้ จึงชวนกันกับอาจารย์บุญทัน โดยนัดกันที่จังหวัดลำปาง ท่านจะไปรถไฟ เราจะไปรถยนต์เจอกันที่นั่น แต่ท่านไม่ได้ไป ท่านไปอยู่ปราจีนบุรี เราก็เดินทางไปบวชนาคที่จังหวัดตาก บวชนาคแล้วพักอยู่ ๑ สัปดาห์ จึงเดินทางต่อไปที่อำเภอเถิน ที่วัดป่านันทนาราม หลวงปู่เหรียญ, หลวงปู่หลอด, หลวงปู่อ่อน ท่านเคยอยู่ที่นี่มาก่อน เจออาจารย์สนั่น ที่นั่นอีกเลยชวนกันอยู่ เพราะท่านพ่อลี บอกให้อยู่นี่เพื่อสงเคราะห์ญาติโยม มีเจ้าน้อยเมืองดี, พ่อมอย, กำนันมุ้ย เป็นโยมอุปถัมภ์ที่วัดนี้ ก็ไปอยู่จำพรรษาร่วมกันกับอาจารย์สนั่น, ท่านจันยา, ท่านสงัด, หลวงพ่อหาญ, พระต่าง และสามเณรคำ จำพรรษารวมกัน ๗ รูป ที่อำเภอเถิน ปี พ.ศ.๒๕๐๑ ที่นั่น

    • เหลือแต่กระดูก
    พอออกพรรษาแล้ว ก็มาพักวิเวกแถวดอนต้อก ที่นี้แหละที่ได้ทำความเพียร โดยมีพระที่ไปด้วยกัน ท่านทำกายนุปัสสนาสสติปัฐาน เห็นร่างกายเป็นตัวเปื่อยเน่าชำรุดทุดโทรม กำหนดไปตามคำสัญญาที่ครูอาจารย์แนะนำว่าให้พิจารณาอสุภะ เลยปราฏกเห็นเหลือแต่โครงกระดูก ท่านมองเห็นอย่างนั้นตลอดเวลา ท่านกลัวตายมาก ท่านเลยมาหา ท่านว่ามีแต่โครงกระดูกไม่มีเนื้อหนัง ท่านได้สำคัญไปตามความคิดเห็นว่ามันเป็นจริงๆ เลยกลัวตาย
    จึงคิดหาอุบายแก้ช่วยเหลือ จึงเรียกพระมาด้วยกัน ๓ องค์ เพื่อเป็นสักขีพยานในการที่ท่านรู้ ท่านเห็น ท่านมี ท่านเป็น ว่าขณะนี้ท่านมีโครงกระดูกไม่มีเนื้อหนังและกลัวตาย พอมาดูแล้วก็หยิกตรงไหนมันก็จะเจ็บที่สุดเลย ให้พระหยิกที่โคนขาแรงๆ ไม่ต้องกลัวมันขาด ให้หยิกแรงๆ ร้องอ๊ากเลย นี้ ! คนตายแล้วเหรอ พอหยิกข้าจริงๆ แล้วความรู้สึกมันก็เกิดขึ้นมา ถึงจะลืมตาขึ้นมามันก็เห็นอยู่แค่กระดูกนะ ลืมตานะไม่ใช่หลับตา สำหรับท่านที่รู้แล้ว ท่านที่เห็นนะ พอรู้สึกเจ็บแล้วก็นั้นแหละ ก็รู้สึกว่ามีเนื้อหนังแล้วเหมือนเดิม เมื่อปรากฏความเป็นจริงอย่างนี้เล้ว ท่านจึงยอมนับถือเราเป็นครูเป็นอาจารย์ เคารพนับถือจนท่านตายจากเราไป
    อันนี้ส่อให้เห็นถึงสัจธรรม อันสัญญาที่ปรุงแต่งมันเกิดขึ้นมา เวลาจิตใจมันเงียบระงับแล้วน้อมจิต เวลาจิตมันเบาแล้วน้อมไปทางไหนก็ได้ เหมือนของเบายกไปใหนก็ไม่หนัก มันเลยเป็นไปตามสัญญาที่ปรุงขึ้นแต่งขึ้น จิตมันอ่อนแล้วน้อมยังไงก็เป็นไปตามอาการของจิตนั้นๆ แต่มันเป็นเฉพาะตนเอง ไม่เกี่ยวกับคนอื่นเขาก็ไม่รู้ไม่เห็นด้วย เป็นเฉพาะคนที่มีจิตอ่อนล้าน้อมกันไปกับอาการนี้ๆ แต่รู้สึกเหมือนกันที่เห็นขนาดนี้ คำว่าสมุทัย เป็นเหตุให้สุขภาพเกิดความทุกข์ มันก็เกิดจากการปรุงแต่งนั้นเอง แต่งดีก็ได้เสียก็ได้ อันนี้ให้พิจารณาดู จิตสงบแล้วน้อมไป ดีน้อมไปทางเสียก็ได้เสีย ข้อสำคัญที่สุดคือสติปัญญา ถ้าขาดสติปัญญาในความรู้เห็น ความมี ความเป็นแล้ว อาจคล้อยตามมันไปตามมันในทางที่ผิดก็ได้
    บางครั้งมันก็โน้มไปในทางที่ดีบ้างและไม่ดีบ้าง เรื่องของจิตก็เป็นหลักสำคัญที่ประพฤติปฏิบัติ จึงควรศึกษากายกับจิตของเราให้มาก ศึกษาสิ่งที่มันผิดมันถูกนี้แหละ มันดีมันเลวนี้แหละ เราจะมีปัญญาได้ในสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้ามันไม่เกิดอย่างนี้มันก็ไม่มีปัญญา เราก็ไม่รู้ว่ามันผิด มันถูก สิ่งที่มันผิดมันถูกทำให้คนฉลาด มีสติปัญญา แก้ปัญญาชีวิตอย่างราบรื่นขึ้นไปได้อย่างหมดปัญหาไปเลย เพราะความรู้ความเข้าใจในอรรถในธรรมนั้นๆ แจ่มแจ้งด้วยสติปัญญาของเราเอง

    • พระถ้ำ
    จากนั้นจึงไปช่วยงานหลวงพ่อลี วัดถ้ำพระสบาย อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ท่านไปจัดงานฉลองพระเจดีย์ ฉลองถ้ำ เมื่อการพัฒนาจนเสร็จสิ้นงานแล้ว ก็ขึ้นไปเชียงใหม่ พักที่วัดสันติธรรมกับหลวงปู่สิม พุทธาจาโร พักกับท่านนี้นาน แม้จะออกไปเที่ยววิเวกในสถานที่ต่างๆ เช่น อำเภอแม่แตง ไปฟังโอวาทธรรม อุบายธรรมจากหลวงปู่แหวน ที่วัดป่าบ้านปง บางครั้งก็พักกับหลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม วัดปากทางแม่แตง เพื่อรับฟังอุบายธรรมคำสอนของท่าน แล้วจึงกลับไปกลับมา โดยอยู่ที่วัดสันติธรรมนี้เป็นหลัก หลวงปู่สิมท่านได้ออกไปวิเวกที่ถ้ำเปียงประจำ ได้ติดตามท่านไปแสวงหาโมกขธรรม มีพระที่ติดตามกันไปบ่อยๆ คือ พระอาจารย์ทองสุก อุตตรปัญโญ
    ปีที่อยู่ปากเปียง อยู่ในรูก็ไม่เท่าไร พอออกนอกถ้ำก็หนาว ปีนั้นหนาวมาก ต้นกล้วยไม้ตายไหม้เป็นทิวหมด มีแต่ผ้าบางๆ หาไม้ฟืนมาไว้ แต่หาโยมจุดไฟให้ก็ไม่มี นอนกับฟากไม้ไผ่สับผูกเป็นแผ่นๆ เอาผ้าปูนั่งปู เสื่อก็ไม่มี พอหนาวก็ดิ้นผ้าหายหมด นั่งกอดเข่าก็แล้ว นั่งสมาธิก็ไม่หายหนาวหรือหายชั่วคราว ธรรมชาติมันบังคับอยู่นั่งคอยเมื่อไรมันจะสว่างซักทีจะได้หายหนาว ความง่วงเหงาหาวนอนจะได้หาย จะได้ไปบิณฑบาต เหมือนมันนานจริงๆ นะ ช่วงนั้นกลางคืนจะนานกว่ากลางวัน อยู่นานๆ หนาวไป หนาวไป จนชิน ไม่ตายหรอก มีอาจารย์สุบินจากจังหวัดจันทบุรีช่วยกันปั้นพระพุทธรูปที่นี่ เราอยู่ที่ปากเปียงได้ ๔ เดือน
    ปี พ.ศ.๒๕๐๒ จึงมาจำพรรษาที่ถ้ำแดนสวรรค์ ที่อำเภอเชียงดาวนั่นเอง แต่คนละแห่งที่ถ้ำปากเปียง เป็นที่ทุรกันดารมาก ห่างจากหมู่บ้านประมาณ ๙ กิโลเมตร มาบิณฑบาตลำบาก ต้องอาศัยบารมีญาติโยมส่งเสบียงอาหาร มีชีพราหมณ์ไปอยู่ด้วยเพื่อทำอาหารถวายพระ ปีนั้นมีพระ ๓ รูป มีพระอาจารย์แขนดำ เป็นหัวหน้า แล้วก็เรา ท่านทองสุก แล้วก็มีชีพราหมณ์ มีชีอยู่ ๓-๔ คน แล้วพราหมณ์ชายนุ่งขาว ๓ คน ไปอยู่ด้วยกัน ทำอาหารกินเอง โดยเขาส่งเสบียงไปให้ แม่น้ำปิงไหลผ่านข้ามไปมายาก ถ้าบารมีไม่มีจริงๆ ตายแน่
    ยังดีที่โยมอุปถัมภ์กันนั้นมีวาสนาบารมีพอสมควรในเชียงดาว นั่นก็คือผู้ช่วยกำนันที่เชียงดาวนั่นแหละคนหนึ่ง และโยมในเชียงดาวนั้นเป็นผู้นำเสบียงอาหารไปส่ง บางอย่างก็ต้องจ้างเขาเข้าไปถ้ามันรีบด่วนเท่าไหร่ก็ต้องเสียเงินให้เขา แต่พวกที่เป็นกำลังใจอยู่ในเมืองก็มีเช่น คุณนายกิมเฮียง มีโยมโสฬส ลูกสาวแม่เลี้ยงเต่า ส่งปัจจัยไทยทานนี้ไปช่วยเหลือ เรื่องปัจจัยสี่จึงพออยู่ได้เพราะมันเป็นที่กันดารมาก อยู่ถ้ำแดนสรรค์ลงไปอาบน้ำห่างไป ๔ กิโลเมตร เดินกลับขึ้นมาเหงื่อแตกเหมือนเดิมแต่ยังดีกว่าไม่ได้อาบ ญาติโยมจึงซื้อแท็งก์สังกะสีขึ้นไปถวาย ๕-๖ ใบ
    อยู่ที่นั้นโยมเชียงใหม่ ลำปาง ส่งเงินไปซื้อสังกะสีไปมุง ซื้อแท็งก์ไปถวาย มันก็มีปัญหา โยมก็โยมเคยอุปถัมภ์ สมัยเราอยู่ถ้ำปากเปียงนั่นแหละ แกก็ไปพูดคุยกัน แม่ชีได้ยินมา เกิดทะเลาะกับโยมนี่อีก เราว่าจะทะเลาะกับเขาทำไม เรากินข้าวเขาอยู่ แกก็แก้ตัวไปเรื่อยๆ “โอ้ย มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายหรอกโยม” เราก็แก้ไขไปเรื่อยๆ อาตมาไม่ใช่พระตาย ได้ยินอยู่นี่ คนนึงพูดอยู่ในฝาอีกคนฟังนอกฝา อาตมาก็ดูอยู่ไม่ใช่ตาบอด ถ้าจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ก็ใหญ่ได้ เรื่องเล็กก็ทำได้นะ
    เราอยู่ในถ้ำนี้ได้สี่เดือน ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนนะ ไม่ได้ออกไปเที่ยวเดินตามป่าอะไร อยู่ในถ้ำตลอด สบายดี ทำแค่อยู่หลังพระพุทธรูปอยู่สี่เดือน ตัวเหลืองเป็นกบซีดหมด
    การอยู่ในถ้ำแดนสรรค์แห่งนี้ได้สติปัญญา ได้ความรู้ความเข้าใจในอรรถธรรมบางสิ่งบางอย่างพอสมควรนะ ได้ความสงบดี มันเกิดความรู้ขึ้นมาว่า คนนี่นะ ดีก็มี ชั่วก็มี ไม่ต้องสนใจเขา เอาตัวเรา เราทำดีไว้เป็นที่พึ่งของเรา คนอื่นเขาจะมีความรู้ความเห็นยังไงก็ตาม มันเป็นเรื่องของเขา เราก็ปล่อย ไม่ใช่เรื่องของเรา เราก็สบายมีความสุข มันตัวใครตัวมัน ถ้าเราเอาเรื่องของคนอื่นมายุ่ง เราจะทุกข์ตลอดไปในโลกสงสาร เพราะมันมีปัญหาตลอด เราก็คิดให้มันเป็นปัญญา พูดให้มีปัญญา เราก็อยู่ได้สบาย ไม่เอาเรื่องใครมาเป็นปัญหา พยายามแก้ไขตนเองตลอด เลยสงบสงัดอยู่ด้วยความเยือกเย็น ใครจะร้อนเป็นไฟเราก็ไม่สนใจอะไร
    เหตุที่เราได้ความสุขคือ เราไม่ยุ่งกับคนอื่นก็เลยสุขอยู่อย่างนี้ ลองดูสิเรื่องของสัตว์โลก จะให้ฉลาดมีสติปัญญา รวย รุ่งเรือง เหมือนกันหมดมันไม่มี จะไปเคี่ยวเข็ญให้มันมีได้ไง ทำไมเรียนด้วยกันมันจึงไม่ได้ดอกเตอร์เหมือนกันหมดละ เรียนทำไมแค่ปริญญาตรี ถ้าเราไปคิดละก็ยุ่งไปหมดแหละ เพราะเราไม่รู้จักเหตุปัจจัยของสัตว์โลกว่า มันมีวาสนาบารมีที่ทำมาต่างกัน มันจึงมีปัญญา มีความคิดเห็นผิดแผกแตกต่าง ปัญหามีได้เพราะขาดความรู้ที่ถูกต้องนั่นแหละ
    ปรุงแต่งขึ้นมาได้ จิตมันปรุงขึ้นมา แต่เราไม่…ไม่หลงว่ามันเป็นความจริง เราพิจารณาเห็นความไม่แน่นอนของมัน สิ่งที่เกิดนี่อยากให้มันเกิดอีก มันก็ไม่เกิด พระพุทธเจ้าเลยว่ามันเป็นอนิจจัง สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง จิตเราจะคิดอย่างนี้อยู่ตลอด เอาอันนี้เป็นหลักไว้เป็นประจำไม่ยินดียินร้ายอะไร

    • ปลีกวิเวก
    พอออกพรรษาแล้ว ปี พ.ศ.๒๕๐๕ จึงตัดสินใจลาครูบาอาจารย์ คือ อาจารย์มหาสุด อาจารย์ทองสุข เดินทางไปหาสถานที่วิเวกที่อำเภอเวียงป่าเป้า ในการไปนี้ก็ไปหาประสบการจากสิ่งแวดล้อม ทดสอบตัวเองนั้นแหละ ก็ไปพักอยู่ที่แม่ขะจานนี้ระยะหนึ่ง จึงเดินทางออกไปทางอำเภอวังเหนือ ไปพักแรมไปตามถ้ำที่ต่างๆ ที่มีหมู่บ้าน วัด ถ้ำบ้าง ไม่ใช่เดินทางวันเดียวจะถึงที่หมายปลายทางคือไปหาที่วิเวกก็ไปพักอยู่บ้านร้าง แต่บ้านไม่ได้ร้างแต่อยู่เขตอำเภอวังเหนือ พอพักอยู่ที่นี้ก็ได้รับความสะดวกสบายจากเจ้าอาวาสและศรัทธาญาติโยมพอสมควร พอได้กินข้าวกับเขา เมื่อถึงบ้านนี้ก็เดินทางต่อไปข้ามลำน้ำ ลำน้ำอันเดียวนี้มันไกลจากเทือกเขา เขาจะพาเป็นที่ท่องเที่ยว
    เหมือนกันที่แห่งนี้ เดินทางทั้งวันจนถึงหมู่บ้านเย้า บ้านจวนเรือน พักอยู่ที่นี้สองสามวัน จากเขาไปอยู่ในป่า เขาก็กลัวไม่ให้ไปอยู่ จะให้อยู่ในบ้านก็เป็นที่ไม่สบายเรา เพราะไม่เคยพักอยู่ตามบ้านเรือนเขา จึงลาญาติโยมลงมาอำเภอพะเยา แต่ได้พูดเล่นกับเขาว่าเราเนี่ยฉันข้าวมื้อเดียว เลยรับรองว่าจะให้อยู่ได้ เลยบอกเขาว่าหากมีเจตนาศรัทธาอยากให้จำพรรษาด้วย ก็ให้ช่วยทำกระต๊อบเล็กๆ สักหลังหนึ่งพอได้อยู่ อาตมาก็จะลงไปอำเภอพะเยา แล้วประมาณเจ็ดวันจะขึ้นมาใหม่
    มีเรื่องแปลกอยู่ว่า ขณะมาป่าเมี่ยแม่สาย ได้เคยปรากฏเห็นบ้านที่ตรงอำเภอพะเยา เห็นอะไรๆ เหมือนเคยอยู่มาแล้ว มาที่นี้ญาติโยมก็พากันมานิมนต์ให้อยู่จำพรรษาที่สถานที่นั้น เลยได้เล่าให้เขาฟังว่าอาตมาได้พูดกับเย้าจวนเรือนที่ยอดเขาไว้ จะลงมาแค่เจ็ดวัน ให้เขาทำที่จำพรรษาให้ ถ้าเขาไม่ทำจะค่อยลงมาใหม่ เมื่อครบเจ็ดวันจึงเดินทางไปบนภูเขาแห่งนี้ เขาก็ทำสถานที่ให้อยู่จริง เลยตกลงใจจำพรรษาที่นั่น
    ที่เย้าทำที่พักให้นั้น มันห่างจากหมู่บ้านประมาณสองกิโลเมตร เป็นสันเขามองลงไปเห็นอำเภอพะเย้าได้ชัดเจน จึงได้ตรัสสัจจะอธิฐานมอบกายถวายชีวิตบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่าการมาอยู่ในสถานที่นี้ไม่มีความมุ่งมาดปรารถนาสิ่งใด มีเพื่อจะอบรมนิสัยจิตใจให้เกิดความสงบ ความรู้ความฉลาดของพระพุทธเจ้า ถ้าไม่มีกรรมไม่มีเวรต่อกัน สัตว์ทั้งหลายจะเป็นหมี เสือ ก็แล้วแต่ อย่ามาเบียดเบียนกันและกัน เราไม่ได้ตั้งใจมาเบียดเบียนใคร หากมีกรรมเวรต่อกันแล้วก็มอบกายถวายชีวิตบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไปเลย ยอมตายในสถานที่นั้นพูดง่ายๆ
    ในการไปพักในที่นั้น ในเบื้องต้นคิดไว้ว่าจะไม่พูดกับคน แต่เอ๊ะ…มีปากเขาเจาะไว้ให้พูดแล้วไม่พูดนี่จะมีประโยชน์อะไร มาพิจารณาแล้วว่าจะไม่อธิฐานต้องเลิก ต้องพูดกับญาติโยมที่ไปมาหาสู่ แล้วตั้งคำสัตย์จะไม่บอกใบ้ให้หวย เลขเบอร์ กับใครทั้งนั้น อยู่ในสถานที่แห่งนี้ก็มีสัตว์หลายจำพวก มีหมี มีเสือ เป็นทางผ่านของมัน แต่เราไม่รู้มันไปมันอยู่ ได้ยินแต่เสียง แต่ไม่เข้าใจนะก็เลยไม่กลัว ก็เลยอยู่ได้สบายๆ เดินจงกลมภาวนาไม่มีสิ่งที่จะก่อให้เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อนอะไรในสถานที่นั้น
    อยู่ที่นี่มีแต่เรื่องแปลกๆ เช่นเล่านิทานไป เขาคิดเป็นหวยถูกจนเจ้ามือยอมแพ้ คนวุ่นวายมาเรื่องหวยนี้แหละ เลยหนีเขาป่าห้วยซ่าน พอได้ที่ราบๆ เดินจงกลมภาวนา
    ไปวันแรกเขาก็ทำที่พักไว้ให้แล้ว โดยนัดเขา เขาก็ทำให้จริงๆ นานประมาณสองเดือนได้อยู่ที่นี่ เราเลยได้โอกาสลามาที่แม่ใจ เมื่อตอนที่ได้ไปอยู่ที่บนเขา พวกพระเจ้าคณะอำเภอเขาชวนกันมา จะมาไล่เรา พวกเย้าก็บอกว่า พวกพระเจ้าคณะอำเภอสู้ท่านไม่ได้หรอก พูดไม่ทันท่านหรอกว่างั้น มันก็เป็นเรื่องบังเอิญจะตามเรามาที่ห้วยซ่าน มาเราหนีแล้ว เราหนีไปอยู่โน่นก็จะไปอีก เขาเอาข้าวใส่บาตรไป ข้าวที่เย้าเขาถวายอาหารน่ะ บังเอิญบาตรนี่ตกลงไปคว่ำกับขี้หมูขี้หมาอยู่หน้าบ้าน มันเลยกลัวเราเลยแค่นั้นแหละ กลัวแล้วไม่ตามเราไป แต่ก็ไม่รู้จะไล่เราเรื่องอะไร มันขึ้นไปดูๆ อยู่บางทีน่ะ แต่ว่าพวกพระที่อยู่แถวๆ นั้นมันข้นไป มันอยากจะได้เงินบ้างอะไรบ้างที่เราเคยให้ ปัจจัยอะไรที่เขาถวายมานี่เราให้เขาเหน็บไว้ตามฝาแหละ อยากได้ก็เอาไปเลย ว่างั้นนะ
    “ฝนตกไม่ยอมหยุด น้ำหลาก การบิณฑบาตมันลำบาก มันไกล ต้องอดข้าว ไม่กิน จนเย้าถามว่า ทำไมท่านไม่กินข้าว ไม่กินก็ไม่ตายหรอก จนเขาสงสัยว่า ทำไมอดข้าวหลายวันแล้วเป็นปกติอยู่ ไม่เป็นอะไร เขาจะเอามาให้เราก็ลำบาก เราจะไปก็ลำบาก จึงยอมอดไปเฉยๆ มิใช่ตั้งใจทรมานตนให้ลำบาก ใจว่าไม่กินก็ไม่กิน มันเลยไม่อยาก แม้มันอยากก็ไม่กิน มันก็จบเท่านั้นเอง”

    • ปรากฏเห็นหลวงปู่มั่นกับหลวงตามหาบัว
    อยู่ที่จวงเรื้อนนี่ มีคนมาอาศัยค้างกับเราเยอะเพราะหวังจะร่ำรวย คอยฟังเราพูดอะไรออกมาเป็นเลข เช่น พูดว่าสองเส้นสามเส้นไม่ได้ มันจะจับไปซื้อหวยซื้อเบอร์ คนพากันหลั่งไหลขึ้นมา เพราะว่าเขาจับไปเป็นหวยเป็นเบอร์หมด มันก็แปลกอยู่เพราะอยู่ในสถานที่แห่งนี้ วันหนึ่งปรากฏเห็น หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต กับ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ไปหาคนบนหลังเขานั้น เอ๊…เราก็งง เพราะไม่เคยเห็นหลวงปู่มั่น เคยเห็นแต่รูปท่าน ตัวจริงๆ ไม่ได้เห็น หลวงตามหาบัวก็ไม่เคยสนิทสนมกับท่าน เคยแต่ได้ยินชื่อเสียงของท่านบ้าง
    ทำไมจึงปรากฏเห็นท่านทั้งสองว่าได้ขึ้นไปบนเขาลำบากทุรกันดารเช่นนั้น ไปท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร ปรากฏเห็นท่านก็รู้สึกว่าท่านยิ้มๆ ให้ ท่านว่า “ดี อดทนเอานะ” ท่านว่างั้น แล้วท่านก็เดินผ่านไป เราก็ได้ยกมือไหว้ท่าน นึกว่าจะไปจัดสถานที่ให้ท่านนั่ง ท่านก็ผ่านไปเลย จึงไม่ได้ฟังโอวาทของครูบาอาจารย์ ท่านเพียงกล่าวคำเดียวเท่านั้นว่า “อดทนเอานะ” ท่านว่างั้น หลังจากนั้นเราก็อดทนเอา

    • ผีกองก๋อยที่หมู่บ้านจวงเรื้อน
    ประมาณเดือนแรกเข้าพรรษาแล้วนี่ เคยได้ยินเย้ามาเล่าให้ฟังว่า ไปเจอเด็กเล็กๆ สองคน อายุประมาณสองสามปี เขาไปกับภรรยาของเขา เขาว่ามันงัดก้อนหินก้อนใหญ่ๆ เท่าเตียงนอนนี่ ทำไมมันจึงแข็งแรง มันตัวอะไร ถามเขาว่า มันงัดเพื่ออะไร มันหาอะไรมันหากินปูกินหอย เขาสองผัวเมียยืนดูอยู่ เราเลยมานึกถึงครูบาอาจารย์เคยเล่าถึงผีกองก๋อย มันต้องเป็นผีกองก๋อยแน่นอนเรารู้สึกแต่เราไม่ได้พูดหรอก เราไปอยู่นั้นเริ่มแรกทางผ่านมันวิ่งอยู่ ร้องก๋อยๆๆๆ ทุกวันๆ แต่เราก็ไม่รู้ พอเย้ามาพูดแล้วใจจึงปักลงว่า ผีกองก๋อยแน่นอน
    ทางเดินจงกรมที่ให้เย้าทำไว้ แต่ก่อนเดินสามสี่ทุ่มก็ไม่กลัว เสือก็ไม่มี ผีกองก๋อยก็ไม่มี พอได้ยินเขาเล่าว่าเห็นเด็กเล็กๆ สองคนงัดก้อนหินใหญ่ได้ กับได้ยินเสียงร้องก๋อยๆๆ ใจจึงปักลงว่าผีกองก๋อยมาหาทุกวัน ความกลัวจึงเกิดขึ้น เดินจงกรมพอมืดหน่อยก็อยากเข้ากุฏิแล้ว มันก็กลัวอยู่อย่างนั้นแหละ คิดยังไงก็ไม่ตก ทั้งๆ ที่คิดมอบกายถวายชีวิตบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แล้ว คิดหาวิธีแก้ นั่งภาวนาก็ไม่มีวิธีแก้ตก
    อยู่มาวันหนึ่งที่มันจะมาแก้ตกคือ เราต้องไปดูให้เห็นตัวมัน ตายก็ตายไป เราเอาตายเข้าสู่เลยอะไรที่ไม่เป็นธรรม เรามอบกายถวายชีวิตแก่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แล้ว มากลัวจะได้ประโยชน์อะไร ยอมตายพอแรงแล้วนี่…อยู่ไปก็ตายอยู่ดีถึงจะคิดยอมตาย แล้วสัญชาตญาณการต่อสู้ยังมีอยู่ จึงถือมีดมือขวา ถือไฝฉายมือซ้าย ต้องไปดูมันมานี่ทุกๆ วันต้องเจอมันแน่ๆ ไปแอบอยู่ที่ไม้สนนี่แหละ มันยังไม่มืดพอมองเห็น แรกๆ ได้ยินเสียงมันร้องก๋อยๆๆ ขนลุกซู่ เอาล่ะ ตายเป็นตายไม่ตายก็เป็น กูไม่ตาย มึงก็ตาย มึงไม่ตายก็เป็นกูตายว่างั้น มันวิ่งมาห่างประมาณสองเส้นข้างหน้าว่างั้น มันชูสองขายกขึ้นร้องก๋อยๆ โอย…มันทำกูกลัวเกือบเป็นเดือน ทีนี้กูไม่กลัวแล้วมึงเป็นอีเห็น…พอรู้จริงว่ามันเป็นอีเห็นความกลัวก็หายไป ตั้งแต่นั้นมาจึงหายกลัวผีกองก๋อย เดินจงกรมภาวนาได้ตามปกติ

    • เสือกับอารมณ์
    สมัยนั้นที่จวงเรื้อนมีเสือโคร่งใหญ่ขนาดเท่าวัวหรือม้า อำนาจเสียงของมันฮึมมม…อาววว แม้แต่จิ้งหรีดร้องๆ เงียบไปหมดเลย นี่ ! อำนาจของมันเราได้ยินเสียงพึมพำมา ลูกคอเสือมันหายใจฮึกฮักเหมือนคนคุยกัน นึกว่าโยมมันมากลางคืนอีก ยังคิดว่าเดี๋ยวเสือจะกินโยมตาย แต่ไม่เห็นมีโยมมา
    จนกระทั่งเสือมากินหมูตาย ครั้นวันหนึ่ง ตี ๔ แล้วให้โยมไปไล่หมู กลัวมันมาขุดเม็ดมะม่วงที่ปลูกกันไว้ เรานั่งภาวนาต่อ ได้ยินเสียงดังก๊กๆ นึกว่ามันกัดกัน วันที่สองมีคนมาถาม จึงบอกว่าได้ยินเสียงมันกัดกัน อะไรได้ เสือมันลากหมูไปไว้ที่คลองที่เราตักกินนั้นแหละ โอ๋ย…ตั้งแต่วันนั้นนน…ก็ไม่ยอมจริงๆ มันยังจะสู้กับเสืออยู่นะ ไม่ให้ตายเปล่าๆ ฟรีๆ หรอก จิตใจนี่อันนี้นี่ของจริงนะ มันเกิดขึ้นกับจิตเรา สัญชาตญาณการต่อสู่นะมันยังไม่ยอมเลิกนะ
    แค่คำสัจจอธิษฐานในใจนี่อย่าไปไว้ใจมัน เอาจริงๆ แล้วมันกลัว มันเลยจะสู้อยู่ ตายก็ตายต่อเมื่อเราได้สู้กันน่ะหละ สุดท้ายจึงเดินตามเสือพิสูจน์ดูซิว่ามันจะทำอะไรไหม ห่างกันประมาณสี่ห้าเมตร มันก็เดินหนี พอมันหยุด เราก็หยุด แต่เราก็ถือมีดไปด้วยนะ ถ้ามันเล่นงานเรา เราก็สู้เหมือนกัน มันก็ไม่ทำอะไร เราก็ไม่หันหลังกลับนะ กลัวมันจะย้อนมาเล่นงานเรา รอดูจนกระทั่งมันไป เราจึงกลับ เอาไปเอามามันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันก็หายไปความกลัวนี้
    ช่วงนั้นมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นกับจิตใจหลายอย่างเหมือนกันนะ ในสถานที่นั้นใครพูดอะไรก็ถูก จนคนเขาว่าเราเป็นพระอรหันต์ มันได้แต่หันซ้ายหันขวารู้ว่ากิเลสมีอยู่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราถือคำสัจจ์ พูดอะไรไว้จะทำอย่างนั้น คนวุ่นวายมากเรื่องหวยนี่แหละ เลยหนีเข้าป่าหวยซ่าน เราไม่เคยอยู่ไม่เคยได้ยินเสียงสัตว์ป่ามันร้องคือ นกขัว (ไก่ขัว) เหมือนนกยูงหางยาว บินไม่ค่อยได้ ขาแดงปากแดง
    พอเรานั่งฉันน้ำร้อนอยู่ เขามายิงเขามาบอกอยู่เหมือนกันนะ ยิงปืนปัง เสียงมันร่วงตูมเหมือนค้างคาวร่วง เขาหิ้วมาตัวใหญ่อยู่เท่าเป็ดไม่ใช่เป็ดเหมือนห่านเนี่ยตัวใหญ่อยู่ เราเลย เอ๊…เป็นนิมิตที่ไม่ค่อยดีนะ ไม่เป็นมงคลแล้ว มันมาฆ่าสัตว์ให้เห็น มาวันเดียวนี่เขามายิงสัตว์ตายแล้ว อยู่หลายวันจึงได้โอกาสขอบิณฑบาต ไม่ให้ยิงสัตว์ในบริเวณนี้ให้เว้นไว้ เขาก็ยกให้ตามที่ขอไว้ อย่ามาฆ่าอย่าเบียดเบียนสัตว์ในสถานที่นี้นานประมาณสองเดือนได้อยู่ จนเสือมันมากินหมู วัว ควายเขา เสียงปืนมันยิงสนั่นหวั่นไหว เหมือนรบทัพจับศึก
    เรายังคิดว่า เออ…จะได้เคี้ยวเสือละมัง จริงๆ เขาแค่ยิงไล่เฉยๆ มันอาละวาดเขาไว้ หัวค่ำมืดๆ เสือมันจะมาทุกวันๆ เราไม่เห็นมันทำอะไรเรา เราก็ไม่กลัวเสือ เวลามันมากลางวันเห็นเราตามทางมันก็กระโดดเข้าป่า หมีก็เหมือกันไม่เห็นมันจะทำอะไร จึงหายกลัวตั้งแต่นั้นมา
    “เป็นเรื่องที่ให้คนเห็นอำนาจแห่งความกลัว ให้คนเห็นชัดว่าเราควรจะต่อสู้ยังไงจึงไม่กลัว ต้องเอาตายเข้าสู้ สู้ตาย ถ้ามันเห็นแล้วว่ามันไม่เป็นความจริง มันก็จะหายกลัวไปเลย เช่น กลัวเสือนี่ไปดูมันเลย พอรู้ว่ามันไม่ทำอะไรเราจึงหายกลัว ผีกองก๋อยก็ไปดูมันเลย เอาตายเข้าสู้ แต่ไม่ยอมตายหรอกต้องสู้กัน ตายแล้วแล้วกัน ถ้าผีไม่ตายเราก็ตาย เสือไม่ตายเราก็ตาย เมื่อมันไม่มีอะไร เห็นความจริงแล้วก็หายกลัว ตั้งแต่นั้นเดินจงกรมได้สบายเลย เสือมีแต่วิ่งหนีเรา แต่มันมาก็ต้องสู้เหมือนกันจะอยู่เฉยๆ แล้วยอมให้มันกัดก็ไม่เอานะ การสู้คือการสู้เอาตัวรอดนะ ถ้ามันมีทางหลบหลีกเราก็หนีไปไม่ใช่เจตนาจะฆ่าเสือ ถ้ามันอยู่ดีๆ กระโดดมาสู้กับเรา เราก็ต้องสู้มันเลย จะให้มันมากินง่ายๆ ก็โง่เต็มที สู้ก็ต้องสู้เพื่อเอาตัวรอดมิใช่สู้เพื่อจะฆ่าจะตายอะไร ถ้าจะให้มันกินตายเฉยๆ ก็ไม่ใช่ละมันก็โง่เต็มทีแล้ว ถึงจะยอมตายแล้วให้เสือมันกิน นี่ก็เหมือนกันกับฆ่าตัวเองนั่นแหละเป็นบาปเป็นกรรม เราจะรอดวิธีไหนก็ต้องสู้ไปก่อนล่ะ”

    จนวันหนึ่งพวกเย้ามาสองทุ่มนี่ มาเจอเสือเข้า เสือดาวตัวเล็กๆ นี่เขาจะมายิงเพราะมันมากินหมูไก่ โอ…ไม่ให้ยิงๆ เราขอบิณฑบาตไว้ เลยไม่ยิง เราไม่ให้ยิง เขาเลยไม่กล้ายิง เขาก็ว่าพระองค์นี้มีบุญเสือไม่กล้ากิน เราก็นึกขำจนทุกวันนี้แหละ ทุกวันนี้ยังมีเย้าที่ห้วยซ่านอยู่ ที่จวงเรื้อนไปไม่หมดแล้ว มีเจ้าหน้าที่เขามาบอก
    สาเหตุที่จะได้ลงจากเขามาเนี่ยเพราะเสือมันอาละวาด มันมากัดควายที่เขาเลี้ยงไว้ แรกๆ มันก็ไม่มีอะไรนะ เราไปคอยรับบิณฑบาตเขาอยู่ เขาบอกว่า ท่านอย่าตกใจนะ เขายิงปืนแม่นจริงๆ นกเหยี่ยวมันบินมาเฉี่ยวไก่เขา เขาก็ยิงปัง ตั้งแต่นั้นเสือโคร่งใหญ่อาละวาดใหญ่เลย เราเลยว่า เอ๊…มันไปผิดอะไรเขาอย่างใดอย่างหนึ่ง ม้าอยู่ดีๆ ก็เกิดโรคขึ้นมา วิ่งไม่รู้จักเป็นจักตาย แล้วก็พิงต้นไม้อยู่เท่านั้น เขาก็งงหายาให้มันกินมันจะเป็นโรคอะไรก็ไม่รู้ ผลสุดท้ายเราแผ่เมตตาให้มัน มันก็ยังอยู่ได้ วันหนึ่งคิดว่ามันหายดีแล้วละ แต่เขามารายงานว่ามันตายแล้ว พอเสือมาอาละวาดสัตว์เขามากๆ เขาก็ยิงปืนเหมือนรบทัพจับศึก มันจะผิดผีเขาละมั่ง ค่ำลงก็ร้องกันพวกหมอผีนั่น เราเลยได้โอกาสลามา
    ปี พ.ศ.๒๕๑๐ ได้มารับเอาน้องชายเข้าบวช คือ พระอาจารย์ชดี ธัมมวโร ท่านบวชเป็นสามเณรที่สกลนครนี่ ในปีเดียวกันก็ได้บวชเป็นพระภิกษุที่จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ที่วัดสันติธรรม กับหลวงปู่สิม พุทธาจาโร มีผู้ติดตามไปบวชที่เชียงใหม่ในคราวเดียวกันสิบรูป ที่ยังเหลือเป็นพระอยู่คือ อาจารย์ชดี อาจารย์คำพาว ท่านประสิทธ์ และอาจารย์เจริญ สุวัฑฒโน ซึ่งเป็นพระที่อยู่กับ ท่านอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป ทุกวันนี้ ป่าเมี่ยงแม่สายนี้อยู่นาน อยู่เพื่อสงเคราะห์ยายคนนี้ที่ตั้งใจในการให้ทาน รักษาศีล ก็อยู่ไปเพราะครูบาอาจารย์เคยอยู่สงเคราะห์ยายคนนี้ เลยอยู่ที่นี่ถึงสิบสองปี ที่ป่าเมี่ยงแม่สาย

    • หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ มรณภาพ
    อยู่ป่าเมี่ยงแม่สายจน พ.ศ.๒๕๑๒ จึงมาจำพรรษาที่ผาปก จังหวัดราชบุรี กับอาจารย์ทองสุกองค์หนึ่ง สาเหตุคือท่านรังสี มานิมนต์ว่าให้ไปช่วยพุทธาภิเษกพระพุทธรูป พอมาถึงเห็นโลง อ้าว ! ท่านรังสีรถคว่ำตายซะแล้ว โยมที่อุปัฏฐากอยู่เลยนิมนต์ไปจำพรรษาที่ผาปก ปีนั้นมีเรา ท่านทองสุก อาจารย์คำพาว อาจารย์ดาด เลยไปอยู่จำพรรษาให้เขา
    ปี พ.ศ.๒๕๑๒ เราก็ไปป่วยอยู่ รู้สึกเหมือนถูกดาบเสียบเข้าหน้าอกทะลุหลัง นั่งกระดิกไม่ได้ปวด นั่งภาวนาตายๆๆๆ อย่างเดียวตั้งแต่หัวค่ำ มาได้ยินเสียงว่าให้เอาไม้ไผ่กับแกนฝางมาต้มกิน มากินแล้วรู้สึกอาการมันดีขึ้น แถวนั้นมันมีมาลาเรียเหมือนกัน มันกลับมาเป็นอีก ออกพรรษาแล้วก็ขึ้นมาสกลฯ นี่แหละ มากราบหลวงปู่พรหม ได้ยินเสียงมีคนมาบอกว่าท่านป่วยลื่นล้มหัวฟาดพื้น มันก็ป่วยจริงๆ อย่างที่ได้ยินนั้นแหละ
    ช่วงที่ท่านล้มหมดสติไปชาวบ้านช่วยกันย่าง (การรักษาแบบโบราณ นอนแคร่ รมด้วยสมุนไพร) ท่านก็กลับแข็งแรงดีแล้ว คิดจะสร้างเจดีย์ถวายท่าน ไปใส่ฟันให้ท่าน ท่านยังสดชื่นดีอายุยังไม่ถึง ๘๐ ดี แต่ท่านจะรู้ตัวดีว่าท่านจะมีปัญหาชีวิต จึงเก็บเรียบร้อยหมด มีด เสียมอะไร ท่านยังถามเราอยู่ว่า ”จะกลับอยู่เหรอ” ก็ตอบว่าจะกลับ พระท่านจะสร้างกุฏิ ท่านเห็นว่า “เออ” เราก็โง่ไม่ได้ถามท่าน ไม่ได้คิด เราไปแล้วก็มีแต่หลวงตาอยู่กับท่าน
    อีกสองสามวันมีคนมาตามอาจารย์สอน ซึ่งระยะนั้นท่านกลับมาจากจังหวัดเลย ได้นิมนต์ให้ท่านพักที่วัดตาลนิมิต คนตามให้ท่านไปดงเย็น หลวงปู่ป่วยหนักท่านท้องเสีย เรามีกิจนิมนต์ไปทำบุญสองสามแห่ง กลับมาถึงวัดประมาณเที่ยงๆ ทราบว่าหลวงปู่ป่วยหนัก คิดว่าบ่ายสี่โมงก่อนจะไปกราบหลวงปู่ อาจารย์สอนไปแต่เช้าแล้ว อาจารย์ลีกับอาจารย์สุภาพไปบ้านก่อน
    พอเราไปถึง บ้านดอนเชียงยืน เลยพบกับโยมที่เป็นครู ๒ คนคือ อาจารย์ชายกับอาจารย์สวัสดิ์ ได้แจ้งว่าหลวงปู่มรณภาพแล้ว เขากำลังไปซื้อสิ่งของต่างๆ มาใช้งาน เรากับอาจารย์สอนก็ช่วยจัดอะไรให้เรียบร้อย ไมมีใครกล้าฉีดยาท่าน เราก็เอาเอง ฉีด คลุมผ้า จัดให้นอน จนตีหนึ่งตีสองอาจารย์ลีกับอาจารย์สุภาพมาถึง มันลำบากนะเดินทางเท้า ทางรถทางเรือก็ไปไม่ถึง หลวงปู่เสียปีนั้นแหละ
    พ.ศ.๒๕๑๒ เราก็กลับไปที่ป่าเมี่ยงเหมือนเดิม ออกพรรษาจึงลงมาที่บ้านดงเย็น จัดงานศพหลวงปู่พรหม เผาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๓ ท่านมามรณภาพเรื่องท้องเสีย คืนเดียวเท่านั้นเอง ก่อนนั้นยังเทศน์ให้ญาติโยมฟังอยู่เลย หลวงตาถามท่านว่า เป็นไงหลวงปู่ ท่านว่า “เจ็บหมดตัว” เป็นแค่คำพูดคำเดียวจนมรณภาพไป ตอนงานเผาศพ มีหลวงปู่ชอบ ฐานสโม มาเล่าเรื่องไปพม่าด้วยกันกับหลวงปู่พรหม แล้วมีฤาษีมาศรัทธา อุปถัมภ์บำรุงจนตลอดพรรษา
    ปี พ.ศ.๒๕๑๓ เราได้กลับไป ได้จำพรรษาที่ป่าเมี่ยงเหมือนเดิม

    • ปฏิบัติหลวงปู่แหวน สุจิณโณ
    ปี พ.ศ.๒๕๑๒ เราได้ไปกราบนมัสการฟังธรรมจากครูบาอาจารย์รูปต่างๆ อาทิเช่น หลวงปู่สิม หลวงปู่ตื้อ หลวงปู่แหวน ฯลฯ เป็นประจำไปๆ มาๆ อยู่บริเวณนี้แหละ บางครั้งก็พักผ่อนอยู่กับท่าน พอสมควรแก่เวลาแล้วก็ออกไปเที่ยววิเวกตามป่าที่ครูบาอาจารย์แนะนำมาว่า ที่นั่นดีที่นี่ดีสงบสงัด สงบเย็น เสนาสนะสัปปายะ อาหารสัปปายะ พอเป็นได้ แต่ก็ไปกันไม่มาก โดยส่วนมากแค่สองสามองค์เพราะมากกว่านั้นก็ไม่ไหว อาหารบิณฑบาตจะลำบาก วัดดอยแม่ปั๋ง เราก็เคยไปพักอยู่กับหลวงปู่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๓ – ๒๕๐๔ ท่านอยู่องค์เดียว จนปี พ.ศ.๒๕๐๕ หลวงปู่แหวนจึงขึ้นมาอยู่ก็ไปๆ มาๆ อยู่แถวนี้แหละ
    ช่วงประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๒ อาจารย์ทองสุกมาเริ่มสร้างวัดขึ้นแถวอำเภอพร้าว เรียกว่า วัดภูริทัตตะวนาราม..ทำนองนี้ ที่หลวงปู่มั่นเคยพักอยู่ตรงนั้นรวมทั้งหลวงปู่เทสก์ หลวงปู่ชอบ หลวงปู่ขาว หลวงปู่อ่อนสี หลวงปู่เหรียญ ตามที่หลวงปู่แหวนเล่าให้ฟัง ฉะนั้น ในบริเวณนี้ก็ถือว่าเป็นสัปปายะในการบำเพ็ญสมณธรรมของครูบาอาจารย์หลายองค์ในยุคนั้น ที่ได้มาพำนักพักอาศัยก่อนแยกย้ายไปบำเพ็ญสมณธรรมในบริเวณนั้น เราจำพรรษาที่ป่าเมี่ยง จนปี พ.ศ.๒๕๑๕ ถึง ๒๕๑๗ ก็จำพรรษาที่วัดดอยแม่ปั๋ง หลวงปู่แหวนขึ้นมาอยู่วัดดอยแม่ปั๋งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๕ ซึ่งปี พ.ศ.๒๕๐๔ ท่านอยู่ที่บ้านปง เลยแวะพักกับท่าน มีหลวงปู่แหวน อาจารย์หนู ท่านทวี ท่านจันดี จำพรรษาด้วยกัน
    ในปี พ.ศ.๒๕๑๕ – ๒๕๑๗ นั้นได้อยู่ปฏิบัติครูบาอาจารย์เป็นสำคัญ เนื่องจากหลวงปู่ท่านชรามากแล้ว นี่คือความประสงค์ส่วนแรก อีกส่วนอยู่เพราะรับปากกับหลวงปู่หนูว่าจะสร้างศาลา เพราะหลวงปู่หนูกับท่านทวี ๒ คน คงทำกันไม่ไหวจึงอยู่ช่วย ศาลามันไม่ดีเลยรื้อสร้างใหม่ เราอยู่ช่วยท่านสร้างศาลาร่วมกับท่านอาจารย์จันดี อาจารย์ทวี รวมเป็นอยู่ด้วยกัน ๕ องค์ เมื่อทำศาลาเสร็จจึงมาขออนุญาตสร้างเหรียญรุ่นลูกมะพร้าว เป็นอนุสรณ์ของอำเภอพร้าวเพื่อแจกในงานฉลองศาลา

    ปี พ.ศ.๒๕๑๕ -๒๕๑๖ นั่นแหละ ได้ไปทำซ่อมพระที่ทางขึ้นวัดดอยแม่ปั๋ง โดยมีซากพระพุทธรูปชื่อ พระเจ้านั่งช้างอยู่ หน้าตักประมาณ ๔ เมตร พอฉันเสร็จแล้วเราก็สะพายย่ามขึ้นไป โยมเป็นคนผสมปูนให้ เราเป็นคนทำ ไม่ได้ดิบดีมีเครื่องมือ และละเอียดลอออะไรสมัยนั้น จนปี พ.ศ.๒๕๑๘ จึงมาจำพรรษาที่วัดบ้านตาลเป็นปีแรกเลย
    “การทำดี ไม่ผิดศีลผิดธรรมแล้ว เราไม่กลัว ใครไม่ทำเราก็ไม่ไปเดือดร้อนให้ใคร การจะไปดุด่า ไปว่าตำหนิติเตียนนี่ ไม่มีละ และต้องทำให้สำเร็จ แล้วก็สำเร็จจริงๆ ใครจะช่วยรึไม่ไม่เกี่ยว ช่วยก็ยินดี ไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร เราตั้งใจไว้อย่างนั้น อยู่ที่ไหนก็เหมือนกันนะ จนมีหลวงปู่องค์หนึ่งพูดว่า “แปลกเหมือนกันนะพระองค์นี้ ไปทำอะไรกลางแดดร้อนอยู่องค์เดียว” พอฉันเสร็จเราก็ไปแล้ว ฉาบ เลื่อยไม้ ไสกบ อะไร แดดร้อน ยังไงก็ทำอยู่องค์เดียวนั่นแหละ”

    • การสร้างวัดใหม่บ้านตาล
    “ครั้งหนึ่งหลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ ท่านได้ปรารภเองว่า ถ้าอยากได้วัดดี ก็ให้มาเอาวัดตรงนี้สิ ที่ป่าช้านี่ เราก็ว่าไม่มีบารมีหรอกหลวงปู่…มันก็บังเอิญจริงๆ”
    โยมพ่อได้เข้ามาช่วยตั้งแต่เริ่มสร้างวัด ท่านมีเพี่อนที่เคยเป็นทหารด้วยกัน เขาให้เป็นนายสิบแต่ลาออกจากทหารมีครอบครัวที่บ้านตาลนี่ มาอยู่เป็นเพื่อนกันเพื่อดูข้อวัตรปฏิบัติประมาณ ๑ ปีเศษและสมัครใจบวชพร้อมกัน รู้สึกว่าท่านต้องการที่จะบวชมาก จึงอนุญาตให้ท่านบวชด้วยกัน ๒ คน
    “การงานอะไรต่างๆ มันก็ต้องต่อสู้ทั้งนั้นกับอุปสรรค แต่สำหรับเราไม่เคยทำฎีกาเรี่ยไรบอกบุญอะไร อะไรที่ยากสำหรับเขา สำหรับเรามันง่ายนะ ตลอดมาศรัทธาญาติโยมเขาทำกันเอง บอกกันเอง เขาพร้อมจะสนับสนุนช่วยเหลือเสมอมาจนกระทั้งวันนี้…อยู่ไปตามมีตามได้ ไม่ดิ้นรนขวนขวายอะไร ถ้าเขามีศรัทธาอยากทำ ก็พาเขาทำตามวัตถุประสงค์ของญาติโยม ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาก็ทำเช่นนี้”
    ได้สร้างวัดนี้เรื่อยมา มีกุฏิหลายหลังเป็นที่อาศัยของพระเณร ปีแรกที่จำพรรษารวมกัน ๕ รูป ได้พัฒนาวัดนี้ขึ้นจนสมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมาย จนเมื่อได้ น.ส.๓ แล้ว ได้วงเล็บไว้ว่าเพื่อเป็นที่สร้างวัด ตั้งชื่อวัดตาล ตามกฎหมาย แต่ชาวบ้านเรียกว่าวัดใหม่บ้านตาล สำหรับโยมพ่อเมื่อบวชเป็นภิกษุอยู่จำพรรษาร่วมกัน จนกระทั่งท่านอายุ ๘๐ ปี จึงมรณภาพ นี่คือการสงเคราะห์ญาติคือโยมบิดาได้เขามาสู่ร่มกาสาวพัสตร์ในพระพุทธศาสนา ท่านก็เป็นผู้หนึ่งที่มีความตั้งใจใฝ่อรรถใฝ่ธรรมของพระพุทธเจ้า เอาจริงเอาจังเอาเป็นตาย ฝากชีวิตไว้ในพระพุทธศาสนาตลอด โดยท่านได้ละสังขารเมื่อพรรษาได้ ๑๒ พรรษา

    หลวงปู่คำบ่อ ท่านอยู่จำพรรษาที่วัดใหม่บ้านตาล ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๘ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน พ.ศ.๒๕๖๒)
    ปัจจุบัน หลวงปู่คำบ่อ เจริญอายุวัฒนมงคลครบ ๘๙ ปี พรรษา ๖๙ (พ.ศ.๒๕๖๓)
    จาก หนังสือชีวประวัติและคติธรรมสอนใจ ท่านพ่อคำบ่อ ฐิตปัญโญ ; พิมพ์ครั้งที่ ๑ ; พฤษภาคม ๒๕๖๐

    ด้วยมีอายุสูงวัย สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงดังเดิม จึงเข้ารับการรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.2568 ด้วยภาวะปอดติดเชื้อ
    ท้ายที่สุดละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา 09.50 น. วันอังคารที่ 25 พ.ย.2568 สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74
    การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานเพลิง ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ยังความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้



    สภาพสวยเดิมๆ ราคาเบาหวิวแต่พุทธคุณเกินตัว ทั้งเมตตาคลาดแคล้วและเป็นมงคลอำนวยความเจริญร่มเย็นน่าบูชามาก แบ่งให้บูชา 270 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  8. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472
    .


    ขออนุญาตแจ้งกำหนดการจัดส่งครับ



    *** รอบจัดส่งวันที่ 24/01/2569

    ตัดรอบ เวลา 10.00 น. ***


    หากเลยกำหนดนี้จะมีรอบอีกสัปดาห์หน้าเลยครับ
    กราบขออภัยในความล่าช้าด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ




    -gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif.gif -gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif.gif -gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif.gif -gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif-gif.gif
     
  9. tana_kan

    tana_kan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    303
    ค่าพลัง:
    +400
    4093.ยอดประสบการณ์หายาก พระปิดตาซุ้มประตู รุ่นแรก
    หลวงพ่อฮวด วัดหัวถนนใต้ ทายาทพุทธาคมสายตรง หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
    4098.ผู้สำเร็จวิชา”นะมหาเศรษฐี” ศิษย์สายตรง พอ.วัน มะนโส
    รูปหล่อเจริญลาภ พ่อท่านลาภ วัดเขากอบ พิธีใหญ่เจตนาบริสุทธิ์วัดจัดสร้างเอง

    2 รายการนี้ยังอยู่มั้ยครับ ถ้าอยู่ขอจองครับ
     
  10. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472

    [​IMG]
     
  11. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472
    4866.สวยเดิมวิ้งๆ เหรียญพุ่มข้าวบิณฑ์ รุ่นไทยรวมพลัง
    หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง พระเถราจารย์สายพระกรรมฐานหลวงปู่มั่น

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    [​IMG]
    เหรียญพุ่มข้าวบิณฑ์ รุ่นไทยรวมพลัง หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เนื้อทองแดงรมน้ำตาล ตอกโค้ด " เม็ดงา ตัว ว " ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2520 สร้างเพื่อเพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างอุโบสถ์วัดพลับพลา

    ประวัติโดย่อ หลวงปู่แหวน
    หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เดิมชื่อ ญาณ หรือ ยาน รามศิริ เกิดวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2430 วันจันทร์ ขึ้น 3 ค่ำ ปีกุน ณ บ้านนาโป่ง บ้างก็ว่า บ้านหนองบอน ตำบลหนองใน (ปัจจุบัน เป็น ตำบลนาโป่ง) อำเภอเมือง จังหวัดเลย เมื่อหลวงปู่อายุประมาณ 5 ขวบ พอจำความได้บ้างว่า ก่อนที่มารดาจะเสียชีวิต ได้เรียกไปสั่งเสียว่า "ลูกเอ๋ย แม่ยินดีต่อลูก สมบัติใด ๆ ในโลกนี้ จะเป็นกี่ล้านกี่โกฏก็ตาม แม่ก็ไม่ยินดี และแม่จะยินดีมาก ถ้าลูกจะบวชให้แม่จนตายในผ้าเหลือง ไม่ต้องสึก ออกมามีเมีย นะลูกนะ" หลัง จากนั้นมารดาได้ถึงแก่กรรมลง ท่านจึงอยู่ในความดูแลของตากับยายขุนแก้ว อนึ่ง ยายของหลวงปู่ได้ฝันว่า เห็นหลานชายไปนั่งไปนอนอยู่ในดงขมิ้นจนเนื้อตัวเหลืองอร่ามน่าชม จึงได้มาร้องขอให้บวชเช่นเดียวกัน ท่านจึงรับปาก แล้วบวชพร้อมกับหลานยายอีกคน หนึ่ง ซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน และมีศักดิ์เป็นน้า ยายได้นำหลานทั้ง 2 คน ไปถวายตัวต่อ พระอุปัชฌาย์ที่ วัดโพธิ์ชัย ( มหานิกาย) ในหมู่บ้านนาโป่ง เพื่อฝึกหัดขานนาค ทำการบรรพชาเป็น สามเณรต่อไป

    ด้วยคำพูดของแม่ในครั้งนั้น เป็นเหมือนพรสวรรค์คอยเตือนสติอยู่ตลอดเวลา มันเป็นคำสั่ง ที่ก้องอยู่ในความทรงจำมิรู้เลือน จนในที่สุดท่านก็ได้บวชตามความประสงค์ของมารดาและใช้ชีวิต อยู่ในผ้าเหลืองจนตลอดอายุขัย

    หลวงปู่แหวน มีโรคประจำตัวคือ เป็นแผลเรื้อรังที่ก้นกบยาวประมาณ 1 ซม. มีอาการคัน ถ้าอักเสบก็จะเจ็บปวดมาก และอีกโรคหนึ่ง คือ เป็นต้อกระจกนัยน์ตาด้านซ้าย เป็นต้อหินนัยน์ตาด้าน ขวา หมอได้เข้าไปรักษาเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2518 ซึ่งรักษาแล้ว สุขภาพก็ยังแข็งแรงตามวัย แต่ ต่อมาปี 2519 ร่างกายเริ่มซูบผอม อ่อนเพลีย ฉันอาหารได้น้อย ขาทั้ง 2 เป็นตะคริวบ่อย ต่อมา 2520 สุขภาพทรุด ค่อนข้างซูบเหนื่อยอ่อน เวียนศีรษะถึงกับเซล้มลง และประสบอุบัติเหตุขณะครอง ผ้าจีวรในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2522 ซึ่งเป็นวันที่ทางวัดจัดงานผูกพัทธสีมา ส่งผลให้เจ็บบั้นเอวและ กระดูดสันหลัง ลุกไม่ได้ ต้องนอนอยู่กับที่ รักษาอยู่เดือนหนึ่ง ก็หายเป็นปกติ แต่เนื่องจากหลวงปู่อายุ มากแล้ว จึงมีอาการอาพาธมาโดยตลอด คณะแพทย์ก็คอยให้การรักษาด้วยดีเช่นกัน จนกระทั่งใน วัน อังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2528 เวลา 21.53 น. การหายใจครั้งสุดท้ายก็มาถึง หลวงปู่ท่านได้ละร่าง อันเป็นขันธวิบากไปด้วยอาการสงบ สิริรวมอายุได้ 98 ปี

    หลวงปู่แหวนท่านได้อธิษฐานจิตวัตถุมงคลต่างๆมากมายหลายรุ่น ล้วนมีประสบการณ์ด้านแคล้วคลาด ปลอดภัย เมตตามหานิยม

    สภาพสวยเดิมใหม่ผิวน้ำยาเดิมๆ พิมพ์คมโค้ดชัดลึก พระไม่ช้ำเก่าเก็บไม่ได้ใช้ครับ พุทธคุณหายห่วง เมตตาคลาดแคล้ว โภคทรัพย์ดีนักแล แบ่งให้บูชา 250 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  12. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472
    .

    รายการจัดส่ง แฟลช 24/01/2569


    1. คุณวิคิด TH040189GVN06L

    2. คุณคํามุก TH360389GVRE7C




    ***สรุปรายการที่ หน้า1 ครับผม***
    Tel: 086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    Line id : engiman_nu




    image-5600_587330d6-gif-gif-gif-gif-gif.gif image-5600_587330d6-gif-gif-gif-gif-gif.gif image-5600_587330d6-gif-gif-gif-gif-gif.gif image-5600_587330d6-gif-gif-gif-gif-gif.gif image-5600_587330d6-gif-gif-gif-gif-gif.gif
     
  13. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472
    4867.สวยเเชมป์ผิวเดิมๆ มหาลาภเรียกทรัพย์ กันภัยดีนักแล
    รูปหล่อพระอุปคุต วัดแตงเม หลวงปู่พิศดู เมตตาอธิษฐานจิต

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    [​IMG]

    [​IMG]
    รูปหล่อพระอุปคุต รุ่นเหลือกินเหลือใช้ วัดแตงเม จังหวัดจันทบุรี เนื้อทองผสมรมดำ ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2550 ที่ระลึกในพิธีหล่อพระอุปคุตจกบาตรมหาลาภ ขนาด 4ศอก


    พิธีพุทธาภิเษก
    => เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2550 ณ กลางแม่น้ำจันทบุรี บริเวณวัดแตงเม

    รายนามพระคณาจารย์

    - หลวงพ่อเขียน วัดกระทิง
    - หลวงพ่อหล่ำ วัดสามัคคีธรรม
    - หลวงพ่อคี้ วัดปากน้ำพังราช
    - หลวงพ่อนงค์ วัดทุ่งตาอิน เป็นต้น


    => วาระอธิษฐานจิตแบบบินเดี่ยว
    โดย หลวงปู่พิศดู ธมฺมจารี วัดเทพธารทอง




    ที่มาของรูปหล่อพระอุปคุต รุ่นเหลือกินเหลือใช้ วัดแตงเม

    วัดในจ.จันทบุรี ที่มีรูปพระมหาอุปคุตประดิษฐานอยู่อีกวัดหนึ่งก็คือ วัดแตงเม
    รูปหล่อพระมหาอุปคุตที่วัดนี้มีลักษณะเด่นที่สุดคือเป็น องค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขนาดหน้าตัก 4ศอก ปางจกบาตร

    ประวัติความเป็นมาของพระมหาอุปคุตของวัดนี้เท่าที่พอทราบคือ หลวงพ่อท่านเจ้าอาวาสวัดแตงเมซึ่งเป็นลูกศิษย์ขององค์หลวงปู่พิศดู ท่านได้มีประสบการณ์จากผ้ายันต์พระมหาอุปคุตรุ่นแรกที่หลวงปู่ได้ให้ไป ซึ่งผ้ายันต์นี้หลวงปู่บอกเองเลยว่า "ท่านพ่ออุปคุตมาเสกให้เองเลยนะ " หลวงพ่อองค์นั้นท่านได้เอาไปบูชาอธิษฐานต่อผ้ายันต์รุ่นนั้น ปรากฏว่าได้รับผลดีเป็นที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมากมายหลายประการ

    จึงมีความศรัทธาสร้างรูปหล่อพระมหาอุปคุตองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยขึ้นมา และได้เปิดให้ผู้ศรัทธาร่วมนมัสการทำบุญขอพรกับท่านพระมหาอุปคุตองค์ใหญ่นี้ได้ทุกวัน และในทุกปีจะมีงานเทศกาล ปิดทอง และตักบาตรท่านพระมหาอุปคุตในวันเพ็ญพุธขึ้น 15 ค่ำ ท่านใดที่ศรัทธาและเป็นสายท่านพระมหาอุปคุตไม่ควรพลาด ถ้ามีโอกาสขอเชิญไปทำบุญได้
    พระมหาอุปคุตที่วัดนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ถือได้ว่าเกี่ยวข้องกับองค์ หลวงปู่พิศดู โดยตรงครับ
    วัดแตงเมนี้ ตั้งอยู่ ต.วังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี และอยู่ห่างจากวัดพลวง
    (เขาคิชฌกูฏ) เพียง5 กิโลเมตร.



    สภาพสวยเดิมๆ สุดยอดชนวนโลหะศักดิ์สิทธิ์ ไม่ผ่านการใช้งาน คราบเบ้าเขม่าเดิมๆ พุทธศิลป์สวยงาม ทั้งเจตนาการสร้างที่บริสุทธิ์แบ่งให้บูชา 1,234 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)




    (คุณวิคิด จองแล้วครับ)




    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 มกราคม 2026 at 16:24
  14. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472
    4868.โชคลาภค้าขาย เสริมดวงชะตาราศี องค์ปฐมชินบัญชรแห่งเมืองล้านนา(๑)
    พระสังกัจจายน์หลังนางกวัก ครูบาอินโท อมตะเถราจารย์แห่งแผ่นดินล้านนาอภิญญาอภินิหาร

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    [​IMG]
    [​IMG]

    พระสังกัจจายน์หลังนางกวัก ครูบาอิน อินโท วัดฟ้าหลั่ง จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อผงพุทธคุณ ผสมมวลสารสำคัญคือ เกศา ผงธูป และจีวรเก่าของหลวงปู่ ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2543 ที่ระลึกในวาระที่หลวงปู่ครูบาอิน เจริญอายุครบ 99 ปี


    จัดสร้างถวายโดย
    - คณะศิษย์กองทัพอากาศ (ศิษย์ ทอ. สร้างถวาย) นำโดย นาวาอากาศตรี กนก แสงจันทร์ กรมแพทย์ทหารอากาศ กองบัญชาการสนับสนุนทางอากาศ ได้ขออนุญาตจัดสร้างพระผง จำนวน 5,999 องค์ โดยแจกกันในกลุ่มลูกศิษย์ ทอ. จำนวน 499 องค์ และถวายหลวงปู่ครูบาอิน เพื่อแจกและออกให้บูชา จำนวน 4,500 องค์


    วาระอธิษฐานประจุพลัง
    - ครูบาอิน อินโท วัดฟ้าหลั่ง ได้เมตตาอธิษฐานจิตให้อย่างยาวนาน ตั้งแต่ วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2543 จนถึงเดือน มกราคม พ.ศ. 2543 ก่อนจะนำออกแจกและให้เช่าบูชาในงานทำบุญอายุและสืบชะตาหลวงปู่ครูบาอิน วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543


    พุทธคุณ
    - เด่นด้านทางโชคลาภ ค้าขาย เสริมดวงชะตาราศี ความเจริญทางโภคทรัพย์ ของดีพุทธคุณสูง หลวงปู่ ครูบาอิน อินโท ท่านเปรียบดั่งองค์ปฐมชินบัญชรแห่งเมืองล้านนา





    *******************************************************

    หลวงปู่ครูบาอิน อินโท
    “พระครูวรวุฒิคุณ” หรือ “หลวงปู่ครูบาอิน อินโท” หรือ “ครูบาฟ้าหลั่ง-ฟ้าลั่น” อมตะมหาเถราจารย์แห่งนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ผู้สูงยิ่งด้วยศีล จริยาวัตร และพุทธาคม เชี่ยวชาญสรรพวิชาตามตำราโบราณล้านนา จนเป็นที่ประจักษ์ทั่วไป ดังคำกล่าวของบรรดาพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่ว่า


    “ขอเธอจงไปกราบครูบาอินที่เชียงใหม่และขอศึกษาวิชาจากท่านให้ดีๆ เถิด ท่านเป็นพระผู้เก่งกล้าสามารถมากจริงๆ” เป็นคำกล่าวของหลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร วัดโฆสิตาราม บ้านบ้านเเค ตำบลบางขุด อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท

    “ดีอยู่แล้ว ดีอยู่แล้ว พระของครูบาอิน ไม่ต้องเสกอะไรอีกแล้ว” เป็นคำกล่าวของหลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสุสานไตรลักษณ์ (ป่าช้าศาลาดำ) ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

    “จิตของครูบาอิน ประภัสสรยิ่งแล้ว” เป็นคำกล่าวของหลวงพ่อชม วัดโป่ง จังหวัดชลบุรี

    “ครูบาอิน ท่านมีจิตมีจิตบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งเลยทีเดียว” เป็นคำกล่าวของครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา (ครูบาวงศ์) วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

    “หลวงปู่ครูบาอิน วัดฟ้าหลั่งนั้น ดีที่หนึ่งเลย” เป็นคำกล่าวของหลวงปู่สิม พุทธาจาโร สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง ตำบลบ้านถ้ำ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

    “ครูบาอินท่านเป็นพระสุปฏิปันโน ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบนะ” เป็นคำกล่าวของหลวงพ่อดาบส สุมโน อาศรมไผ่มรกต บ้านลูกกลอน ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ฯลฯ


    สภาพสวยกล่องเดิมๆ พิมพ์คมชัดลึกพุทธคุณครอบครบ เมตตามหานิยม คลาดแคล้วดีนักแล แบ่งให้บูชา 260 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  15. วิคิด

    วิคิด เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2012
    โพสต์:
    810
    ค่าพลัง:
    +1,165
    จองครับ
     
  16. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472

    [​IMG]
     
  17. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472
    4869.ยอดมวลสารเทพรักษา อายุ 100ล้านปี สร้างน้อยหลักสิบ
    พระนางพญาฟอสซิลไดโนเสาร์ ยุคต้นๆ หลวงพ่อหนุน ทายาทธรรม ลพ.ฤาษีลิงดำ


    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    [​IMG]

    [​IMG]
    พระนางพญา หลังจารยันต์อุปัทเทยยะ ยุคต้นๆ หลวงพ่อหนุน วัดพุทธโมกพลาราม จังหวัดสกลนคร เนื้อฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์อายุ 100ล้านปี ดำเนินการจัดสร้างเมื่อปี พ.ศ.2558 - 2559

    จำนวนการสร้างน้อยมากเพียงหลักสิบองค์เท่านั้น


    *** สภาพสวยเดิมสมบูรณ์ ไม่มีหลุม เนื้อเต็มสมบูรณ์ ***



    องค์ท่านปู่ฤาษีฯ ได้เคยสั่งไว้ว่า..
    ถ้าศิษย์หลวงพ่อหนุน เกิดมีปัญหา
    หรือมีว่าอุปสรรคอันใดในทางโลก
    และทางธรรมฯ
    ขอให้นึกถึงท่านปู่ ท่านจะมาช่วย
    ศิษย์หลวงพ่อหนุนทุกคน



    คาถาอาราธนาวัตถุมงคลของหลวงพ่อหนุน สุวิชโย
    "ตั้งนะโม ๓ จบ"
    อุปัจเทยยะ อาจาริยะ สุวิชโย วิสุทธิเทวา ประสิทธิเม มหาพรหมมา มหาเทวา รักขันตุ สัพพะทา"


    พุทธคุณวัตถุมงคลของท่าน
    - อธิษฐานขอได้ทุกเรื่องสมปรารถนาทุกประการ ทั้งมหาอุด ทั้งมหาลาภและเมตตามหานิยม โชคลาภ ร่ำรวย ค้าขาย เงินทอง แคล้วคลาดปลอดภัย และเนื้อฟอสซิล100ล้านปี หลวงพ่อเคยบอกไว้เป็นของศักดิ์สิทธิ์และมีเทวดารักษาอยู่ในฟอสซิลอยู่แล้ว สาธุๆๆคับ



    สภาพสวยเดิมๆ เนื้อหามวลสารยอดเยี่ยม การอธิษฐานจิตครบถ้วน พุทธคุณครอบครบ แบ่งให้บูชา 888 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 มกราคม 2026 at 00:51
  18. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472

    [​IMG]
     
  19. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472
    4870.สวยเดิมๆ มงคลวัตถุแห่งพระอริยเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ เหรียญรุ่น14
    พระอาจารย์วัน อุตฺโม พระอรหันต์เจ้าแห่งภูผาเหล็ก ศิษย์พระกรรมฐานหลวงปู่มั่น

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    268_1288500731.jpg_123.jpg

    -71d0d0e22770fd9a.jpg

    เหรียญ รุ่น14 พระอาจารย์วัน อุตฺโม (พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร) วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม อ.ส่องดาว จังหวัดสกลนคร เนื้อทองแดงรมดำ ดำเนินการจัดสร้างเมื่อปี พ.ศ.2519

    สร้างถวายโดย :

    - สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์



    +++++++++++++++++++++++++++++++++++


    ประวัติและปฏิปทา พระอาจารย์วัน อุตฺตโม

    พระอาจารย์วัน เกิดวัน ๑ ฯ ๖ ๙ ปีจอ (วันอาทิตย์ แรม ๖ ค่ำ เดือน ๙) ตรงกับวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๕ บ้านตาลโกน ตำบลตาลโกน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
    บิดาชื่อ นายแหลม สีลารักษ์ และมารดาชื่อ นางจันทร์ (มาริชิน) สีลารักษ์
    นายแหลมและนางจันทร์ มีบุตรด้วยกัน ๒ คน คือ
    ๑. พระอาจารย์วัน อุตฺตโม
    ๒. นายผัน สีลารักษ์

    ๏ สมัยออกบรรพชา

    เมื่อ สิ้นร่มโพธิ์ร่มไทรลงแล้วพระอาจารย์วัน ก็เริ่มมีชีวิตอยู่อย่างว้าเหว่ แม้ว่าตระกูลของปู่เป็นพระกลที่พอมีอันจะกินตามฐานะของชาวชนบท แต่ความรู้สึกภายในที่ประสบกับความพลัดพรากจากไปของบิดามารดาผู้ให้กำเนิด ผู้เอาอกเอาใจ ผู้ให้ความอบอุ่น ผู้ปกป้อรักษาในทุกๆ ด้าน ก็คงมีสภาพไม่ผิดอะไรกับคนที่มีบ้านใหญ่โต แต่ถูกพายุหนุนหอบไปกับสายลม แม้จะมีหน่วยสงเคราะห์ให้ความเมตตาก็ไม่สามารถูกดแทนความอาลัยนั้นได้ จึงทำให้เด็กชายวันคิดถึงร่มผ้ากาสาวพัสตร์ เพราะขณะที่บิดาของท่านกำลังเจ็บหนัก ได้สั่งเสียไว้ว่า

    “เมื่อออกโรงเรียนแล้ว ขอให้ลูกบวชให้พ่อ ก่อนจะคิดเรื่องอื่นๆ จะอยู่ได้ในศาสนานานเท่าไรไม่บังคับ”

    คำ สั่งเสียนี้แหละเป็นเครื่องกระตุ้นอันสำคัญอีกแรงหนึ่งที่ทำให้เด็กชายวัน ตัดสินใจออกบวช วันหนึ่งจึงเข้าไปกราบลาปู่โดยกล่าวสั้นๆ ว่า “ขอไปบวช” ปู่ได้ยินหลานมาออกปากกราบลาอยู่ซึ่งหน้าเช่นนั้น ถึงกับพูดไม่ออก เพราะความรักความอาลัยในหลาน แต่พระอาจารย์วันก็ไม่ลดละความพยายาม ผลสุดท้ายปู่ก็จำต้องอนุญาตให้บวชด้วยความอาลัย
    เมื่อตัดสินใจบวชแน่นอนแล้วพระอาจารย์วัน ได้ถูกนำตัวไปฝากไว้กับ ท่านพระอาจารย์วัง ฐิติสาโร วัดอรัญญิกาวาส บ้านม่วงไข่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านตาลโกนไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ในการไปบวชครั้งนี้ก็ได้ให้เงินติดตัวไปด้วย ๑ บาท เพราะเห็นว่าไม่จำเป็นในการใช้จ่ายมากนัก เมื่อไปอยู่วัดระยะแรกๆ ก็ยังไม่รีบร้อนอะไร เพราะตามธรรมดาเด็กที่ไปอยู่วัดกรรมฐาน จะต้องได้รับการฝึกให้รู้จักข้อวัตรปฏิบัติต่างๆ ให้เป็นเสียก่อน หมายความว่าเด็กจะได้รับการอบรมในข้อวัตรต่างๆ เช่นการปฏิบัติตนต่อพระภิกษุสามเณร ต่อบุคคลโดยทั่วไป รวมทั้งกิริยามารยาทในอิริยาบถต่างๆ ตลอดจนการฝึกหัดนั่งสมาธิภาวนาไปด้วยเป็นเวลาหลายเดือน บางคนเป็นปีหรือหลายปี แล้วแต่อาจารย์จะเห็นเหมาะสม เพราะถ้าหากได้รับการฝึกหัดดีแต่เบื้องต้น เมื่อบวชเข้ามาแล้ว อาจารย์ก็ไม่ต้องยุ่งยากลำบากในการแนะนำสั่งสอนบ่อยๆ

    สำหรับ พระอาจารย์วัน พอไปอยู่วัดไม่นาน ท่านพระอาจารย์วัง ฐิติสาโร ก็บอกให้ท่องคำขอบรรพชา ประจวบกับโอกาสอำนวย กล่าวคือขณะที่กำลังท่องคำขอบรรพชาอยู่นั้นพอดี ท่านเจ้าคุณพระราชกวี ต่อมาได้เลื่อนเป็น พระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) กลับจากไปงานผูกพัทธสีมาที่วัดสุปัฏนาราม จังหวัดอุบลราชธานี แวะพักที่วัดศรีบุญเรือง บ้านงิ้ว ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน ท่านพระอาจารย์วัง จึงนำไปบวช ณ วัดศรีบุญเรือง เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ (ขณะนั้นพระอาจารย์วันมีอายุ ๑๕ ปี) โดยมีพระราชกวี เป็นพระอุปัชฌายะ

    เมื่อ ได้รับการบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว พระอาจารย์วัน ได้กลับไปจำพรรษาอยู่ที่วัดอรัญญิกาวาส 2 พรรษา จากนั้นท่านพระอาจารย์วังก็พาท่านออกเที่ยววิเวกตามสถานที่ต่างๆ เมื่อใกล้เข้าพรรษาพระอาจารย์ก็พาไปจำพรรษาที่วัดป่าบ้านสามผง ตำบลสามผง อำเภอท่าบ่อศรีสงคราม อีก ๒ พรรษา รวมเป็นเวลา ๔ พรรษา ที่ได้อบรมในทางปฏิบัติอยู่กับท่านพระอาจารย์วัง พอย่างเข้าพรรษาที่ ๕ จึงกราบลาอาจารย์เพื่อไปศึกษาทางฝ่ายปริยัติธรรมที่วัดสุทธาวาส อันที่จริงวัดสุทธาวาสในสมัยนั้นก็เป็นวัดป่า ฉันอาหารมื้อเดียว ข้อวัตรปฏิบัติต่างๆ ก็เหมือนวัดป่าทุกอย่าง เพียงแต่เพิ่มการศึกษาปริยัติธรรมเข้าไปเท่านั้น

    การศึกษาด้าน ปริยัติธรรมของพระอาจารย์วัน ได้เริ่มต้นเรียนนักธรรมชั้นตรีที่วัดสุทธาวาสนี้ ระหว่างสอบนักธรรม ฝรั่งได้เอาเครื่องบินมาทิ้งระเบิดเมืองสกลนคร ชาวเมืองต้องหลบภัยหนีไปอยู่นอกเมือง ปล่อยให้เป็นเมืองร้างไประยะหนึ่ง แต่ญาติโยมก็ได้จัดอาหารแห้งไปมอบให้สามเณรทำอาหารถวายพระ โดยเฉพาะ คุณโยมนุ่ม ชุวานนท์ พร้อมด้วยคณะญาติ ได้มอบอาหารไว้สำหรับทำถวายพระเณรทุกๆ เช้า

    ในขณะที่บ้านเมืองกำลัง ประสบภัยสงครามคล้ายบ้านแตกสาแหรกขาดเพราะอำนาจลูกระเบิดฝรั่ง ดูเป็นภัยที่น่าสะพรึงกลัวอย่างหนึ่งในสมัยนั้น จึงมีเรื่องแปลกๆ ขำๆ มาเล่าสู่กันฟังในภายหลังได้เสมอแม้แต่เรื่องเกี่ยวกับพระอาจารย์วันก็มี เช่นกัน กล่าวคือ ภิกษุสามเณรต่างก็ขุดหลุมหลบภัยกันตามคำแนะนำของทางราชการบ้านเมือง พระอาจารย์วัน ซึ่งขณะนั้นยังเป็นสามเณรก็ขุดหลุมหลบภัยกับเขาเช่นกัน แต่แทนที่จะขุดเป็นหลุมใหญ่เช่นคนอื่นๆ กลับขุดเป็นหลุมเล็กๆ ลงไปได้เฉพาะคนเดียว

    วันหนึ่งขณะที่เครื่องบินกำลังบ่ายโฉมหน้าจะมา ทิ้งระเบิดเช่นเคย เสียงเตือนภัยทางอากาศก็ดังกังวานขึ้น ประชาชนพลเมืองพระเณรต่างก็วิ่งเข้าที่หลบภัยกันจ้าละหวั่นด้วยความตกใจ พระสงฆ์บางองค์วิ่งไปลงหลุมของคนอื่นเลยถือโอกาสหลบอยู่เลยก็มีหลุมหลบภัย ของสามเณรวันขณะที่ต่างคนต่างเอาตัวรอดนั้นปรากฏว่ามีพระสงฆ์โจนลงไปหลบภัย อยู่ก่อนแล้วสามองค์ สามเณรวันจึงลงไปอัดอยู่เป็นองค์ที่สี่ หลุมหลบภัยที่ทำไว้เฉพาะคนเดียวเมื่ออัดเข้าไปถึงสี่ ท่านผู้อ่านก็นึกภาพเอาเองก็แล้วกันว่าจะอยู่กันในสภาพเช่นไรที่ร้ายไปกว่า นั้นบางองค์วิ่งเข้าไปในกอไผ่พอเครื่องบินกลับไปแล้วออกมาไม่ได้ ต้องร้อนถึงพระสงฆ์องค์อื่นต้องใช้มีดถางให้ออกมาก็มีสัญชาตญาณการหนีภัยโดย เฉพาะมรณภัยนั้น สัตว์ทุกหมู่เหล่ากลัวกันทั่วทุกชีวิต เพราะจะกลัวอะไรก็แล้วแต่ ย่อมมาสรุปรวมลงที่กลัวตายนั่นเอง

    เมื่อ เสร็จจากการสอบนักธรรมแล้ว พระสิงห์ ธนปาโล ที่เคยอยู่ด้วยกันกับท่านอาจารย์ยังได้ไปแวะเยี่ยม และชวนพระอาจารย์วัน ไปด้วย เพื่อไปศึกษาอบรมกับ ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ซึ่งเป็นหัวหน้าใหญ่ฝ่ายกรรมฐาน แล้วในที่สุดพระอาจารย์วัน ได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับพระอาจารย์เสาร์ ที่วัดป่าบ้านท่าฆ้องเหล็ก ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองอุบลราชธานี ขณะที่ไปอยู่กับพระอาจารย์เสาร์ นั้นยังท่องหลักสูตรนักธรรมชั้นโทไปด้วย พระอาจารย์เสาร์ ได้กำชับว่าสามเณรที่มีอายุ ๑๙ ปี ต้องท่องปาติโมกข์ให้ได้ จึงจะให้ไปเรียนนักธรรม พระอาจารย์วัน ก็ท่องปาติโมกข์อยู่ประมาณ ๒๐ วัน จึงขึ้นใจ

    ต่อจากนั้นจึงกราบลาพระอาจารย์เสาร์ ไปเข้าเรียนนักธรรมต่อที่วัดพระแก้วรังษี อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีพระพิบูลสมณกิจ (เก้า) เป็นเจ้าอาวาส พระอาจารย์วัน อาศัยอยู่กับท่านพระครูบุณฑริกบรรหาร (ทองดำ) เมื่อถึงเวลาสอบนักธรรมต้องเดินทางไปสอบที่ กิ่งอำเภอบุณฑริก ซึ่งปัจจุบันทางราชการได้ยกขึ้นเป็นอำเภอบุณฑริกแล้ว พอเสร็จจากการสอบนักธรรมกลับไปที่อำเภอพิบูลมังสาหารได้ไม่กี่วันก็เป็นไข้ มาเลเรีย เพราะในยุคนั้นไข้มาเลเรียชุกชุมมาก ยาควินินก็หาซื้อได้ยากเพราะอยู่ในระยะสงครามโลกครั้งที่ ๒

    ต่อจาก นั้น พระสิงห์ ธนปาโล ได้พาไปเยี่ยมญาติของท่านที่บ้านโนนยาง อำเภอยโสธร ระหว่างที่พักอยู่ราวป่าใกล้บ้านนั้นเอง พระสิงห์ได้ขอร้องพระอาจารย์วัน ให้บวชเป็นพระ โดยให้ญาติผู้ใหญ่ของพระสิงห์เป็นผู้จัดบริขาร ตามความรู้สึกของพระอาจารย์วัน ต้องการที่จะอุปสมบทเมื่ออายุ ๒๕-๒๖ ปี คือไม่ปรารถนาจะแก่พรรษากว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน จึงเรียนความขัดข้องในใจของท่านเองต่อพระสิงห์ แต่พระสิงห์ไม่เห็นด้วย พระอาจารย์วัน จึงเสนอวิธีใหม่คือขอลาสิกขาไปเที่ยวสนุกก่อนประมาณ ๑๕ วัน จึงค่อยบวชเป็นพระ ฝ่ายพระสิงห์ท่านก็ไม่ยอมเช่นเคย ญาติพี่น้องทางบ้านก็ไม่ได้ข่าว

    ผลสุดท้ายจึงต้องตัดสินใจบวชเป็นพระ สนองเจตนาดีของพระสิงห์ท่าน โดยเดินทางไปอุปสมบท ที่วัดสร่างโศก (วัดศรีธรรมาราม ในปัจจุบัน) อำเภอยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕ เวลา ๑๖.๑๐ น. โดยมีพระครูจิตตวิโสธนาจารย์ เป็นพระอุปัชฌายะ และพระมหาคล้าย วิสารโท เป็นพระกรรมวาจาจารย์

    บวช เสร็จแล้วกลับไปที่อยู่เดิม ต่อมาไม่นานนักก็ได้ทราบข่าวการมรณภาพของท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล จึงได้พากันเดินทางไปนมัสการศพของท่านที่วัดบูรพาราม จังหวัดอุบลราชธานี

    ระหว่าง เดือน ๔ คณะของพระอาจารย์วัน ได้เดินทางกลับจังหวัดสกลนคร ขึ้นรถยนต์บ้าง เดินเท้าบ้าง ในระหว่างเดินทางนั้นต่างก็เป็นไข้จับสั่นกันทั่วหน้า เวลาไข้จะห่มผ้าหนาเท่าไรก็ไม่อุ่น ต้องนั่งชันเข่าก้มศีรษะลงหายใจให้กระทบหน้าอก จึงจะรู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นบ้าง

    พ.ศ. ๒๔๘๕ พระอาจารย์วัน พักจำพรรษาอยู่ที่วัดสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ในปีนั้น พระอาจารย์พรหม จิรปุญฺโญ มาพักจำพรรษาปกครองพระเณรพระอาจารย์วัน อุตฺตโม ได้พักอยู่กุฏิใกล้ท่านจึงได้มีโอกาสอุปัฏฐากและรับโอวาทจากท่าน วันหนึ่งพระอาจารย์พรหมถามท่านว่าจะเรียนไปถึงไหน พระอาจารย์วัน ก็กราบเรียนท่านว่า สำหรับฝ่ายปริยัติธรรมจะเรียนให้จบนักธรรมชั้นเอก ฝ่ายบาลีถ้าสอบได้ประโยค ป.ธ. ๓ แล้วจะเรียนต่อให้ได้ถึงประโยค ป.ธ. ๙ เพราะการเล่าเรียนของฝ่ายพระจัดหลักสูตรไว้ ๒ แผนก นอกจากนี้เป็นการศึกษาเพิ่มเติมพิเศษพระอาจารย์พรหม จึงถามว่า ถ้าเรียนไม่ได้ตามความตั้งใจจะทำอย่างไร พระอาจารย์วัน ก็ยังยืนยันกับท่านพระอาจารย์พรหม ว่า จะเรียนให้สอบได้ปีละชั้น เพราะยังเชื่อมั่นในมันสมองของท่านเอง พระอาจารย์พรหมถามต่อไปอีกว่า เมื่อหยุดการเรียนแล้วจะทำอะไรต่อไป พระอาจารย์วันก็กราบเรียนต่อท่านว่าจะตั้งใจปฏิบัติเหมือนอย่างท่านอาจารย์ ทุกประการ พระอาจารย์พรหมก็หัวเราะ

    เมื่อออกพรรษาแล้วพระอาจารย์วัน ได้เดินทางไปรับใบคัดเลือกทหารที่อำเภอสว่างแดนดิน แล้วเดินทางลงไปสอบนักธรรมเอกที่กิ่งอำเภอบุณฑริกจังหวัดอุบลราชธานี สอบเสร็จแล้วได้ออกมาพักที่วัดภูเขาแก้วอำเภอพิบูลมังสาหาร ซึ่งที่นั่นท่านพระครูบุณฑริกได้ล้มป่วยเป็นไข้จับสั่นอย่างแรง ท่านจึงมอบภาระให้พระอาจารย์วันทำบัญชีนักธรรมแทนท่าน ทั้งยังให้เป็นกรรมการดำเนินการสอบนักธรรมแทนท่านด้วย เมื่อเสร็จธุระแล้วจึงเดินทางกลับสกลนครเพื่อคัดเลือกทหารในปี พ.ศ. ๒๔๘๖ ครั้งนั้นการคัดเลือกทหารกระทำกัน ๒ ครั้ง การคัดเลือกครั้งแรกพระอาจารย์วัน อยู่ในประเภทดีหนึ่งประเภทสอง ต่อเมื่อกัดเลือกครั้งที่ ๒ จึงได้เอาใบประกาศนักธรรมชั้นโทไปขอยกเว้น

    ใน ปีนั้นอาการป่วยเป็นไข้มาเลเรียของพระอาจารย์วัน ได้ทวีความรุนแรงขึ้น จึงจำเป็นต้องพักจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าคามวาสี บ้านตาลโกน อันเป็นมาตุภูมิ เพื่อรักษาสุขภาพ ก่อนเข้าพรรษาได้ถูกขอร้องไปเป็นครูสอนนักธรรมที่สำนักเรียนวัดสุทธาวาสและ วัดชัยมงคลเพราะในสมัยนั้นหาพระที่มีภูมินักธรรมเอกได้ยากมาก แต่พระอาจารย์วัน ก็ไปไม่ได้เพราะสุขภาพไม่อำนวย อาการป่วยก็สามวันดีสี่วันร้าย ถึงกับมีอาการของความจำเสื่อมเป็นบางครั้ง

    ขณะ ที่ท่านพักจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าคามวาสี ๒ พรรษานี้ ตามที่ได้ยินจากพระผู้ใกล้ชิดและจากบันทึกของท่านเอง ปรากฏว่าในระหว่างนั้น ท่านต้องต่อสู้กับความคิดของตนเองอย่างหนักที่สุดในชีวิตพรหมจรรย์ เพราะล่วงมาถึงขณะนี้ความรู้ก็มีพอที่จะไปเป็นตำรวจหรือเป็นอะไรได้ หลายอย่าง สำหรับชีวิตทางฆราวาส อีกอย่างหนึ่งในขณะนั้นอายุท่านก็ยังน้อย คือมีอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น ความคิดจึงโลดแล่นไม่ผิดอะไรกับวิหคที่โผผินอยู่ในอากาศ หาจุดหมายปลายทางได้ยากยิ่ง จิตของท่านจึงผันแปรไปตามอารมณ์ ถ้าจะเรียนบาลีต่อก็คงไปได้ไกล หรือจะตั้งโรงเรียนสอนนักธรรมก็จะเป็นกำลังของหมู่คณะได้ดีหรือจะตั้งใจออก ประพฤติปฏิบัติทางกรรมฐานก็มีทางเลือกได้หลายทาง

    จากบันทึกของท่าน เองท่านมีความคิดอีกประการหนึ่งว่าการที่จะเรียนบาลีต่อ สุขภาพก็ไม่อำนวย และการเรียนบาลีท่านก็เคยเรียนมาแล้วแต่ครูสอนไม่จบ
    แต่ทางด้าน ฆราวาส ท่านพิจารณาเห็นว่าเป็นบ่อนแห่งการทำความชั่วนานาประการ ผู้จะตั้งตัวเป็นฆราวาสอย่างสมบูรณ์มีน้อยมาก คิดดูแล้วชีวิตนี้คงทนไปได้ไม่นานเท่าไรก็ถึงวันตาย ความดีที่จะสร้างขึ้นแก่ตนมีน้อยที่สุด ครั้นหันมาพิจารณาทางเพศนักบวช ถ้าจะครองตนอยู่อย่างงูๆ ปลาๆ โดยไม่ถูกกิจของสมณเพศแล้วท่านก็ได้ว่าเป็นฆราวาสเสียดีกว่า แต่เมื่อคิดถึงประวัติของพระอริยเจ้าทั้งหลายในปางก่อน สมัยพุทธกาลผู้บวชเข้ามาล้วนแล้วแต่บวชเพื่อปฏิบัติตนให้พ้นไปจากวัฏทุกข์ ทั้งสิ้น ในที่สุดท่านจึงตัดสินใจศึกษาหาทางปฏิบัติต่อไป

    ๏ สมัยศึกษาทางปฏิบัติ

    ระหว่างเดือน 3 พระอาจารย์วัน ได้ไปบ้านม่วงไข่ คือบ้านที่ไปมอบตัวเป็นนาคครั้งแรก ท่านได้ไปชวนพระที่คุ้นเคยกันคือ พระบานิต สุรปญฺโญ (ต่อมาเป็นพระครูญาณวิจิตร) เพื่อออกไปเที่ยววิเวกเจริญสมณธรรม พระบานิตก็มีความยินดีด้วยทุกประการ หลายวันต่อมาพระบานิตก็ได้มาหาพระอาจารย์วัน ที่วัดป่าคามวาสี แล้วออกเดินทางไปด้วยกันแต่เพียง 2 รูป โดยไม่ยอมให้ใครติดตามไปด้วยเพราะกลัวว่าจะทำให้เกิดความยุ่งยากในภายหลัง ดังนั้นจึงต้องเลือกผู้ที่มีอัธยาศัยเด็ดเดี่ยว อดทนต่อความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ที่จะเกิดเฉพาะหน้าทุกสภาวะ เนื่องจากเป็นการไปโดยไม่มีกำหนดกลับ ทั้งยังไม่กำหนดสถานที่ไปอันแน่นอนด้วย

    ครั้งแรกออกเดินทางไปพักที่ วัดโชติการาม บ้านประทุมวาปี วัดนี้อยู่ไม่ไกลจากวัดถ้ำอภัยดำรงธรรมที่พระอาจารย์วัน สร้างขึ้นภายหลังมากนัก สมัยนั้นพระอาจารย์สีลา เทวมิตฺโต ซึ่งเคยอยู่ร่วมกันกับพระอาจารย์วันมาก่อน ได้ถามถึงที่ที่จะไป แต่ท่านก็บอกไม่ได้ พักที่วัดนั้น 1 คืน รุ่งเช้าฉันเสร็จแล้วก็ออกเดินทางไปพักที่วัดธาตุฝุ่น บ้านคำเจริญ พักอยู่ที่นั้นได้ 3-4 คืนจึงปรึกษาทางที่จะไปข้างหน้ากับพระบานิตที่มาด้วยกัน แต่ระหว่างนั้นสงครามอินโดจีนตามชายแดนยังไม่สงบดี จึงตัดสินใจเดินทางกลับมาพักที่วัดโชติการามอีก 1 คืน แล้วออกเดินทางไปแวะพักที่ภูลอมข้าว บ้านนาเชือก ในวันต่อมาลุถึงวัดป่าบ้านหนองผือ หรือปัจจุบันเรียกว่า วัดป่าภูริทัตถิราวาส ตำบลนาใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ที่วัดนี้ ท่านพระอาจารย์หลุย จนฺทสาโร เป็นประธาน พระแสง และสามเณรบุญจันทร์ พร้อมทั้งชาวบ้านทำลังทำสถานที่คอยรับท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทตฺโต ซึ่งชาวบ้านบางส่วนกำลังไปรับท่านอยู่ และจะมาถึงในไม่กี่วันนี้ จึงนับเป็นโชคลาภอันยิ่งใหญ่ เพราะพระอาจารย์วัน ได้ตั้งประณิธานไว้ว่าจะพยายามถวายตัวเป็นอุปัฏฐากท่านเพื่อเป็นบุญนิธิแก่ ตน

    ปณิธานนี้ พระอาจารย์วัน ได้เคยปรารภกับเพื่อนพระภิกษุเป็นเวลาหลายปีล่วงมาแล้ว เมื่อพักช่วยทำงานอยู่ที่นั้นเป็นเวลา 3-4 คืน พระอาจารย์หลุย ได้ปรารภกับพระอาจารย์วันว่า สำหรับท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่นนั้น เมื่อท่านไปพักสถานที่ใดถ้ามีพระมากท่านมักจะพักอยู่ไม่นานท่านพระอาจารย์ หลุย จึงบอกให้พระอาจารย์วัน และพระบานิต ที่มาใหม่ออกไปพักเสียที่อื่น เรื่องนี้จึงเป็นความผิดหวังของพระอาจารย์วัน และพระบานิตเป็นอย่างมาก รุ่งเช้าฉันเสร็จพระอาจารย์วัน กับพระบานิตจึงออกเดินทางไปพักที่บ้านนาใน เมื่อฉันจังหันเสร็จแล้วก็กลับไปช่วยงานท่านพระอาจารย์หลุย ทุกๆ วัน จนถึงวันที่ท่านพระอาจารย์มั่นมาถึง ครั้นท่านมาถึงแล้วก็ได้ไปฟังคำอบรมจากท่านเสมอ

    ต่อมาท่านพระอาจารย์ มั่น ได้รับฟังจากคณะอุบาสกอุบาสิกาว่าทางเจ้าคณะอำเภอพรรณานิคมเคยหวงห้ามไม่ให้ พระทางวัดป่าไปพักในวัดนั้น เรื่องนี้คล้ายๆ กับว่าบุญได้ช่วยพระอาจารย์วัน กับพระบานิต เพราะท่านพระอาจารย์มั่น ได้จัดให้ พระแสงและอุบาสกอีกคนหนึ่งชื่ออาจารย์เสนอไปรับเอาพระอาจารย์วัน และพระบานิต เข้าไปอยู่ด้วย พระอาจารย์วันก็ได้ถือนิสัยอาศัยอยู่กับท่านมาเรื่อย ๆ ต่อมาพระบานิตเป็นห่วงเรื่องการสอบนักธรรมจึงได้กลับไปบ้านม่วงไข่พระ อาจารย์วัน กับพระบานิต จึงจากกันตั้งแต่วันนั้น

    พ.ศ. 2488 พระอาจารย์วัน ได้อยู่จำพรรษาร่วมกับพระอาจารย์มั่น ที่วัดภูริทัตถิราวาส บ้านหนองผือ การอยู่ก็อยู่ด้วยการหวั่นวิตกในตนอยู่เสมอจนแทบหายใจไม่เต็มปอด เพราะความกลัวในท่านอาจารย์ใหญ่มีมากเหลือเกิน ไม่ทราบว่าท่านจะขับไล่ให้ออกจากสำนักของท่านในวันไหน เบื้องต้นพระอาจารย์วัน ต้องอาศัยคำแนะนำจากพระคำไพ สุสิกฺขิโต ซึ่งเป็นผู้ติดตามอุปัฏฐากท่านพระอาจารย์มั่นมาแต่บ้านห้วยแคนและพระอาจารย์ มนูในการทำข้อวัตรอุปัฏฐากครูบาอาจารย์นั้น พระอาจารย์วัน ได้เคยฝึกมาบ้างแล้วตั้งแต่ครั้งยังอยู่กับพระอาจารย์วังผู้เป็นอาจารย์ดั้ง เดิม แต่ถึงกระนั้นก็ยังงงอยู่มาก เพราะการปฏิบัติพระอาจารย์ผู้ใหญ่กับการปฏิบัติพระอาจารย์ผู้น้อยย่อมต่าง กันสำหรับพระอาจารย์ผู้ใหญ่ สิ่งที่จะพึงปฏิบัติต่อท่านมีมาก ต้องสังเกตไปศึกษาไป และอาศัยเพื่อนที่เคยอุปัฎฐากท่านมาก่อน ระหว่างก่อนเข้าพรรษา มีพระเณรเข้ามาหาท่านพระอาจารย์มั่นแทบทุกวัน เมื่อมารวมกันมากเข้า ท่านก็บอกให้ขยายออกไป เหตุการณ์เป็นอยู่อย่างนี้เสมอ

    วันหนึ่งเหตุการณ์ที่หวั่นวิตกได้เกิดขึ้นแก่พระอาจารย์วัน และพระภิกษุสามเณรอื่น ๆ กล่าวคือเมื่อท่านให้การอบรมแล้วท่านสั่งให้ขยายกันออกไป ไม่ควรอยู่รวมกันมากๆ เพราะไม่ได้ความวิเวกการบำเพ็ญเพียรก็ไม่สะดวก มาอยู่กันมากๆ ก็เหมือนกับหมู่แร้งหมู่กาที่อึงคนึงรุมกินซากสัตว์

    พอรุ่งเช้าฉันจังหันเสร็จท่านได้ถามพระอาจารย์หลุยว่า ใครบ้างจะออกไปวันนี้ พระอาจารย์หลุย ก็รายงานให้ท่านทราบว่าองค์นั้นๆ จะออกไปโดยมีรายชื่อพระอาจารย์วัน อยู่ด้วยองค์หนึ่ง ครั้งนี้ทำให้พระอาจารย์วัน เกือบสิ้นท่าเหมือนกัน เพราะพระอาจารย์วัน ก็ยังไม่ได้ตกลงอะไรเลยกับพระอาจารย์หลุย ระหว่างนั้นพระคำไพได้ถูกออกไปแล้ว ได้พระอาจารย์เนตร กนฺตสีโล มาทำหน้าที่อุปัฏฐากแทน ขณะนั้นพระอาจารย์มั่นกำลังไปห้องน้ำอยู่ พระอาจารย์วัน จึงปรึกษากับพระอาจารย์เนตร ท่านให้ความเห็นว่า ควรกราบเรียนท่านอาจารย์ใหญ่ตามความประสงค์ของเรานั่นแหละดี เมื่อมีผู้ให้กำลังใจอย่างนี้ ถึงแม้ว่าพระอาจารย์วัน จะมีความสะทกสะท้านเกรงกลัวในท่านสักปานใดก็ต้องกล้าเพราะความจำเป็น

    ดัง นั้นเมื่อพระอาจารย์มั่นกลับออกมาจากห้องน้ำ นั่งลงบนอาสนะเรียบร้อยแล้ว พระอาจารย์วัน จึงเข้าไปกราบเรียนให้ท่านทราบถึงความจริงใจทุกประการ ท่านพระอาจารย์มั่นนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดว่า “ตามใจของคุณ” เมื่อพระอาจารย์วันได้รับมธุรสอย่างนี้แล้วก็บังเกิดความปิติยินดีเป็นล้น พ้น ท่านมีความปลื้มใจอย่างสุดซึ้ง ไม่ผิดอะไรกับได้ถอนดาบที่เสียบแทงอยู่ที่อกออกได้ฉันนั้น

    วันหนึ่ง เวลากลางคืน พระอาจารย์วัน กับพระอาจารย์เนตร ได้เข้านวดถวายท่านพระอาจารย์มั่น การถวายการนวดได้ล่วงเลยเวลาไปจนถึงตี 3 ท่านพระอาจารย์มั่นจึงเข้าห้อง ท่านจะทดลองน้ำใจของพระอาจารย์วันหรืออย่างไรไม่ทราบ แต่พระอาจารย์วันก็มีความยินดีต่อการอุปัฏฐาก อย่างไรก็ดีในวันต่อมาก็เป็นการนวดธรรมดา คงแปลกไปแต่ดังกล่าวเพียงวันเดียวเท่านั้น

    ปีนั้น พระที่อยู่จำพรรษากับท่านพระอาจารย์มั่น ที่วัดป่าบ้านหนองผือ มีพระอาจารย์หลุย พระอาจารย์มนู พระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน พระอาจารย์อ่อนสา พระอาจารย์เนตร กนฺตสีโล พระอาจารย์วัน อุตตโม สามเณรดวง และผ้าขาวเถิง เมื่อได้อธิษฐานพรรษาแล้วพระอาจารย์วัน เกิดความมั่นใจขึ้นมาเป็นอันมาก บรรดาพระที่จำพรรษาด้วยกันในปีนั้นพระอาจารย์วัน อุตฺตโม เป็นผู้มีอายุพรรษาน้อยกว่าเพื่อน ฉะนั้นพระอาจารย์วัน จึงต้องทำหน้าที่อย่างหนักทุกประการ คือ

    1. ทำข้อวัตรอุปัฏฐากพระอาจารย์มั่น เพื่อช่วยพระอาจารย์เนตรอีกแรงหนึ่ง
    2. รักษาความสะอาดและจัดแจงศาลาโรงฉัน
    3. ตักน้ำ
    4. ดูแลน้ำร้อน
    5. ควบคุมดูแลสิ่งของที่จะจัดถวายครูบาอาจารย์
    6. ต้อนรับแขกที่มาหาครูบาอาจารย์

    ภาระ ทั้งหลายเหล่านี้ถึงแม้ไม่ใช่เป็นภาระของพระอาจารย์วัน แต่ผู้เดียว แต่พระอาจารย์วัน ก็เป็นผู้รับทำมากกว่าเพื่อน โดยเฉพาะเรื่องการอยู่ปฏิบัติอุปัฏฐากพระอาจารย์มั่นนั้น พระอาจารย์วันได้อาศัยท่านพระอาจารย์มนู พระอาจารย์มหาบัว และพระอาจารย์เนตร เป็นผู้แนะนำอยู่ตลอดเวลาจึงไม่บังเกิดความผิดพลาด ซึ่งต่อมาต่างก็ได้อาศัยซึ่งกันและกันในภายหลัง

    ๏ ความหวังต่อการศึกษาอบรม

    พระ อาจารย์วัน ได้อบรมศึกษาจากท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านตั้งใจศึกษาทุกวิถีทาง โดยตั้งใจประกอบความเพียรไปพร้อมๆ กันด้วย เคลือบแคลงสงสัยอะไร ไม่เข้าใจอะไร ก็ไต่ถามท่านเสมอมา ทำให้เกิดความเชื่อมั่น ความเลื่อมใสเพิ่มทวียิ่งขึ้น ทั้งยังเกิดความซาบซึ้งในใจอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นอันว่าความปรารถนาของพระอาจารย์วัน ที่ต้องการอยากอยู่ร่วมสำนักกับท่านอาจารย์ผู้ใหญ่และความหวังที่จะได้ อุปัฏฐากพระอาจารย์ใหญ่ก็ได้สมความปรารถนา แต่ภายในพรรษาต้องเป็นผู้ช่วยพระอาจารย์เนตรไปก่อนเพราะเป็นผู้มาใหม่ เมื่อออกพรรษาแล้วพระอาจารย์เนตรได้ลาไปวิเวกที่อื่น จึงได้มอบหน้าที่อุปัฏฐากให้พระอาจารย์วันทำแทน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พระอาจารย์วัน จะทำรูปเดียว เพราะการปฏิบัติอุปัฏฐากพระอาจารย์ใหญ่ต้องมีผู้ช่วยกันหลายรูป ส่วนการปฏิบัติทำอะไรบ้าง ผู้ปฏิบัติอุปัฎฐากควรวางตัวอย่างไร ทั้งทางด้านจิตใจ ทางกายทางวาจา และมารยาทอย่างอื่นๆ จะศึกษารายละเอียดได้จากปันทึกส่วนตัวซึ่งพระอาจารย์วัน ได้เขียนไว้อย่างละเอียดน่าสนใจศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

    การทำหน้าที่ อุปัฏฐากนั้นไม่ค่อยมีเวลาออกไปบำเพ็ญเพียรทางอื่น การหาตัวแทนก็ยากยิ่ง ฉะนั้นการผลัดเปลี่ยนหน้าที่อุปัฏฐากจึงต้องกราบเรียนให้ท่านทราบก่อนเมื่อ ท่านอนุญาตแล้วก็ต้องมอบหมายหน้าที่เป็นกิจจะลักษณะ เมื่อพระคำไพ สุสิกฺขิโต ที่เคยเป็นอุปัฏฐากมาก่อพระอาจารย์วัน ไปจำพรรษาที่อื่นกลับมา พระอาจารย์วัน ได้พูดตกลงกันเรียบร้อยแล้วจึงเข้าไปกราบเรียนท่านอาจารย์ใหญ่ในเรื่องการ ผลัดเปลี่ยนกันออกไปบำเพ็ญเพียร ท่านอาจารย์ใหญ่ก็ไม่ขัดข้อง

    พระ อาจารย์วัน จึงมอบหมายหน้าที่ต่างๆ ให้แล้วจึงเข้าไปทำขมาโทษกราบลาท่าน การออกไปครั้งนี้เป็นการไปเพื่อฝึกตนให้มีความกล้าหาญด้วยการพึ่งตนเอง จึงออกไปรูปเดียวโดยไปพักที่ราวป่าใกล้บ้านบัว ระหว่างที่พักอยู่ที่นั้น วันหนึ่งตอนหัวค่ำได้เดินจงกรมพอสมควรแล้วก็ขึ้นไปพักเพื่อนั่งสมาธิต่อ ปรากฏว่าท่านได้ปวดท้องอย่างหนักถึงขนาดท้องเดินอย่างแรงและอาเจียนไปด้วยใน ขณะเดียวกัน ถ่ายได้เพียง 3 ครั้ง เกิดหมดกำลัง ร่างกายมีเหงื่อออกโชกเปียกหมดทั้งตัว จึงพยายามรวบรวมสติระลึกถึงธรรม ว่าถึงคราวที่จะพึ่งตัวเองจริงๆ เพราะเพื่อนฝูงญาติโยมในที่นั้นไม่มีเลย ท่านได้หยิบยาขี้ผึ้งตราพระมาฉัน แต่ไม่ได้ผล จึงเอาเกลือที่เหลือจากฉันมะขามป้อม ที่เอามาจากท่านพระอาจารย์มหาบัว มาทดลองฉันดู ปรากฏว่าอาการถ่ายและอาเจียนได้หายไปอย่างปลิดทิ้ง ยังเหลืออยู่แต่ความอ่อนเพลียเท่านั้น รุ่งเช้าพอเข้าไปบิณฑบาตได้แต่ไม่บอกให้ผู้ใดรู้เลย

    วันต่อมาอีกเป็น เวลากลางวัน ขณะที่พระอาจารย์วัน เข้าไปเดินจงกรมอยู่ในป่าอันรกทึบ ไกลจากที่พักประมาณ 3 เส้น มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเคยมาใส่บาตรทุกวัน ได้ร้องรำเข้าไปสู่ที่พักของพระอาจารย์วัน และไปนั่งร้องรำฮัมเพลงเบาๆ อยู่ที่ฉันข้าวของท่าน พระอาจารย์วันได้รวบรวมสมาธิเพ่งดูทางจงกรมอยู่ที่เดียวแทบไม่หายใจ หญิงสาวคนนี้ร้องรำอยู่ ณ ที่พักของท่านเกือบชั่วโมง สังเกตถึงพฤติการณ์ของเธอแล้วย่อมเป็นไปในทางเกิดอันตรายแก่พรหมจรรย์ได้มาก แต่เพราะกำลังใจของท่านแน่วแน่กว่า ในที่สุดหญิงสาวผู้นั้นก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ

    เหตุการณ์ครั้งนั้น พระอาจารย์วัน อดภูมิใจในตัวเองไม่ได้ เพราะสามารถรักษาพรหมจรรย์ให้ผ่านพ้นจากอันตรายไปได้ตลอดรอดฝั่ง พุทธภาษิตที่ได้เล่าเรียนมาว่า อิตฺถี มลํ พฺรหฺมจริยสฺส ซึ่งแปลว่า หญิงเป็นมลทินแห่งพรหมจรรย์นั้น เป็นพุทธภาษิตที่ท่านตระหนักและยึดมั่นตลอดมาตราบชั่วอายุขัย

    เป็น อันว่าสมความตั้งใจในการออกไปวิเวกเพื่อฝึกความกล้าและพึ่งตนเอง หากเป็นพระที่ไม่มั่นคงคงเอาตัวไม่รอดอย่างแน่นอน เมื่อพระอาจารย์วัน พิจารณาดูแล้วเห็นว่าสถานที่นั้นเสี่ยงอันตรายมากจึงทนอยู่เพียง 9 คืน แล้วเดินทางต่อไป แต่หาที่ใดก็ไม่เหมาะจึงไปร่วมกับท่านพระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ที่ดงใกล้กับบ้านงิ้ว ต่อมาเมื่อใกล้วันวิสาขบูชา จึงได้เดินทางกลับวัดป่าบ้านหนองผือเพื่อเข้าปฏิบัติพระอาจารย์มั่นตามเดิม พระอาจารย์มั่น ได้ถามถึงการไปวิเวกของท่าน ท่านก็ได้กราบเรียนไปตามความเป็นจริง พระอาจารย์มั่น จึงให้กำลังใจ และให้โอวาทต่อไปว่า การเจริญอานาปาณสติก็เป็นทางที่ดีเหมือนกัน เพราะการเจริญกรรมฐานแต่ละอย่าง เมื่อจิตจะรวมลงเป็นสมาธินั้น ย่อมน้อมลงสู่คลองอานาปาณสติเสียก่อนจึงรวมลงเป็นสมาธิ พระอาจารย์ทั้งหลายได้กล่าวไว้ว่า “กรรมฐาน 40 ห้องเป็นน้องของอานาปาณะ” ดังนี้

    เรื่องการใช้กรรมฐานอะไรเป็นบริกรรม พระอาจารย์วัน ไม่ได้บอกท่านแต่ท่านรู้เรื่องภายในจิตใจของพระอาจารย์วันตลอด ดังนั้นการที่ได้อยู่ใกล้ชิดพระอาจารย์ที่สำคัญ จึงเป็นคุณประโยชน์แกลูกศิษย์เหลือที่จะพรรณนา

    ในปีต่อมา พระอาจารย์วัน ก็ได้กราบลาพระอาจารย์มั่นออกไปบำเพ็ญอีก ออกไปคราวนี้มีสามเณรเพ็งติดตามไปด้วย ไปพักเสนาสนะป่าใกล้บ้านห้วยบุ่น ตั้งใจว่า พักผ่อนเอากำลังสุขภาพพอสมควรแล้วก็จะเร่งความเพียรอย่างใจหวัง เมื่อไม่ได้อุปัฏฐากครูบาอาจารย์ภาระทุกอย่างก็มีน้อย ครั้นออกไปพักได้เพียงคืนที่ 7 ท่านก็ฝันว่าได้เข้าปฏิบัติพระอาจารย์มั่นเช่นเคยปฏิบัติมา ในฝันปรากฏว่าท่านนอนอยู่บนเตียงแห่งหนึ่งซึ่งมองดูแล้วท่านไม่ค่อยสบาย แต่ไม่ทราบว่าท่านอาพาธด้วยโรคอะไร เพราะตั้งแต่พระอาจารย์วันได้เข้าอยู่ใกล้ชิดท่านพระอาจารย์มั่น เวลานอนหลับไปทุกครั้งจะต้องฝันเกี่ยวกับท่านเสมอ ถ้าพระอาจารย์มั่นไม่สบายจะต้องฝันเกี่ยวถึงความไม่สบายของท่านทุกครั้ง ฉะนั้นคืนวันนั้น เมื่อพระอาจารย์วันตื่นนอนขึ้นแล้วจึงคิดวิตกอยู่ แต่ไม่พูดให้ใครฟัง

    พอฉันจังหันจวนจะเสร็จ โยมพุทธผู้อุปัฏฐากใกล้ชิดพระอาจารย์ใหญ่ พระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ก็ไปถึง พระอาจารย์วันก็รีบถามด้วยความเป็นห่วงอยากจะทราบความเป็นไปของท่านอาจารย์ ใหญ่ โยมพุทธก็ตอบว่า ท่านทองคำเข้ามาบิณฑบาตถึงที่บ้านแจ้งให้กระผมตามครูบากลับไป ท่านอาจารย์ป่วยเมื่อคืนนี้ไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไร หนักเบาอย่างไรก็ไม่ทราบเพราะแกรีบร้อนเดินทางมา พอฉันเสร็จพระอาจารย์วัน ก็รีบเดินทางกลับไปหาท่านอาจารย์ใหญ่ เมื่อไปถึงแล้วเห็นอาการของท่านหนัก พระอาจารย์วันจึงตัดสินใจอยู่ปฏิบัติท่านต่อไป ได้จัดให้คนไปนำเอาบริขารจากที่พักมาให้ จึงไม่มีโอกาสออกไปวิเวกอีก

    พระ อาจารย์วัน ได้อยู่อุปัฏฐากพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต จนถึงวันมรณภาพและฌาปนกิจเสร็จ รวมเวลาที่ได้อยู่อุปัฏฐากจนถึงวันที่ท่านอาจารย์ใหญ่มรณภาพเป็นเวลา 5 ปี นับว่าได้อยู่อุปัฏฐากยาวนาน เพราะพระอาจารย์มั่นมักไม่ได้อยู่จำพรรษาในสถานที่ใดติดต่อกันนานนักเพราะ ท่านเป็นนักปฏิบัติ จึงเปลี่ยนสถานที่บำเพ็ญไปเรื่อยๆ

    พ.ศ. 2493 หลังจากทำฌาปนกิจ พระอาจารย์ใหญ่เสร็จแล้วท่านได้กลับไปจำพรรษาที่วัดภูริทัตถิราวาส หรือวัดป่าบ้านหนองผืออีกเพื่อสนองพระคุณของครูบาอาจารย์และฉลองศรัทธาของ ญาติโยมที่ได้สูญเสียร่มโพธิ์ร่มไทรที่เขาเคารพบูชาอย่างสูงสุด เมื่อออกพรรษาแล้ว พระอาจารย์วันก็ได้แสวงหาที่วิเวกไปในที่ต่างๆ ตามปฏิปทาของพระธุดงค์ เพราะการเที่ยวธุดงค์หรือออกวิเวกในสมัยนั้นยังไม่ลำบากนัก เนื่องจากบ้านเมืองยังมีความสงบ จะไปวิเวกในสถานที่ใด ภูเขาลูกไหนก็ยังไปได้ พอจวนจะเข้าพรรษาจึงแสวงหาที่จำพรรษาที่เห็นว่าเหมาะสมแก่การบำเพ็ญสมณธรรม สถานที่ดังกล่าวประกอบไปด้วยสัปปายะ 4 คือ

    1. บุคคลเป็นที่สบาย ไม่เป็นมิจฉาทิฐิ มีศรัทธาพอที่จะอาศัยบิณฑบาตได้ ใฝ่ใจในการประพฤติปฏิบัติ
    2. เสนาสนะที่อยู่อาศัยเป็นที่สบาย พออาศัยเป็นที่บำเพ็ญเพียรกันฝนบังแดดได้
    3. อาหารที่ชาวบ้านบริโภคเองและที่เขาถวายไม่เป็นของแสลงโรค คำว่า อาหารสัปปายะ มิได้หมายความว่า เป็นสถานที่มีอาหารเหลือเฟือ คือมีฉันพอเลี้ยงอัตภาพไปวันๆ เท่านั้น
    4. อากาศเป็นที่สบาย เพราะสถานที่บางแห่งในระหว่างฤดูฝน จะทำให้เกิดไข้ซึ่งจะเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการบำเพ็ญสมณธรรม

    พ.ศ. 2494 พระอาจารย์วัน จึงเปลี่ยนสถานที่ไปจำพรรษาที่วัดป่าพระสถิตย์ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย
    พ.ศ. 2495 กลับมาจำพรรษาที่วัดป่าคามวาสี ซึ่งเป็นมาตุภูมิ ในระหว่างนั้นพระอาจารย์เทสก์หรือในปัจจุบันคือ พระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์ และหมู่คณะหลายรูปลงไปจำพรรษาที่ภาคใต้ พระอาจารย์วัน จึงติดตามลงไปด้วยเพราะมีความเคารพเลื่อมใสในพระอาจารย์เทสก์เป็นทุนเดิม อยู่แล้วโดยได้จำพรรษาที่วัดเหล่านี้คือ
    พ.ศ. 2496 จำพรรษาที่วัดราษฎร์โยธี บ้านโคกกลอย ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา
    พ.ศ. 2497 จำพรรษาที่วัดเจริญสมณกิจ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
    พ.ศ. 2498 จำพรรษาที่วัดเจริญสมณกิจ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
    พ.ศ. 2499 จำพรรษาที่วัดเจริญสมณกิจ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
    พ.ศ. 2500 จำพรรษาที่วัดเจริญสมณกิจ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

    พระ อาจารย์วัน คิดทบทวนถึงผลได้ผลเสีย ในระหว่างที่จำพรรษาอยู่ที่ภูเก็ต-พังงา เป็นเวลา 5 พรรษา คิดเห็นว่าพุทธบริษัทอุบาสกอุบาสิกา เป็นผู้มีศรัทธา ให้ทานการบริจาคดี อุปถัมภ์บำรุงพระภิกษุสามเณรดี แต่มีผู้ออกบวชน้อยมาก ถึงออกบวชก็อยู่ได้ไม่นานเพราะติดข้องอยู่ในทรัพย์สมบัติ เนื่องจากสองจังหวัดดังกล่าวมีฐานะทางเศรษฐกิจดี การนิยมบวชจึงมีน้อย ขาดศาสนทายาทผู้สืบทอด โดยเฉพาะบุคคลในท้องถิ่น พูดถึงความดำรงมั่นของศาสนาก็คือผู้สืบทอดโดยเฉพาะนักบวช ถ้าขาดผู้บวชแล้วก็ทำให้ขาดบริษัทภายใน เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญในการเผยแพร่พระศาลนา และอีกเรื่องหนึ่งก็คือภูมิอากาศทางภาคใต้ ฤดูกาลไม่อำนวยในการออกรุกขมูล เพราะฝนตกบ่อย ขัดข้องในการที่พระจะออกไปวิเวก ไม่เหมือนทางภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ซึ่งฤดูกาลต่างๆ แน่นอน พระอาจารย์วัน ดำริถึงเหตุ 2 ประการ ดังกล่าวแล้วจึงอำลาอุบาสกอุบาสิกาชาวภูเก็ต-พังงาที่อุปถัมภ์บำรุง เดินทางกลับมาตุภูมิ

    พระอาจารย์วันเดินทางจากภาคใต้ วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501 ถึงวัดคามวาสี ตอนบ่าย4 โมงเศษ ของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501 พักอยู่ไม่นานพวกญาติใกล้ชิดได้มาปรารภถึงเรื่องทำบุญอุทิศให้แก่ผู้ตาย และรื้อบ้านมาทำกุฎีถวายวัดคามวาสี เสร็จแล้วไปพักที่วัดสุวรรณาราม (วัดพุฒารามปัจจุบัน)

    วันที่ 14 เมษายน เดินทางไปวิเวกที่ถ้ำตีนเป็ด พักอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 23 วัน ต่อมาทางญาติโยม บ้านดำตานา ได้อาราธนานิมนต์ให้ท่านไปจำพรรษาที่วัดสุวรรณาราม หรือวัดพุฒาราม ใน พ.ศ. 2501-2503 เนื่องจากพระอาจารย์วัน อยู่วัดที่เป็นพื้นราบไม่ค่อยสบายเกี่ยวกับสุขภาพ ท่านจึงดำริหาที่อยู่บนภูเขาหรือเชิงเขา ประจวบกับในขณะนั้นพระอาจารย์สีลา เทวมิตฺโต ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดโชติการาม บ้านหนองบัว-โพนสวาง มรณภาพลง เมื่อจัดการฌาปนกิจแล้วญาติโยมชาวบ้านหนองบัว-โพนสวาง ซึ่งมีกำนันตา แสงลี เป็นประธาน จึงนิมนต์ให้พระอาจารย์วัน ขึ้นไปเลือกดูสถานที่เมื่อวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2503 ตรงกับแรม 2 ค่ำ เดือน 12

    พระ อาจารย์วัน พร้อมด้วยหลวงพ่อม่าน พระอาจารย์เต็ม หลวงพ่อใคร หลวงพ่ออุสาห์ พร้อมด้วยญาติโยมบ้านประทุมวาปี-โพนสวาง อีกบางคนได้ขึ้นไป เลือกดูสถานที่ ในที่สุดก็เห็นว่า บริเวณเหล่าสร้างแก้วเหมาะสมเป็นที่บำเพ็ญสมณธรรมกว่าแห่งอื่น พระอาจารย์วัน จึงได้ถามกำนันตาและชาวบ้านถึงเรื่องที่ดิน ได้รับแจ้งว่าเป็นที่ดินสงวนไว้เป็นที่พักสงฆ์ เรียกว่าหวายสะนอย โดยที่ดินบริเวณนี้เคยมีครูบาอาจารย์ฝ่ายกรรมฐานได้มาพักบำเพ็ญบ่อยๆ เช่น พระอาจารย์ขาว อนาลโย ก็เคยมาพักจำพรรษา เมื่อไม่มีความขัดข้องเรื่องที่ดิน พระอาจารย์วัน พร้อมด้วยหมู่คณะ 8 รูป จึงได้เตรียมบริขารขึ้นไปพักที่เหล่าสร้างแก้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2503 ตรงกับแรม 3 ค่ำ เดือน 12 โดยมีกำนันและชาวบ้านติดตามไปทำที่พักชั่วคราวให้ น่าสังเกตว่าอาณาบริเวณหวายสะนอยและภูถ้ำพวงเคยเป็นสถานที่ที่ พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล และพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต เคยไปพักบำเพ็ญระหว่าง พ.ศ. 2465-2466 มาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นพระคุณท่านทั้งสองได้เทศนาอบรมให้ชาวบ้านเลิกการนับถือภูตผี ปีศาจมาจนกระทั่งปัจจุบัน

    สำหรับถ้ำอภัยดำรงธรรม ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ถ้ำพ่อคำพานั้นเป็นถ้ำเล็กๆ เมื่อพระอาจารย์วัน ไปพบเข้าก็เห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะที่จะปรับปรุงต่อไปในอนาคต ปรึกษากำนันและชาวบ้านดูแล้วต่างก็เห็นชอบด้วย ท่านจึงเปลี่ยนชื่อถ้ำพ่อคำพาไปเป็นถ้ำอภัยดำรงธรรม ด้วยมูลเหตุ 2 ประการคือ

    1. พระอาจารย์วันอยู่ตามสถานที่เป็นพื้นราบมักไม่ค่อยสบายทางสุขภาพ ฉันยาก็ไม่ค่อยได้ผล ถ้าได้พักอยู่บนภูเขาที่มีอากาศปลอดโปร่งจะได้รับความผาสุกทางด้านสุขภาพ ยิ่งกว่า เมื่อพระอาจารย์วันดำริจะขึ้นไปอยู่บนภูเขา ทางฝ่ายบริหารการคณะสงฆ์ก็ไม่ขัดข้องให้อภัย และทางฝ่ายบ้านเมืองก็ไม่ชัดข้องให้อภัย
    2. สถานที่ดังกล่าวมีสัตว์ป่าหลายจำพวก ซึ่งเป็นธรรมดาของพระต้องเจริญเมตตาต่อสัตว์ทุกชีวิต ไม่เลือกว่ามนุษย์หรือสัตว์ดิรัจฉาน พระอาจารย์วัน จึงบอกกล่าวไม่ให้ผู้ใดมาทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณสถานแห่งนี้ เป็นการให้อภัยแก่ชีวิตสัตว์ และตั้งชื่อถ้ำเสียใหม่ว่า “ถ้ำอภัย” และอีกประการหนึ่งท่านดำริด้วยว่าหากอำนาจแห่งพระธรรมคำสั่งสอนของพระ พุทธเจ้าเข้าไปประดิษฐานอยู่ในจิตของสรรพสัตว์แล้วโลกนี้ย่อมจะมีแต่ความร่ม เย็นเป็นสุขชั่วนิรันดร์ พระอาจารย์วัน จึงเพิ่มคำว่า “ดำรงธรรม” ต่อท้ายรวมกันเข้าเป็น “ถ้ำอภัยดำรงธรรม” แต่คนส่วนมากชอบเรียกตามนิยมว่า วัดดอย เพราะอยู่บนภูเขา พูดถึงความต่อเนื่องของสถานที่ ถ้ำอภัยดำรงธรรม อยู่ในเขตหวายสะนอยๆ อยู่ในเขตถ้ำพวงๆ อยู่ในอาณาบริเวณของภูเหล็ก และภูเหล็กรวมอยู่ในเทือกเขาแห่งภูพาน

    ๏ ความมุ่งหมายในการมาอยู่วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม

    พระอาจารย์วัน ได้บันทึกไว้ในประวัติวัดถ้ำอภัยดำรงธรรมว่า การที่ท่านตัดสินใจมาอยู่ที่ถ้ำนี้มีความมุ่งหมาย 4 ประการ คือ

    1. เพื่อรักษาสุขภาพ เนื่องจากสุขภาพของท่านไม่ปกติดี สู้ภาระหนักไม่ไหว และสู้กับดินฟ้าอากาศในบางแห่งไม่ได้ เคยรักษาด้วยการเปลี่ยนสถานที่บ้าง ปรากฏว่าได้รับความผาสุกจากการอยู่บนภูเขา เมื่อพักอยู่บนภูเขาแต่ละครั้งนั้นยาก็เกิดมีคุณภาพและมีคุณแก่สุขภาพขึ้น อาหารก็ฉันได้ เรี่ยวแรงก็ดีขึ้นกว่าเดิม ฉะนั้นท่านจึงแสวงหาที่พักบนภูเขาเพื่อจะรักษาสุขภาพให้เป็นไปตามกรรมวิบาก ของตน
    2. เพื่อประโยชน์ส่วนตัว เนื่องด้วยผู้เป็นนักบวชในพระพุทธศาสนาต้องบำเพ็ญธุระ 2 ประการคือต้องศึกษาเล่าเรียนท่องบ่นจดจำพระปริยัติธรรม และบอกสอนผู้อื่นเรียกว่า คันถธุระ เมื่อศึกษาพอประมาณแล้วตั้งใจบำเพ็ญสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานเรียกว่า วิปัสสนาธุระ แต่สำหรับผู้ประสงค์จะบำเพ็ญทางด้านวิปัสสนาธุระนั้น ตามแบบอย่างของพระโยคาวจรเจ้าในปางก่อน ต้องแสวงหาสถานที่อันสงัดวิเวกปราศจากความคลุกคลีด้วยหมู่คณะและฝูงชนทั้ง หลาย เป็นสถานที่เปล่าเปลี่ยวไม่มีการพลุกพล่านไปมาแห่งฝูงชน ไม่อื้ออึงคะนึงเซ็งแช่ไปด้วยเสียงมนุษย์ มีธุระการงานพอประมาณจึงจักยังสมถวิปัสสนาให้เกิดขึ้นในจิตได้ และจักยังคุณธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นไปไม่เสื่อมถอย ฉะนั้น พระอาจารย์วันจึงเลือกเอาสถานที่นี้เป็นสถานที่บำเพ็ญประโยชน์ส่วนตัวในด้าน วิปัสสนาธุระ
    3. เพื่อประโยชน์ของหมู่คณะ เมื่อท่านปฏิบัติตัวของตนไปในปฏิปทาใด ก็ได้อบรมสั่งสอนหมู่คณะให้ดำเนินรอยในปฏิปทานั้น ประโยชน์ที่จะพึงได้ย่อมอยู่ที่ตัวบุคคลแต่ละคนเท่าที่จะสามารถปฏิบัติได้ แต่สถานที่นี้ แต่ก่อนเป็นสถานที่เปล่าเปลี่ยว ห่างจากหมู่บ้านมากประมาณ 4 กิโลเมตร ที่มาอาศัยอยู่จะต้องต้องสู้กับความลำบากหลายประการ ความสามารถก็ดี ความอดทนก็ดีความเพียรก็ดี ความขยันก็ดี ย่อมเกิดมีขึ้นโดยธรรมชาติบังคับ อาศัยสิ่งแวดล้อมช่วยเหลือธรรมะปฏิบัติของแต่ละบุคคล ประโยชน์จึงเป็นของพลอยได้เอง พระอาจารย์วันมีความเห็นด้วยว่าคนเราจะดีได้เพราะการสร้างความดี มิใช่จะเกิดดีด้วยการเสกสรรหรือการนึกน้อมปรารถนาเอาเอง
    4. เพื่อประโยชน์แก่ประชาชน คนไทยถือว่าวัดเป็นจุดเด่นของบ้านเมือง ตั้งแต่สมัยโบราณมาตลอดถึงปัจจุบัน ชอบสร้างวัดขึ้นไว้เป็นคู่บ้านเมือง เช่นในกรุงเทพมหานครเป็นอาทิ ซึ่งมีวัดพระแก้วเป็นจุดเด่น สามารถอวดแขกต่างประเทศได้ และวัดยังเป็นแหล่งแห่งวัฒนธรรม ศิลปกรรม วรรณกรรม ตลอดถึงขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีที่ดีงามของพลเมือง ประชาชนคนไทยเคยได้รับความอุปการะจากวัดมาแล้วโดยลำดับ จึงเจริญวัฒนาก้าวหน้ามาได้ เช่นการศึกษาหนังสือไทยเป็นต้น

    ใน เบื้องต้นได้ถือเอาวัดเป็นจุดแรกแห่งการขยายการศึกษาออกไปต่างจังหวัดจนถึง ชนบท โดยมีพระเป็นผู้นำ ฝ่ายบ้านเมืองเป็นผู้รับรองและสนับสนุนให้ความอุปถัมภ์ เพราะฉะนั้นคนไทยจึงนิยมสร้างวัดไว้เป็นเกียรติของบ้านเมือง เมื่อสร้างวัดจึงนิยมสร้างให้เด่นสะดุดตาเท่าที่สามารถจะให้เด่นได้ถึงกับ สร้างวัดไว้บนภูเขาเพื่อความเด่นนั้นเอง เช่นจังหวัดเพชรบุรีเป็นต้น เท่าที่พระอาจารย์วันมาตกแต่งสถานที่นี้ขึ้นไว้ในรูปลักษณะของวัดก็เพื่อให้ เป็นจุดเด่นประดับเกียรติท้องถิ่นนี้ ชาวอำเภอสว่างแผ่นดินก็จะได้เป็นผู้มีเกียรติเท่าเทียมกับจังหวัดอื่น ที่เขามีมาก่อนแล้วจะเป็นอำเภอที่ไม่ด้อยกว่าเขาในอนาคตนอกจากนั้น ท่านยังดำริจะให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่อบรมศีลธรรมโดยเฉพาะอีกด้วย เพื่อให้ผู้สนใจต่อการอบรมเป็นกัลยาณชนต่อไป

    พ.ศ. 2504 เป็นปีแรกที่พระอาจารย์วันขึ้นมาจำพรรษาที่ถ้ำอภัยดำรงธรรม มีพระภิกษุ 7 รูปสามเณร 3 รูป เสนาสนะที่อยู่อาศัยก็ทำขึ้นไว้เพียงชั่วคราว ปรากฏว่าการอยู่จำพรรษาปีนั้นท่านถูกไข้ป่าเล่นงานอย่างหนัก เพราะในยุคนั้นไข้มาเลเรียยังมีชุมมาก ต่อมาได้ทำบริเวณให้โล่งเตียนขึ้นบ้าง ไข้ป่าก็ลดน้อยลงตามลำดับ

    พระ อาจารย์วันได้อยู่จำพรรษาที่วัดถ้ำอภัยดำรงธรรมติดต่อกันเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504-2517 ก็ได้รับความวิเวกดีในระยะสั้นเพราะการไปมาไม่สะดวกผู้ที่จะเดินทางมาหาต้อง เป็นผู้ที่เคารพเลื่อมใสจริงๆ พระเณรที่จะมาอยู่ด้วยก็ต้องเป็นผู้ที่อดทนต่อสู้กับความลำบากหลายด้าน จึงเป็นสถานที่สำหรับคัดเลือกคนและคัดเลือกพระเณรที่จะเข้ามาหาโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังเป็นความลำบากแก่ตัวพระอาจารย์วันเองด้วย เพราะต้องเดินทางไกลเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร บางแห่งต้องเดินทางถึง 10 กิโลเมตร 20 กิโลเมตรเพื่อไปฉลองศรัทธาญาติโยมที่เขามานิมนต์ ระยะต่อมาทางการได้ตัดทาง ร.พ.ช.สายหนองหลวง-คำบิด ซึ่งเส้นทางสายนี้ห่างจากวัดถ้ำดำรงธรรม ประมาณ 7 กิโลเมตร ภายหลังพระอาจารย์วันจึงคิดตัดถนนจากวัดออกมาบรรจบทางของ ร.พ.ช. เพื่อสะดวกในการไปมา

    เมื่อทางวัดออกมาได้สะดวกประชาชนจึงเข้าไปรับ การอบรมธรรมะมากขึ้นตามลำดับ มีประชาชนจากใกล้และไกลเข้าไปนมัสการพระอาจารย์วัน จนกระทั่งเป็นที่เพ่งเล็งจากบุคคลหลายฝ่าย โดยเฉพาะเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 เป็นต้นมา เมื่อลัทธิการเมืองฝ่ายตรงข้ามเริ่มขยายตัว ท่านก็ยิ่งถูกเพ่งมองจากบุคคลหลายฝ่ายมากยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลบางคนก็เพ่งมองท่านว่าเป็นแหล่งส่งกำลังบำรุงให้พวก ป่า ทางพวกป่าก็จับตามองว่าท่านเป็นสายสืบให้ทางราชการ โดยที่ท่านอาจารย์วันก็ปฏิบัติตนตามปกติ ตามพระธรรมวินัย ตามประเพณีของพระธุดงคกรรมฐาน ไม่มีความฝักใฝ่ในทางใดทางหนึ่ง เพราะไม่ใช่หน้าที่ของพระที่จะทำเช่นนั้น พระเจ้าพระสงฆ์จะทรงตัวอยู่ได้ก็ต้องอาศัยชาวบ้านเป็นผู้อุปถัมภ์ด้วยความ เคารพ บูชา เพราะการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของพระสงฆ์

    ข่าวเรื่องการ เพ่งมองและการปองร้ายนี้ ทำให้พวกญาติและสานุศิษย์ทั้งฝ่ายพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาคิดจะนิมนต์ให้ ท่านลงจากวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม ไปอยู่ที่บ้านคำตานา วัดพุฒาราม ซึ่งท่านเคยอยู่จำพรรษาก่อนที่จะขึ้นมาอยู่ที่ถ้ำอภัยดำรงธรรมแต่ท่านปฏิเสธ เพราะเชื่อเรื่องกรรมดีกรรมชั่ว และเรื่องความตายก็ไม่มีใครจะหลบหลีกได้ จะอยู่ในน้ำ บนบก บนอากาศ หรือในซอกเขาที่ไหนก็ตาม มัจจุราชย่อมตามทันเสมอ

    อีก เรื่องหนึ่งที่เป็นข่าวใหญ่ก็คือเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2513 พระอาจารย์วันได้รับนิมนต์ให้ไปเจริญูพระพุทธมนต์เนื่องในงานแต่งงานที่บ้าน ส่องดาว ตำบลส่องดาว กิ่งอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ธรรมเนียมของประชาชนในถิ่นนั้นมักนิยมอาราธนานิมนต์พระไปเจริญพระพุทธมนต์ และฟังพระธรรมเทศนาในตอนเย็นด้วย

    ตอนเช้าของวันใหม่ ทางเจ้าภาพได้ถวายอาหารบิณฑบาตท่านพระอาจารย์วัน พร้อมด้วยพระสงฆ์และสามเณรรวม 7 รูป หลังจากเจริญพระพุทธมนต์เสร็จก็มีการแสดงพระธรรมเทศนา กว่าจะออกจากบ้านงานกลับวัดก็มืดค่ำ ซ้ำยังต้องเดินเท้าไปตามถนน ร.พ.ช. ซึ่งตัดผ่านทุ่งนาจากหมู่บ้านส่องดาวผ่านไปข้างวัดโนนสะอาด พอเดินมาได้ประมาณ 4-5 เส้นจากหมู่บ้านก็โดนยิงจากทหารด้วยปืนเอ็ม 16 แต่พระอาจารย์วันและหมู่คณะก็ยังคงเดินกลับมาตามปรกติโดยไม่ได้ใส่ใจว่าเขา ยิงคณะของท่านหรือยิงใคร เพราะในยุคนั้นเขตกิ่งอำเภอส่องดาวอยู่ในภาวะที่ทางการห้ามประชาชนออกนอก บ้านในเวลาค่ำคืน ทางราชการได้ส่งทหารกองร้อยเคลื่อนที่ไปลาดตะเวน จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ใช่ความผิดของฝ่ายทหารที่ยิง เพราะทางราชการได้ประกาศห้ามไว้แล้ว แต่ก็เป็นความจำเป็นที่พระสงฆ์จะต้องกลับวัดหลังจากเสร็จพิธี เหตุการณ์เรื่องนี้พระอาจารย์วัน ผู้เป็นหัวหน้าก็ไม่ติดใจร้องเรียนต่อทางการแต่อย่างไร และภายหลังผู้บังคับบัญชาทหารก็ได้ไปขอขมาโทษ

    พ.ศ. 2518 พระอาจารย์วันได้ไปจำพรรษาที่วัดปาบ้านใหม่ท่าขันทอง ตำบลแชว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และในวันที่ 13 ตุลาคม ของปีนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ได้เสด็จไปเยี่ยมพระอาจารย์วัน ที่ถ้ำพวง ภูผาเหล็ก อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เพื่อทรงสนทนาธรรมะเป็นการส่วนพระองค์และทรงเยี่ยมประชาชนในถิ่นนั้นด้วย หลังจากออกพรรษาแล้ว พระอาจารย์วันจึงได้กลับมาอยู่ที่วัดถ้ำอภัยดำรงธรรมตามเดิม

    พ.ศ. 2519 ได้มีลูกศิษย์ไปที่วัดของท่าน เพื่อทาบทามให้ท่านรับสมณศักดิ์ ท่านก็ได้ชี้แจงความเหมาะสม ไม่เหมาะสมให้ฟังว่า ท่านเองเป็นพระป่า ไม่เหมาะสมกับยศศักดิ์ที่สูงส่งเช่นนั้นท่านจึงปฏิเสธ

    พ.ศ. 2520 วันที่ 5 ธันวาคม องค์พระประมุขทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระอาจารย์วัน อุตฺตโม เป็นพระราชาคณะที่ พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร เป็นกรณีพิเศษ โดยที่ท่านไม่รู้ตัวมาก่อน แต่ท่านก็ต้องยอมรับเพราะพระสงฆ์ก็อยู่ภายใต้บรมโพธิสมภารของพระองค์ และพระองค์ก็ทรงเป็นศาสนูปถัมภกด้วย

    พ.ศ. 2521-2522 พระอุดมสังวรวิสุทธิเถรหรือพระอาจารย์วัน ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดถ้ำอภัยดำรงธรรมอย่างปรกติสุข

    เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๓ เดือนเมษายน พระอาจารย์วัน อุตฺตโม ได้รับอาราธนาจากทางสำนักพระราชวัง กรุงเทพฯ พร้อมด้วยพระคณาจารย์อื่นๆ อีกจำนวน ๔ รูป คือ
    หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม, พระอาจารย์จวน กุลเชฏฺโฐ, พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร และพระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม พระคณาจารย์ทั้งหมดจึงได้ไปรวมกันที่จังหวัดอุดรธานีเพื่อขึ้นเครื่องบิน เพราะลูกศิษย์ลูกหาต้องการถวายความสะดวกและเพื่อความรวดเร็วในการเดินทาง โดยได้ขึ้นเครื่องบินที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๓

    ครั้น เมื่อเครื่องบินมาถึงท้องนาทุ่งรังสิต เขตหมู่ที่ ๔ ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เหลือระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตรเศษ เครื่องบินได้ตั้งลำและลดเพดานบินเพื่อเตรียมลงสู่สนาม แต่เนื่องจากเครื่องบินได้ประสบพายุหมุนและประกอบกับฝนตกหนัก จึงเสียหลักตกลงที่ท้องนาทุ่งรังสิต พระอาจารย์วันและคณะจึงได้ถึงแก่มรณภาพ พร้อมด้วยผู้โดยสารอีกเป็นจำนวนมาก เมื่อเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ นาฬิกา

    ผู้ โดยสารที่รอดชีวิตเป็นผู้ที่นั่งทางส่วนหางของเครื่องบิน เพราะส่วนหางของเครื่องบินยังอยู่ในสภาพดี เมื่อพระอาจารย์วันและคณะได้ถึงแก่มรณภาพแล้ว มีการนำศพไปตกแต่งบาดแผลที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช แล้วนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพฯ โดยอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ทั้ง ๗ วัน วันแรกพระราชทานหีบทองทึบ วันต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ รับสั่งให้เปลี่ยนใหม่เพราะทรงเห็นว่าไม่สวยงาม จึงได้เปลี่ยนเป็นหีบลายทอง

    หลังจาก ๗ วันแล้ว ในวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ทรงเป็นเจ้าภาพ และในวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ คณะรัฐบาลซึ่งมีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์ของพระคณาจารย์ที่มรณภาพดังกล่าวซึ่งอยู่ใน กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพ นับว่าเป็นเกียรติประวัติแก่พระอาจารย์วันและคณะที่จากไปอย่างยิ่งยวด ยังความปลื้มปิติยินดีแก่ญาติพี่น้อง เพื่อนสหธรรมิก คณะศิษยานุศิษย์ และผู้ที่เคารพนับถือของพระอาจารย์วันและคณะอย่างหาที่สุดมิได้

    เมื่อ ครบกำหนดการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายที่วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร เขตบางเขน แล้วก็ได้อัญเชิญศพพระอาจารย์วันและพระคณาจารย์อื่นๆ อีกจำนวน ๔ รูป กลับไปสู่ยังวัดเดิมของแต่ละท่าน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หัวหน้าแผนกพระราชพิธีเป็นผู้ดูแลโดยตลอด

    สำหรับรถยนต์ที่เชิญศพ พระคณาจารย์ต่างๆ คุณหมอปัญญา ส่งสัมพันธ์ แห่งโรงพยาบาลแพทย์ปัญญา เป็นผู้จัดหา และได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลต่างๆ เป็นอย่างดียิ่ง

    ต่อ มาเมื่อวันพุธที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๒๓ เวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา ขบวนรถเชิญศพได้เคลื่อนออกจากวัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร เขตบางเขน โดยมีรถตำรวจทางหลวงนำขบวน ถัดมาเป็นรถหลวง รถพระอาจารย์สมชาย ฐิติวิริโย และรถเชิญศพพระอาจารย์วันและคณะ ตามลำดับ เมื่อเวลาประมาณ ๐๗.๐๐ นาฬิกาเศษ ขบวนรถเชิญศพได้มาถึงยังจังหวัดนครราชสีมา มีคณะพระภิกษุ-สามเณรโดยการนำของ พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระชินวงศาจารย์ และ พระเทพสุทธาจารย์ (หลวงปู่โชติ คุณสมฺปนฺโน) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระครูคุณสารสัมปัน พร้อมด้วยอุบาสก-อุบาสิกา ได้นำข้าวห่อมาต้อนรับคณะเชิญศพและมาเคารพศพกันเป็นจำนวนมาก

    หลัง จากพระฉันอาหารและเจ้าหน้าที่รับประทานอาหารเสร็จแล้ว ขบวนรถเชิญศพได้ออกเดินทางต่อไปถึงวัดโพธิสมภรณ์ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เมื่อเวลา ๑๒.๓๐ นาฬิกา ทางวัดโพธิสมภรณ์และชาวอุดรธานีได้จัดต้อนรับเป็นอย่างดี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีได้นำประชาชนหลายจังหวัดมารอเคารพศพ ซึ่งแล้วเสร็จเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ นาฬิกาเศษ รถเชิญศพจึงได้แยกย้ายกันไปยังวัดต่างๆ สำหรับศพพระอาจารย์วันก็ได้ไปถึงวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม (วัดถ้ำพวง) นับว่าการเชิญศพถึงวัดได้รับความสะดวกสบายปลอดภัยทุกประการ

    เมื่อ เชิญศพไปถึงวัดแล้วได้ตั้งบำเพ็ญกุศล อุทิศถวาย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นเจ้าภาพ ต่อจากนั้นก็มีหน่วยงานต่างๆ รับเป็นเจ้าภาพติดต่อมาอีกหลายรายประชาชนทั้งใกล้และไกลได้มาคารวะศพและเป็น เจ้าภาพสวดพระอภิธรรมจนถึงปัญญาสมวาร (50 วัน) และสตมวาร (100 วัน) โดยอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ไปเป็นประธาน นับว่าเป็นมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ หลังจาก 100 วันแล้วก็ยังเปิดให้ประชาชนได้บำเพ็ญกุศลเรื่อยมาเพื่อสนองความต้องการของ ประชาชน

    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2523 เวลาประมาณ 18.00 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมคารวะศพและทรงเยี่ยมประชาชนที่มาถวายการต้อน รับ ที่วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม อำเภอส่องดาว เป็นการส่วนพระองค์

    วันที่ 25 พฤษภาคม 2523 เวลาประมาณ 18.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จเยี่ยมคารวะศพ ทรงวางพวงมาลาและทรงจัดดอกไม้ถวายเป็นการส่วนพระองค์
    พระอาจารย์วัน อุตฺตโม ได้มรณภาพเมื่อสิริรวมอายุได้ ๕๖ ปี พรรษา ๓๖ โดยท่านได้มรณภาพลงพร้อมกันกับพระคณาจารย์อื่นๆ อีกจำนวน ๔ รูป ท่าม กลางความเศร้าสลดอาลัยของคณะสงฆ์ เพื่อนสหธรรมิก คณะศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนทั่วไปเป็นยิ่งนัก ที่ต้องสูญเสียครูบาอาจารย์พระป่ากรรมฐานสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ไปพร้อมกันทีเดียวถึง ๕ รูปด้วยกัน ถือได้ว่าเป็นการสูญเสียของวงการสงฆ์ครั้งใหญ่มากอีกครั้งหนึ่งของเมืองไทย

    ๏ ปฏิปทาพระอาจารย์วัน

    พระ อาจารย์วัน เป็นผู้ที่โชคดีมากในการเข้ามาสู่พระธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ เจ้า เพราะก่อนจะออกบรรพชาเป็นสามเณรก็มียายออกบวชเป็นชีอยู่ก่อนแล้วในสำนัก ปฏิบัติ เมื่อท่านออกบรรพซาก็ไปอยู่ในสำนักที่ยายบวชอยู่ และได้รับการอบรมในทางปฏิบัติตั้งแต่เริ่มแรกก่อนที่จะไปรับการศึกษานักธรรม และบาลี ในขณะที่เรียนนักธรรมและบาลีก็อยู่ในสำนักปฏิบัติ แต่เพิ่มการเรียนเข้ามาเท่านั้น เพื่ออนุวัตตามทางการคณะสงฆ์เพราะฉะนั้นท่านจึงยึดมั่นในหลักปฏิบัติมาโดย ตลอด และได้เข้าศึกษาอบรมจากครูบาอาจารย์ที่สำคัญๆ ในสายปฏิบัติเช่น พระอาจารย์วัง ฐิติสาโร พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล พระอาจารย์พรหม จิรปุญฺโญ พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต และอาจารย์องค์สำคัญอื่นอีกเป็นอันมาก

    พระ อาจารย์วัน จึงได้ยึดแนวทางในการปฏิบัติมาโดยตลอดของชีวิตพรหมจรรย์ พูดถึงอุปนิสัยท่านเป็นผู้ที่พูดน้อยแต่พูดจริงทำจริง อ่อนน้อมต่อผู้ที่มีอายุพรรษามากกว่า.เป็นผู้ที่หนักในคารวะ ชอบความเป็นระเบียบ ให้ความอนุเคราะห์แก่สหธรรมิกที่อ่อนกว่า การวางตัวของท่านเสมอต้นเสมอปลายจึงได้รับคำยกย่องสรรเสริญจากพระเถระ ผู้ใหญ่ และเป็นที่เคารพนับลือของผู้น้อย ผู้ที่ได้เคยอยู่ร่วมสำนักหรือคบหาสมาคมกับท่านทุกคนคงทราบดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอาจารย์วันเป็นผู้ที่ฝึกตนได้ดี เรียบร้อยงดงามในทุกอิริยาบถ ทั้งยืนเดิน นั่ง นอน มีผู้วิจารณ์ว่า ท่านพระอาจารย์วันเป็นผู้ที่พอดี ไม่ช้า ไม่เร็ว พอเหมาะเสมอในทุกโอกาส

    กล่าว ถึงทางวาจา ไม่เคยได้ยินท่านใช้คำพูดที่เป็น ผรุสวาจา เมื่อลูกศิษย์ทำผิดหรือล่วงเกินในบางกรณีก็ไม่ใช้คำด่า แต่เป็นคำเทศน์ให้สติ และผู้ที่ถูกเทศน์ก็มีความกลัว จนบางคนถึงกับตัวลั่น ลักษณะของท่านพระอาจารย์วันลูกศิษย์ฝ่ายบรรพชิตก็ดี ญาติโยมที่อยู่ใกล้ชิดก็ดูจะมีความเคารพนับถือ เกรงกลัวท่านมากกว่าผู้ที่อยู่ห่าง มิใช่กลัวถูกด่า แต่กลัวในลักษณะที่ยำเกรง เพราะความเคารพในตัวท่าน

    พระอาจารย์วัน เป็นผู้ที่ทำตัวของท่านให้เป็นตัวอย่างที่ดี แก่ศิษย์หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นผู้ที่ “ทำให้ดูมากกว่าบอกให้ทำ” จึงเป็นที่เคารพรักของศิษย์ทั่วไป
    กิจวัตรส่วนตัวของท่าน ที่ท่านถือปฏิบัติเมื่อเวลาประจำอยู่ที่วัดคือ

    1. พอสว่างเข้าสู่ทางเดินจงกรมเมื่อเวลา 6.00 น.
    2. ลงไปศาลาการเปรียญทำกิจวัตรและออกบิณฑบาต เวลา 7.00 น.
    3. ฉันเสร็จเรียบร้อยขึ้นกุฏิทำความเพียรจนถึง เวลา 12.00 น.
    4. พักผ่อนจนถึง เวลา 14.00 น
    5. ทำความเพียรจนถึง เวลา 16.00 น.
    จากเวลา 16.00 น. เป็นต้นไปเป็นเวลาที่รับแขกและทำกิจอย่างอื่น เช่น กวาดลานวัด และทำการงานด้านอื่นๆ ภายในวัด
    6. อบรมพระภิกษุสามเณร เวลา 19.00 น.
    7. พักผ่อนร่างกาย เวลา 22.00 น
    8. ตื่นนอน เวลา 2.00 น. แล้วทำความเพียร
    กิจวัตร ส่วนตัวดังกล่าว ในสมัยที่ท่านขึ้นไปอยู่ล้ำอภัยดำรงธรรมตอนต้นๆ รู้สึกว่าสะดวกสบายดีเพราะประชาชนยังไปมาหาสู่ไม่มากนัก ต่อมาเมื่อมีประชาชนไปหามากจึงทำให้เปลี่ยนแปลงไปบ้างตามเหตุการณ์ แต่เรื่องการนอนท่านเคยฝึกมาแล้วสมัยที่ท่านปฏิบัติท่านพระอาจารย์มั่น ท่านบันทึกไว้ว่า พักผ่อนคืนหนึ่งอย่างมากที่สุดไม่เกิน 4 ชั่วโมง

    ๏ ปฏิปทาทางมักน้อยสันโดษ

    พระ อาจารย์วัน เป็นผู้ที่มีอัธยาศัยไม่มักใหญ่ใฝ่สูงมาตั้งแต่เป็นสามเณร ตามที่ท่านบันทึกไว้ จะเห็นได้ว่าท่านมีความตั้งใจจะอุปสมบทเป็นพระก็ต่อเมื่อมีอายุ 25-26 ปี คือต้องการเป็นผู้มีอายุพรรษาน้อยกว่าเพื่อนพระภิกษุที่มีอายุรุ่นเดียวกัน แต่เหตุการณ์ก็ไม่เป็นไปดั่งคิด การสะสมลาภสักการะก็ไม่มี มีแต่การเฉลี่ยอนุเคราะห์เพื่อนสหธรรมิก ถ้ามีผู้บริจาคเป็นการส่วนตัวก็ได้อนุเคราะห์ไปยังวัดต่างๆ ที่ขาดแคลน แต่ท่านอนุเคราะห์ไปมากก็มีผู้ถวายมาก เข้าในลักษณะที่ว่า มีทางไหลเข้า ก็มีทางไหลออก พระอาจารย์วัน จึงไม่มีสมบัติอะไรนอกจากสมณบริขาร บางท่านอาจจะเข้าใจว่า พระอาจารย์วันเป็นพระที่ร่ำรวย จะว่ารวยก็ถูกอยู่เหมือนกัน เพียงแต่รวยในทางสงเคราะห์ จนบางทีไม่มีอะไรจะให้ เพราะฉะนั้นอะไรจะมีเหลือ เพราะไม่ได้สะสม

    ปฏิปทาอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความอดทน ไม่เคยได้ยินท่านบ่นว่าร้อนมาก หนาวมาก ท่านคงคิดว่าพูดออกไปแล้วก็ไม่ทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงได้กระมังจึงเงียบ เลีย และคำว่าเหนื่อยมาก หิวมาก กระหายมาก ก็ไม่เคยได้ยิน ท่านคงคิดในลักษณะที่ว่า พูดไปแล้วก็คงไม่หายเหนื่อย พูดไปแล้วคงไม่หายหิวหายกระหาย นอกจากจะพักผ่อนเพื่อบรรเทาความเหนื่อย และรับประทานเสีย หรือ ดื่มเสียเพื่อแก้หิว แก้กระหาย และเวลาพระเณรถวายการนวดหรือจับเส้นก็ไม่เคยได้ยินท่านบ่นว่า นวดหนักไปหรือเบาไป มีแต่ถึงเวลาสมควรก็บอกให้เลิก นับว่าท่านเป็นผู้ที่อดได้และทนได้จริงๆ

    สำหรับ ปฏิปทาที่เป็นส่วนภายในท่านก็ไม่เคยนำมาเล่า นอกจากผู้เป็นศิษย์จะเรียนถามเมื่อมีความขัดข้องทางภาวนา หรือเวลาท่านแสดงธรรม ผู้เขียนไม่สามารถที่จะอาจเอื้อมนำมาเขียนว่า ท่านพระอาจารย์วัน มีคุณธรรมอย่างนั้นอย่างนี้เพราะเป็นการเหลือวิสัยของผู้เขียน จึงขอมอบให้สานุศิษย์ทั้งหลายนำไปพิจารณาไตร่ตรองเองเถิด และอีกประการหนึ่งในการเขียนประวัตินี้ ท่านผู้อ่านทั้งหลายคงจะผิดหวังที่ไม่ได้เขียนเรื่องปาฏิหาริย์ ลงในหนังสือเล่มนี้ เพราะผู้เขียนได้ยินคำพูดที่ท่านพระอาจารย์วันพูดไว้ว่า การเขียนประวัติ ถ้าให้บุคคลอื่นเขียน มีทางเสียอยู่ 2 ทางคือมากเกินไป หมายความว่ายกย่องเกินไป และน้อยเกินไปคือขาดตกบกพร่อง ผู้เขียนจึงนำมาเล่าสู่กันฟังเฉพาะในเรื่องที่มองเห็นกันง่ายๆ เท่านั้น

    คุณลักษณะ อีกอย่างหนึ่งก็คือ การวางตัว ท่านไม่แสดงออกให้เห็นเลยว่า โปรดคนนั้นคนนี้ในบรรดาสานุศิษย์ ไม่ว่าบรรพชิตหรือคฤหัสถ์หรือแม้แต่พระเณรที่เป็นผู้อุปัฏฐาก เพื่อความเข้าใจดีของทุกฝ่าย ผู้เขียนจึงขอคัดจากลายมือของพระอุดมสังวรวิสุทธิเถร (พระอาจารย์วัน อุตฺตโม) ที่ท่านเขียนไว้มาให้พิจารณาเอง ดังนี้
    “จะเป็นด้วยกรรม อะไรของข้าพเจ้าก็ไม่ทราบ เมื่อมาอยู่ในสถานที่ถ้ำอภัยดำรงธรรมแห่งนี้ ทำให้อยู่ได้นานกว่าสถานที่แห่งอื่นทั้งหมด ทั้งยังคิดวางโครงการอยากจะปรับปรุงให้มีความเจริญเกิดขึ้นในท้องถิ่นนี้ ถึงกับนำญาติโยมทำทางจากบ้านมาหาที่พัก และยังคิดสร้างพระพุทธรูปไว้ที่ถ้ำพวง เพื่อเปลี่ยนพิธีกรรมเซ่นสรวงผีสางในภูเขาประจำปีของชาวบ้าน ให้หันมากราบไหว้บูชาพระพุทธรูปแทน ซึ่งยังจะได้มีส่วนแห่งบุญของตนเท่าที่ควร จึงได้มีการทำทางขึ้นหลังเขาสู่ถ้ำพวง และเลยลงไปถึงหมู่บ้านภูตะคาม ตามที่พวกชาวบ้านนั้นขอร้อง งานการก่อสร้างยังต้องทำต่อไปเรื่อยๆ และจัดให้มีงานนมัสการปูชนียวัตถุองค์พระปฏิมากร พระมงคลมุจจลินท์เป็นประจำทุกปีไป แม้ว่าการเงินในการก่อสร้างจะร้างจะไม่มีตัวเงินงบประมาณก็ตาม คงจัดทำการก่อสร้างไปตามได้ตามมี เท่าที่ท่านสาธุชนทั้งหลายมีศรัทธานำมาบริจาค

    ข้าพเจ้า คิดว่า เมื่อคนส่วนมากยังยินดีพอใจสนับสนุนการก่อสร้างอยู่แล้ว ต้องพยายามทำตามโครงการที่วางไว้แล้วนั้นจนเป็นผลสำเร็จ เพราะทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และทำไว้เพื่อเป็นสมบัติของบ้านเมือง ไม่ได้หวังกอบโกยเพื่อผลประโยชน์ส่วนบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ส่วนจำพวกไม่พอใจ ไม่มองเห็นผลประโยชน์ด้วยมีเพียงจำนวนน้อย ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาแต่บางคนอาจจะเพ่งมองข้าพเจ้าในแง่ผิดบ้างก็มี เช่นหวังเพื่ออำนาจ อิทธิพลยากดัง อยากใหญ่ อยากเด่น อยากรวย อยากปฏิวัติอะไรทำนองนี้ ท่านผู้ปัญญามีจิตเป็นธรรม ปราศจากอคติ จงพิสูจน์หาความจริงได้ทุกโอกาส อย่าหลับตามองดู จงลืมตามองดูแบบคนตาดีอย่าอุดหูฟัง จงเงี่ยหูทั้งสองฟังเหมือนคนมีหูทิพย์ อย่าคิดเหมือนคนวิกลจริต จงใช้ความคิดให้ลึกซึ้งต่อเหตุผลเหมือนนักปราชญ์บัณฑิต”

    เมื่อท่าน ผู้อ่านได้อ่านบันทึกของพระอาจารย์วัน ที่ยกมานี้ คงจะเข้าใจปฏิปทาของท่านได้เป็นอย่างดีผู้เขียนขอสรุปลงอย่างสั้นๆ ว่า พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร หรือพระอาจารย์วัน อุตฺตโม เป็นพระที่ประกอบด้วยองค์คุณของพระสงฆ์ คือ

    สุปฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติดี
    อุชุปฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติตรง
    ญายปฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติเป็นธรรม
    สามีจิปฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติชอบ

    ท่าน จึงเป็นพระสงฆ์ที่น่าเคารพนับถือ บูชา กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจรูปหนึ่งอย่างแน่นอน หากมีความบกพร่องผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขอประทานอภัย และขอรับผิดเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หากมีความดีใดๆ อันจะพึงบังเกิดเพื่อน้อมบูชาพระคุณของพระอาจารย์วัน อุตฺตโม ผู้ล่วงลับไปแล้วด้วยคารวะ



    สภาพสวยเดิมๆ การอธิษฐานจิตครบถ้วน พุทธคุณครอบครบ แบ่งให้บูชา 249 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 มกราคม 2026 at 23:46
  20. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,061
    ค่าพลัง:
    +14,472
    .


    ขออนุญาตแจ้งกำหนดการจัดส่งครับ



    *** รอบจัดส่งวันที่ 01/02/2569

    ตัดรอบ วันที่ 31/01/2569 เวลา 18.00 น. ***


    หากเลยกำหนดนี้จะมีรอบอีกสัปดาห์หน้าเลยครับ
    กราบขออภัยในความล่าช้าด้วยนะครับ
    ขอบพระคุณมากครับ




    [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG]
     

แชร์หน้านี้

Loading...