เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 14 มกราคม 2026 at 07:41.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,994
    ค่าพลัง:
    +26,830
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,994
    ค่าพลัง:
    +26,830
    วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่ออโรรา โฮเต็ลของฉือมู่ สาวน้อยทิเบตอุ้มแกะในตำนาน อยู่ที่ - ๕ องศาเซลเซียส

    เมื่อวานนี้ที่โรงแรม Manngoo เมืองฉู่ฉง เมื่อกระผม/อาตมภาพอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล โดยเฉพาะบรรดาประคำที่ซื้อมาจากวัดหลวงเมืองลื้อแล้ว ก็แต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ลงไปที่ห้องอาหารทางด้านล่าง ซึ่งแม่หญิงเปิ้ลบอกกับพวกเราว่าเปิดตอน ๐๗.๐๕ น. แต่ปรากฏว่า ๐๖.๓๐ น. ก็เปิดแล้ว ข้าวปลาอาหารสมบูรณ์มาก ๆ โดยเฉพาะออกไปแนวมังสวิรัติ ซึ่งถูกใจหลวงพ่อนิล (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร อำเภอเมือง จังหวัดสกลนครเป็นอย่างยิ่ง

    เมื่อฉันเสร็จแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ออกมานั่งรอที่ด้านนอก ท่านปิง (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ บอกว่า "ให้พักที่บริเวณห้องพักทางด้านข้างห้องอาหารดีกว่าครับหลวงพ่อ ด้านล่างนั้นหนาวเกินไป" แต่กระผม/อาตมภาพพักอยู่ได้ครู่เดียวก็เกรงว่า ถ้าปล่อยบรรดามวลมหาประชาชนจีนลงไปที่ล็อบบี้เมื่อไร พวกเราก็จะไม่มีที่นั่งเหลือเมื่อนั้น ลงไปนั่งกระทบความเย็นให้เคยชินกับร่างกายจะดีกว่า ท่านปิงจึงได้นำเอาผ้าพันคอ ซึ่งทำเป็นลักษณะปลอกมาสวมให้ แถมด้วยถุงมือที่สามารถทัชหน้าจอของโทรศัพท์มือถือ เพื่อที่จะทำงานได้อีกต่างหาก

    ส่วนท่านอาร์ต (พระอัครพงศ์ ปญฺญวนฺโต) คว้ากระบอกน้ำกับกระเป๋าของกระผม/อาตมภาพหิ้วไปให้ ซึ่งตอนแรกก็ผลัดกันไปมา ระหว่างครูบาพันแสน (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงราย และรักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง และครูบาไอซ์ (พระนิชวัชญ์ ญาณวิสุทฺโธ) วัดเมืองขอน อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ แต่ตอนนี้ท่านอาร์ต อดีตพระวัดท่าขนุน ที่ขอกลับไปจำพรรษาที่จังหวัดน่านบ้านเกิดตัวเอง ทำหน้าที่ดูแลจนกระผม/อาตมภาพซึ่งมาในทริปนี้ กลายเป็นพระแก่โดยสมบูรณ์ไปแล้ว..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,994
    ค่าพลัง:
    +26,830
    เมื่อลงมาข้างล่างได้ครู่หนึ่ง ก็มีคณะนักท่องเที่ยวแห่กันออกมา พูดภาษาไทยอย่างชัดเจน บางท่านก็รู้จักกระผม/อาตมภาพและหลวงพ่อนิลด้วย มากราบแล้วกราบอีก แจ้งว่าตนเองจะกลับลงไปทางด้านล่างแล้ว เพราะว่าไปแชงกรีล่ามา กระผม/อาตมภาพทักทายทุกคนแล้ว ก็แจ้งพวกเราว่าให้ถือกระเป๋าอยู่กับตัวเองก่อน อย่าเพิ่งเอาไปรวมกองไว้ เนื่องเพราะว่ารถบัสสองคันที่รออยู่นั้น คันหนึ่งรับนักท่องเที่ยวไทย อีกคันหนึ่งรับนักท่องเที่ยวจีน ถ้าเราเผลอวางกระเป๋า อาจจะมีการที่กระเป๋าไปเที่ยวที่อื่นอย่างแน่นอน..!

    เมื่อพวกเราพร้อมแล้ว ก็นำกระเป๋าไปขึ้นรถที่มาจอดรออยู่ทางด้านนอก เวลา ๘ โมงตรงของเมืองจีน พวกเราก็มุ่งหน้าไปยังเมืองต้าหลี่ ซึ่งในอดีตก็คือเมืองหลวงของมณฑลยูนนาน ใช้เวลาเดินทางไปจนถึงประมาณ ๙ โมงครึ่งของเมืองจีน ก็หยุดพักเข้าห้องน้ำ ให้คนขับได้พักตัวเองตามกฎหมายอย่างน้อย ๑๕ นาที ถ้าหากว่าใครฝ่าฝืนอาจโดนยึดใบอนุญาต แล้วไม่อนุญาตให้ขับรถนักท่องเที่ยวได้อีก พวกเราเข้าห้องน้ำแล้ว ส่วนใหญ่ก็ออกมาเดินดูสินค้าต่าง ๆ ซึ่งมีผลไม้หน้าตาแปลก ๆ ไม่เหมือนบ้านเรา บางอย่างกระผม/อาตมภาพก็รู้จัก บางอย่างก็ไม่รู้จัก

    ครั้นเดินทางต่อไปจนถึงเวลา ๑๑ โมงของเมืองจีน ก็เข้ามาถึงเมืองต้าหลี่ พวกเราตรงไปยังเขตเมืองโบราณต้าหลี่ เพื่อเข้าไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมที่ "วัดกวนอิมซื่อ" ของเมืองต้าหลี่แห่งนี้ ที่มีประวัติว่าแม่ทัพมองโกลนำทหารบุกมาตีเมืองต้าหลี่ เจ้าแม่กวนอิมโพธิสัตว์สงสารบรรดาชาวเมืองต้าหลี่ที่นับถือศาสนาพุทธ อยู่ในศีลในธรรม จึงแปลงร่างเป็นหญิงชรา แบกก้อนหินก้อนใหญ่มหึมา เดินออกมาจากประตูเมืองต้าหลี่ ทำเอาบรรดาทหารมองโกลตกตะลึงพรึงเพริด เพราะคิดว่าหญิงชรายังแข็งแรงขนาดนี้ บรรดาคนหนุ่มสาวในเมืองนี้ต้องแข็งแรงกว่าอย่างแน่นอน แม่ทัพมองโกลจึงสั่งให้ถอยทัพกลับไป บรรดาชาวบ้านจึงรวมใจกันสร้างวัดถวายต่อพระแม่กวนอิม

    พวกเราขึ้นไปถ่ายรูปหมู่กันแล้วก็เข้าไปทางด้านใน ซึ่งมีรูปพระแม่กวนอิมแปลงร่างเป็นหญิงชราแบกก้อนหินอยู่ ตลอดจนกระทั่งทิวทัศน์รอบข้าง เมื่อเดินลึกเข้าไปก็เป็นรูปของพระแม่กวนอิมตั้งอยู่ตรงกลาง คนวัดที่อยู่ทางด้านข้างถามว่าจะทำบุญมากกว่านั้นหรือไม่ ? เพราะเห็นกระผม/อาตมภาพล้วงกระเป๋าหยอดตู้ไปเรียบร้อยแล้ว ครั้นถามดูทราบว่ามีการตามประทีปถวาย จึงสั่งไป ๒ คู่ แบบคู่ใหญ่ราคาคู่ละ ๓๖ หยวน แบบคู่เล็ก แต่ว่าสวยงาม เป็นสีแดง ราคาคู่ละ ๓๐ หยวน ทำการตามถวายท่านแม่ อุทิศส่วนกุศลให้กับบรรดาเจ้าที่เจ้าทาง และท่านทั้งหลายที่ติดตามรักษาคณะของเราอยู่

    จากนั้นก็เดินลึกต่อเข้าไปทางด้านหลัง ซึ่งจะมีอาคารลักษณะเหมือนกับเจดีย์ตั้งอยู่ทางด้านใน ภายใต้อาคารนั้นก็คือหินก้อนใหญ่ ที่พระแม่กวนอิมท่านแบกมาสำหรับขู่บรรดาทหารมองโกลนั่นเอง
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,994
    ค่าพลัง:
    +26,830
    วัดนี้นอกจากจะเก่าแก่แล้ว ฝีมือช่างที่ปั้นบรรดารูปท้าวจตุโลกบาลก็ดี พระแม่กวนอิมก็ตาม อยู่ในระดับที่สุดยอดเป็นอย่างยิ่ง เห็นแล้วก็ยังทึ่ง โดยเฉพาะที่แรกซึ่งแวะเข้าไป ก็คือวิหารพระศรีศากยมุนี ซึ่งมีบรรดาพระอรหันต์และพระโพธิสัตว์ต่าง ๆ ปั้นอยู่ตลอดผนังเป็นร้อย ๆ รูป..!

    กระผม/อาตมภาพและท่านปิงที่คอยตามดูแล เข้าไปถ่ายรูปข้างในจนทั่วแล้ว ท่านปิงถึงได้ชี้ให้ดูรูปเล็ก ๆ ที่ติดอยู่ทางด้านล่างว่า "หลวงพ่อครับ เขาห้ามถ่ายรูปครับ..!" กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่หัวเราะแหะ ๆ เนื่องเพราะว่าไปที่ไหนก็ควักกระเป๋าหยอดตู้ไปแล้ว เจ้าหน้าที่เขาก็เลยไม่ห้ามกระมัง ?

    เมื่อออกมาจากบริเวณนั้น เดินลึกเข้าไปอีกหน่อย ก็มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่แปลงร่างเป็นหญิงชรา หน้าตาใจดีมาก ๆ มองออกมาด้วยความเมตตาเป็นอย่างยิ่ง ส่วนทางด้านหลังรูปปั้นก็ปั้นเป็นรูปพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่พวกเรารู้จักมักคุ้น พร้อมด้วยทารกทอง ทาริกาหยก และแปดเซียนรวมกัน ซึ่งฝีมือก็สุดยอดเหมือนกัน

    เดินต่อเข้าไปอีกนิดหนึ่งก็เป็นมหาวิหาร ซึ่งมีพระพุทธเจ้า ๓ กาล ก็คืออดีตกาล ปัจจุบันกาล และอนาคตกาล เป็นประธานอยู่ บริเวณรอบข้างส่วนใหญ่ก็เป็นรูปพระแม่กวนอิมและพระโพธิสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะพระมัญชุศรีโพธิสัตว์และพระสมันตภัทรโพธิสัตว์ ซึ่งท่านหนึ่งก็ขี่สิงห์ ท่านหนึ่งก็ขี่ช้าง ให้พวกเราสามารถที่จะแยกแยะได้ว่าใครเป็นใคร

    กระผม/อาตมภาพหยอดตู้ทำบุญทุกตู้ที่มีแล้ว จัดการถ่ายรูปทุกรูปจนเรียบร้อย ออกมาด้านนอกเจอน้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) กำลังคุยอยู่กับเจ้าหน้าที่หญิงเฝ้าวิหาร ซึ่งสอบถามว่าพวกเราเป็นพระภิกษุมาจากที่ไหน ท่านปิงจึงอธิบายให้ทราบว่า กระผม/อาตมภาพคือ "Abbott of Watthkhanun in Kanchanaburi province, western of Thailand" อีกฝ่ายหนึ่งจึงขอที่อยู่เอาไว้

    เจ้าหน้าที่หญิงคนนี้เก่งมาก ๆ ก็คือพูดชัดทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ทำให้กระผม/อาตมภาพมองเห็นอีกเหมือนกันว่าบริเวณด้านล่างนั้นมีป้ายเล็ก ๆ ติดอยู่ว่าห้ามถ่ายรูป กระผม/อาตมภาพก็เลยตีความว่า น่าจะห้ามถ่ายน้อยกระมัง ?
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,994
    ค่าพลัง:
    +26,830
    ย้อนออกมาทางด้านนอก ทางด้านขวามือของขาออก เป็นรูปของพระแม่กวนอิม ยืนอยู่บนดอกบัว ๙ ชั้น ในพระหัตถ์มีแจกันน้ำอมฤต ซึ่งมีน้ำพุ่งลงไปยังสระด้านล่างอยู่ตลอดเวลา ส่วนทางด้านซ้ายมือของขาออก ก็ยังมีวิหารพระแม่กวนอิม ซึ่งมีพระภิกษุรูปหนึ่งเฝ้าอยู่ กระผม/อาตมภาพหยอดตู้ทำบุญแล้วก็ทักทายท่านว่า "ต้าซือ" ซึ่งก็คือการยกย่องเป็นมหาเถระ หรือมหาสมณะนั่นเอง

    เมื่อกลับออกมาขึ้นรถจนครบถ้วนแล้ว พวกเราก็ไปฉันภัตตาหารเพลกันที่บริเวณภัตตาคารที่ไม่ไกลนัก ส่วนที่ชอบที่สุดของภัตตาคารนี้ไม่ใช่อาหารลือชื่อ ซึ่งอร่อยมาก ทั้งเป็ดย่าง ไก่ดำตุ๋นมะละกอ และสารพัดอาหารที่ขึ้นชื่อลือชาของเขา แต่ว่าไปชอบใจฉากกั้นที่เป็นไม้ฉลุ ไม่ว่าจะเป็นรูปนกยูง หรือว่ารูปสัตว์อื่น ๆ ก็ตาม ที่แกะสลักได้อย่างประณีตมาก และทางด้านนอกก็ยังมีตู้ใส่เห็ด ใส่ผักสดต่าง ๆ มีทั้งที่จำหน่ายและเพาะตัวอย่างให้ดู ทำให้มั่นใจว่าคุณภาพของอาหารที่นี่สุดยอดมากแน่ ๆ

    เมื่อออกรถมาได้ไม่ไกล พวกเราก็มาถึงตัวประตูเมืองโบราณต้าหลี่ ที่จะต้องเดินลงไปเรื่อย ๆ ตามสายน้ำที่ไหลไป ตลอดเส้นทางก็มีแต่ร้านค้าสารพัดสินค้าจำหน่าย โดยเฉพาะชุดเครื่องกันหนาว และของที่ระลึกกระจุกกระจิกต่าง ๆ พวกเราเดินมาจนกระทั่งถึงศาลาผักกาดเซียน ซึ่งมีผู้ที่เป็นบุคคลจัดอยู่ในจำพวก ๒๔ ยอดกตัญญู ไปขอผักกาดเซียนที่พญามังกรหวงนักหวงหนา มารักษาบุคคลอันเป็นที่รักของตนจนหาย จึงได้สร้างผักกาดเซียนด้วยหินหยกดอกใหญ่มหึมาเอาไว้ตรงนี้ ให้คนมาขอพรเพื่อรักษาโรคได้

    เมื่อถ่ายรูปหมู่บริเวณนี้แล้ว พวกเราก็เดินลึกเข้าไปจนสุดทาง ซึ่งแยกออกเป็นทั้งซ้ายและขวามือ เป็นเขตตัวเมืองโบราณต้าหลี่จริง ๆ ไปถ่ายรูปหมู่ร่วมกันที่บริเวณประตูเมือง ซึ่งเป็นหอสังเกตการณ์ข้าศึกด้วย กระผม/อาตมภาพชี้ให้ดูประตูเมือง ซึ่งถ้าหากว่ารถยนต์วิ่งสวนกันก็จะได้พอดี ๆ บอกว่า นี่แหละคือลักษณะประตูที่กล่าวกันว่า "หนึ่งคนเฝ้าด่าน หมื่นคนยากทะลวงผ่าน" เนื่องเพราะว่าเป็นช่วงที่ค่อนข้างจะยาวมากแต่แคบ..!
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,994
    ค่าพลัง:
    +26,830
    ทั้งสองฝั่งก็มีร้านค้าที่น่าจะเป็นเด็กเส้นสุด ๆ อยู่ด้านละ ๒ ร้าน ร้านแรกนั้นขายผ้ามัดย้อมต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างยิ่งแถว ๆ ยูนนานแห่งนี้ กระผม/อาตมภาพก็เลยซื้อช้างตัวเล็ก ๆ ที่ทำจากผ้ามัดย้อมไป ๑ ตัว เขาบอกว่าราคา ๙๘ หยวน แต่พอจ่ายเข้าจริง ๆ กระผม/อาตมภาพมีเงิน ๑ หยวนอยู่หลายใบ ทางด้านเจ้าของร้านบอกว่าขอใบเล็กเถอะ กระผม/อาตมภาพนับแล้วได้แค่ ๙๖ หยวน อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าไม่เป็นไร ขอให้ได้ใบเล็กก็แล้วกัน..!

    ครั้นขยับไปอีกร้านหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึกต่าง ๆ กระจุกกระจิก ซึ่งดูแล้วน่ารักมาก ก็เลยโดนควักกระเป๋าไปอีก เพราะว่าซื้อเจ้ามังกรน้อยเฝ้าขุมทรัพย์ ซึ่งมีทั้งตัวซ้ายและตัวขวา พร้อมกับก้อนทอง ก็เลยเหมาไปอีก ๑ ชุด ราคา ๑๒๘ หยวน

    เดินออกมาอีกร้านหนึ่ง ทางด้านนี้เป็นร้านจำหน่ายบรรดาครีมสำหรับทามือกันแตกด้วยความหนาว ซึ่งมีสารพัดกลิ่นดอกไม้ต่าง ๆ พวกเราเองเดินวนอยู่ ๑ รอบ ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรเพราะว่าออกแนวผู้หญิง พระล้วน ๆ ถ้าขืนไปซื้อน่าจะมีปัญหา..!

    ขยับมาร้านสุดท้าย มีบรรดาข้าวของต่าง ๆ ซึ่งร้อยขึ้นมาจากประคำ ที่ทำด้วยสารพัดวัสดุ ฝืมือประณีตสวยงามมาก ๆ ทางด้านเจ้าของร้านให้พวกเราเลือกเองว่าจะเอาเม็ดประคำสีอะไรบ้าง ? แล้วจะร้อยในลักษณะไหน ? เขาจะบริการร้อยให้ คิดแค่ราคาวัสดุ ไม่คิดค่าแรง

    กระผม/อาตมภาพเองไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไร จึงถ่ายรูปแล้วเดินมา ชวนครูบาพันแสนท่านขึ้นไปชั้นบนหอสังเกตการณ์ เพื่อที่จะชมวิวเมืองโบราณต้าหลี่ ปรากฏว่าสองเกลอหัวเห็ดเดินสวนทางลงของเขาไปเสียนี่..! ทำเอาครูบาไอซ์พลอยผิดไปด้วย เมื่อรู้ว่าผิด พวกเราก็เลยเดินจ้ำเร็ว ๆ เพื่อให้ขึ้นไปถึงทางด้านบน ซึ่งบริเวณนี้เมื่อชมวิวและถ่ายรูปแล้ว ก็ยังมีการรับจ้างเขียนหนังสือด้วยพู่กันจีน ซึ่งจะเอาข้อความอะไรก็ได้ จดไปให้แล้วอาแปะแกก็บรรเลงเพลงพู่กันออกมาอย่างสวยสดงดงาม

    อีกด้านหนึ่งเป็นการขายบรรดาชาดอกไม้ต่าง ๆ ซึ่งเป็นดอกไม้ที่เรารู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง จึงได้เดินวนอยู่ในลักษณะขี่ม้าชมดอกไม้ แล้วก็มาถ่ายรูปกับผนังสวย ๆ ของกำแพงประตูเมืองชั้นบน ที่ดูงดงามมาก จากนั้นค่อยกลับลงมาข้างล่าง แล้วเดินย้อนกลับขึ้นไปทางเดิมเมื่อขามา
     
  7. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,994
    ค่าพลัง:
    +26,830
    กระผม/อาตมภาพถ่ายรูปไปตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงจุดนัดพบ เจอคุณน้ำทิพย์ถือธงรออยู่ บริเวณนี้มีวณิพกพเนจร ซึ่งอยู่ในลักษณะน่าสงสารมาก เนื่องเพราะว่าแขนก็ไม่มี ขาก็ไม่มี อุตส่าห์ที่จะมาร้องเพลง เสียงดีเสียด้วย กระผม/อาตมภาพจึงควักธนบัตรใบย่อยทั้งหมด ใส่ลงไปในถังใบใหญ่ที่เขาวางรอเอาไว้ อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า "สวัสดีครับ ขอบคุณครับ" กระผม/อาตมภาพตอบกลับไปเป็นภาษาจีนแทน ต่างคนก็เลยต่างหัวเราะกัน

    เมื่อพวกเรามาถึงกันพร้อมแล้ว เวลาประมาณ ๑๔.๔๕ น. ของเมืองจีน รถยนต์ของเราก็วิ่งต่อไปยังแชงกรีล่า ซึ่งเป็นไฮไลท์ในทริปนี้ของเรา ในระหว่างทางก็ได้จอดเพื่อที่จะเข้าห้องน้ำเป็นระยะไป แต่ขอโทษเถอะ..พวกเราส่วนใหญ่เข้าห้องน้ำแล้ว อาศัยความเร็วเป็นของปีศาจ ก็เลยมีการช็อปปิ้งกันไปเรื่อย ๆ อยู่เหมือนกัน จนกระทั่งมาข้ามแม่น้ำจินซาเจียง ซึ่งก็คือต้นแม่น้ำแยงซีเกียงนั่นเอง แต่เพียงแต่ว่าจินซาเจียง คือแม่น้ำทรายทอง ตอนนี้เป็นชิงสุ่ยเจียงมากกว่า ก็คือกลายเป็นแม่น้ำเขียวใสแจ๋ว ขนานไปกับทิวเขาใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมะมังกรหยก

    ด้านหน้าของสะพานซึ่งกำลังข้ามแม่น้ำนั้น มีการปั้นเป็นฝูงจามรีเผือกจำนวน ๕ ตัวกำลังไต่ขึ้นเนิน ซึ่งชาวทิเบตถือว่าจามรีเผือกนั้นเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน ดังนั้น..ขนหางของจามรีเผือกจึงอยู่ในพิธีกรรมพิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพิธีการทางพรต พิธีการทางพระพุทธศาสนา และพิธีการของบรรดาพ่อมดหมอผี ที่เรียกว่านิกายซ่าหม่านของประเทศจีน จนกระทั่งเมื่อเผยแพร่เข้ามาถึงเมืองไทยของเรา ก็กลายเป็นของสูงไปส่วนหนึ่ง ก็คือเป็นส่วนของวาลวิชนี และแส้ปัดหางจามรี ในเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของไทยเรานั่นเอง

    พวกเราวิ่งมาจนกระทั่งเริ่มขึ้นสู่บริเวณที่สูงเกิน ๓,๐๐๐ เมตรกระผม/อาตมภาพแจ้งต่อแม่นางเปิ้ลทันทีว่ามีอาการปวดขมับแล้ว เพราะว่าออกซิเจนน้อย ทำเอาแม่นางเปิ้ลมีอาการงงมาก เพราะว่าเรื่องของความตาลาย คลื่นไส้ อาเจียนอะไรไม่มี แต่กระโดดข้ามขั้นไปขั้นที่ ๒ เลย ซึ่งกระผม/อาตมภาพเองก็อยู่ในลักษณะนี้มาโดยตลอด จึงขอให้ทางคณะแจกจ่ายออกซิเจนกระป๋องให้กับทุกคน

    กระผม/อาตมภาพเองรับมา ๑ กระป๋อง โดยที่ลูกกิฟท์ (นางสาวอันตรา ลักษณะ) เจ้าของบริษัทเติมเต็มทราเวล เป็นคนจ่ายค่าออกซิเจนกระป๋องให้ ในราคากระป๋องละ ๑๐๐ หยวน ถ้าหากว่ามีอาการเมื่อไร ก็ให้ทำการสูดออกซิเจนเสีย ๒ - ๓ ครั้ง แล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้น แต่ปรากฏว่าบุคคลที่สาธิตนั้น กลายเป็นคุณน้ำทิพย์ที่หมอบกระแตไปก่อน เนื่องเพราะว่าลุกพรวดพราดจากท่านั่งขึ้นมา แล้วก็ต้องมาพูดอธิบาย จึงออกอาการหายใจไม่ทัน..!
     
  8. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,994
    ค่าพลัง:
    +26,830
    พวกเราเองวิ่งมาถึงบริเวณทางขึ้นทางด่วน เพื่อตรงไปยังเมืองแชงกรีล่านั้น เป็นเวลาประมาณ ๖ โมงเย็นกว่าแล้ว อากาศลดฮวบลงมาเหลืออยู่แค่ ๙ องศาเซลเซียส ครั้นเมื่อวิ่งตรงไป ข้ามอุโมงค์ต่าง ๆ อีกหลายแห่ง ก่อนที่จะออกจากด่านทางด่วน อากาศก็เหลือแค่ ๑ องศาเซลเซียสเท่านั้น..!

    พวกเรามาถึงบริเวณลานจอดรถของเมืองโบราณแชงกรีล่า หรือชื่อเดิมคือเมืองจงเตี้ยน ในเวลาประมาณ ๑๙.๕๐ น. ของเมืองจีน กระผม/อาตมภาพกำลังปวดปัสสาวะสุด ๆ แต่ขอโทษเถอะ..ห้องน้ำห้องส้วมที่ลานจอดรถ เจ้าของดันล็อกกุญแจกลับบ้านหนีหนาวไปแล้ว คุณน้ำทิพย์บอกว่าเราไปปัสสาวะกันที่บริเวณหน้าวัดต้าฝอ ซึ่งมีกงล้อมนต์ใหญ่ที่สุดในโลกก็ได้ ทำเอากระผม/อาตมภาพกับท่านปิงที่พยายามเดินช้า ๆ เนื่องเพราะว่าถ้าเดินเร็วแล้วจะหายใจไม่ทัน เดินไปก็ต้องหนีบไป เพราะไม่รู้ว่าจะฉี่เล็ดลงตรงไหน..!?

    ครั้นเข้าไปบริเวณที่เป็นประตูเมืองโบราณ ซึ่งตอนนี้เหลืองอร่ามสวยงามด้วยแสงสียามค่ำคืน พวกเราก็ต้องเดินเลาะตรงไปจนกระทั่งเกือบจะถึงเขตลานวัดต้าฝอ เลี้ยวขวามือไป ซึ่งคุณน้ำทิพย์ก็ไม่ชี้ให้ดูว่าเป็นสถานที่ไหน พวกเราจึงต้องเลี้ยวขวาเดินไปเรื่อย ๆ ผ่านบรรดาร้านปิ้งย่าง ร้านขายของที่ระลึกเป็นสิบ ๆ ร้าน กว่าที่จะเจอห้องน้ำสาธารณะ มุดเข้าไปแล้ว บางห้องก็ต้องผงะถอยออกมา เนื่องเพราะว่ามีของที่ระลึกจากประชาชนชาวจีนกองเบ้อเร่อรออยู่..!

    เมื่อทำธุระเสร็จเรียบร้อย ค่อยออกมาชมความงามของวิหารและกงล้อมนต์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เหลืองอร่ามอยู่บนยอดเขา ครั้นถ่ายรูปเดี่ยวรูปหมู่กันเสร็จแล้ว กระผม/อาตมภาพจะไปต่อคิวเพื่อขึ้นไปหมุนกงล้อมนต์ทิเบตขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนั้น

    แต่ว่าเดินไปเกือบ ๒ กิโลเมตร ยังไม่สุดแถวมวลมหาประชาชนเสียที.ใ! ก็เลยต้องย้อนกลับมาแจ้งกับทุกคนว่าสละสิทธิ์กันเถอะ เนื่องเพราะว่าไปไม่ทันแน่นอน เพราะว่าเรานัดรถไว้ตอน ๓ ทุ่มที่ลานจอดรถ จึงกลายเป็นว่ามาหาซื้อสินค้าที่ระลึกแทน ซึ่งมีตุ๊กตาน่ารักมาก ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นบรรดาสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งบำเพ็ญเพียรจนกลายร่างเป็นมนุษย์หรือเปล่า ? เนื่องเพราะว่าอยู่ในลักษณะกึ่งคนกึ่งสัตว์ทั้งนั้น มีทั้งนกฮูก ที่สามารถปราดเปรื่องรู้เรื่องรอบด้าน ตลอดจนกระทั่งบรรดาเสือ หมี บรรดาจิ้งจอกต่าง ๆ

    สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้จัดอยู่ในส่วนของอชคราทิเปรต ก็คือเปรตในร่างสัตว์ ถ้าบำเพ็ญเพียรจนเป็นร้อยเป็นพันปี ก็จะมีการเปลี่ยนแปลง คือสามารถแปลงจนคล้ายคนไปเรื่อย ๆ แต่ว่ามีเคล็ดลับอยู่ตรงที่ว่า เมื่อไปเคาะประตูบ้าน ถามชาวบ้านว่าเหมือนคนหรือยัง ? ถ้ามีคนตอบว่าเหมือนแล้ว ก็จะผ่านทัณฑ์วิถี ซึ่งเป็นเครื่องสกัดกั้นไม่ให้กลายเป็นคน สามารถแปลงร่างเป็นคนได้ กลายเป็นเซียนที่พัฒนามาจากสัตว์นั่นเอง
     
  9. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,700
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,994
    ค่าพลัง:
    +26,830
    แต่ว่าต่อราคาไม่ลง เขาขายตัวละ ๑๒๘ หยวน กระผม/อาตมภาพต่อราคา ๓ ตัว ๓๐๐ หยวน อย่างไรเขาก็ไม่ยอมลด แต่ว่าจะแถมโน่นแถมนี่ให้แทน กระผม/อาตมภาพให้น้องเล็กช่วยต่อจนเขาคิดว่าน้องเล็กเป็นคนจีน..!

    เมื่อคุยกันไม่รู้เรื่องในด้านราคาจึงได้ถอยออกมา ไกด์ไก่ (นายฐนชล ทิมแสง) ซึ่งเป็นหัวหน้าทัวร์ครั้งนี้ จึงพาพวกเราไปนั่งร้านชานมจามรีแทน นั่งรออยู่นานมาก ปรากฏว่ามาแก้วใหญ่มหึมา ประมาณแก้วกาแฟสตาร์บัคส์ ๓ แก้วรวมกัน..! กระผม/อาตมภาพกระดกทีเดียวหมด ขณะที่คนอื่นค่อย ๆ จิบ เพราะแหยงในรสชาติบ้าง กลัวความร้อนบ้าง

    จนกระทั่งเวลา ๓ ทุ่ม พวกเราค่อยเดินย้อนออกมา กระผม/อาตมภาพเดินไปก็ส่งรูปเข้ากลุ่มไลน์ไป เพื่อให้ไอ้ตัวเล็กได้ลงรูปในลักษณะเรียลไทม์ จึงเดินเลยในส่วนของลานจอดรถข้ามถนนไปอีกด้านหนึ่ง จนน้องเล็กท้วงว่าไม่ใช่ด้านนี้ ครั้นเดินกลับมาเจอคุณน้ำทิพย์ ที่บอกว่าด้านนี้ก็ไปได้ แล้วพาเลี้ยวขวาลัดเข้าไปเจอรถของพวกเราจอดอยู่

    รถพาวิ่งข้ามเมืองไปประมาณ ๓๐ นาที ก็มาถึงบริเวณที่กระผม/อาตมภาพขอเอาไว้ ก็คือออโรร่า โฮเต็ลของฉือมู่ สาวน้อยทิเบตอุ้มแกะในตำนานนั่นเอง ตอนนี้เป็นหนี่เหลาปั่น ก็คือเถ้าแก้เนี้ยผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้ว กู้เงินสร้างโฮเต็ลที่เป็นไม้สน สวยงามมาก ๆ พาบรรดาลูก ๆ ออกมานำเอาผ้าขะตะมาถวาย และต้อนรับแขกทุกคน

    ครั้นเข้าไปแล้วก็ทำการแจกจ่ายกุญแจห้อง แต่ที่ขำมากก็คือฉือมู่ซึ่งเป็นคนนำกระผม/อาตมภาพกับท่านปิงไปยังที่พัก ดันนำไปห้อง ๘๐๘ แทนที่จะเป็น ๘๐๑ เมื่อเปิดประตูห้องไม่ได้จึงสงสัย แล้วมาดูเบอร์ห้องที่คีย์การ์ดอีกทีหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเป็นห้อง ๘๐๑ ก็ขอโทษขอโพย พากระผม/อาตมภาพไปส่งจนถึงที่ ท่านปิงที่หอบข้าวของทุกอย่างมาให้ วางข้าวของและดูความเรียบร้อยแล้วก็ขอตัวกลับไปยังห้องของตนเอง

    กระผม/อาตมภาพเห็นมีอ่างอาบน้ำใบใหญ่ ก็จัดการเปิดน้ำร้อนลงไปก่อนเลย ครั้นปิดม่านหน้าต่างทุกแห่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ลงไปแช่น้ำร้อน ยังไม่ทันที่น้ำร้อนจะท่วมหน้าแข้ง ก็มีเสียงเคาะประตูปัง ๆ กระผม/อาตมภาพจึงบอกไปในกลุ่มไลน์ว่ากำลังแช่น้ำร้อนอยู่ ไกด์ไก่ถึงได้บอกว่า "เจ้าหน้าที่เขานำเอาน้ำดื่มมาเพิ่มให้หลวงพ่อครับ" กระผม/อาตมภาพบอกให้วางเอาไว้หน้าห้องนั่นแหละ แช่น้ำเสร็จแล้วจะออกไปรับเอง

    เมื่อขึ้นจากน้ำมา แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว จึงนำน้ำมาต้มชาเตรียมการเอาไว้ เพราะว่าเมื่อตื่นขึ้นมาจะได้มีน้ำฉัน นับว่าทางฉือมู่รอบคอบมาก เมื่อได้รับข้อมูลว่ากระผม/อาตมภาพฉันน้ำมาก เห็นว่าสองขวดไม่น่าจะพอ จึงรีบนำเอามาอีกสองขวดเพิ่มเติมให้ ขอเจริญพรขอบคุณเอาไว้ ณ ที่นี่

    เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เสียบชาร์จพาวเวอร์แบงค์เอาไว้ จากนั้นก็ใส่ถุงเท้า ตลอดจนกระทั่งเครื่องกันหนาวครบถ้วนสมบูรณ์ ขึ้นสู่เตียงนอน แผ่เมตตาต่อเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย แล้วนอนบังคับลมหายใจยาว ๆ เพื่อให้ออกซิเจนเพียงพอในการเลี้ยงตัวเอง ไม่เช่นนั้นก็คงต้องเปลืองออกซิเจนกระป๋องอย่างแน่นอน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพุธที่ ๑๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...